‘กอบศักดิ์’ ชี้ ‘เหลือง-แดง’ คิดเหมือนกันเรื่องความเหลื่อมล้ำ ลั่น! ถ้าแก้ไม่ได้ถือว่าเหลว

8.06.18 | 17:42 น.

“กอบศักดิ์” ชี้ไทยเป็นโรคเปลี่ยนรัฐบาลบ่อย อาจแพ้เพื่อนบ้านในอนาคต พ้อ รบ.ทำงานเยอะ แต่โฆษณาไม่เป็น ห่วงหลัง ลต.ไร้ ม.44 การแก้ปัญหาจะยิ่งทำได้ยาก เผยชอบฟังเสื้อเหลืองเสื้อแดงพูดเรื่องความเหลื่อมล้ำ-สองมาตรฐาน บอก 2 สีคิดเหมือนกัน ถ้าปฏิรูปแก้ความเหลื่อมล้ำไม่ได้ถือว่าล้มเหลว

เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน เวลา 13.30 น. ที่ห้องประชุมสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) สถาบันส่งเสริมการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี สำนักงาน ก.พ.ร.ชั้น 9 อาคารรัฐประศาสนภักดี (อาคาร B) ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษาฯ ถนนแจ้งวัฒนะ นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวบรรยายพิเศษ เรื่อง “แผนปฏิรูปประเทศ” ในงานสัมมนา “การสร้างการรับรู้แผนปฏิรูปประเทศ”


นายกอบศักดิ์กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เคยระบุว่า ยุทธศาสตร์ชาติเปลี่ยนได้ คือ เปลี่ยนตามความเปลี่ยนแปลงของโลก ส่วนแผนปฏิรูปนั้นสามารถทบทวนได้เรื่อยๆ ซึ่งวันนี้เป็นเรื่องน่ายินดีที่ได้ส่งร่างยุทธศาสตร์ชาติต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) แล้ว ความจำเป็นของการมียุทธศาสตร์ชาตินั้น เนื่องจากประเทศไทยมีปัญหาเป็นโรคเปลี่ยนรัฐบาลบ่อย เช่น โครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค เป็นโครงการที่ประชาชนชอบ แต่เมื่อรัฐบาลหนึ่งทำไปแล้ว รัฐบาลใหม่เข้ามาก็จะบอกว่าไม่เอาแล้ว 30 บาท ต้องพยายามกีดกัดเพราะถือเป็นผลงานของรัฐบาลก่อนหน้า รัฐบาลใหม่ถ้าไม่ยกเลิกก็จะเปลี่ยนชื่อโครงการเสีย เพื่อจะได้อ้างว่าเป็นผลงานของรัฐบาลตนเอง จึงต้องถามว่าประชาชนได้อะไร ถ้าเป็นอย่างนี้ต่อไปอีก 10 ปีประเทศไทยจะแพ้ เพราะเมื่อมองดูประเทศเพื่อนบ้านจะเห็นการเติบโต ขณะที่ประเทศไทยเติบโตช้า นั่นเพราะประเทศไทยไม่เคยมีแผนระยะยาว รัฐบาลนี้จึงต้องทำ เช่น เรื่องการบริหารจัดการน้ำ รถไฟรางคู่ โครงสร้างพื้นฐาน หรืออินเตอร์เน็ต 5จี แต่ปัญหาของรัฐบาลนี้คือ รัฐบาลทำงานเยอะมาก หลายอย่างเป็นเรื่องที่รัฐบาลอื่นไม่กล้าทำ แต่ประชาชนไม่รู้ เพราะเราโฆษณาไม่เป็น

นายกอบศักดิ์กล่าวว่า หนึ่งในเรื่องที่ประชาชนอยากได้คือ เรื่องปากท้องหรือการแก้ความยากจน เราต้องหาทางปฏิรูปให้ประชาชนข้างล่างหายจนให้ได้ ตนชอบรับฟังกลุ่มเสื้อเหลืองเสื้อแดง ทั้งสองกลุ่มพูดเรื่องหนึ่งเหมือนกันว่า ประเทศไทยมีปัญหาเรื่องสองมาตรฐานและความเหลื่อมล้ำ เป็นเรื่องที่ทุกคนเห็นตรงกัน ถ้าปฏิรูปรอบนี้ยังแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำไม่ได้ก็ถือว่าล้มเหลว นอกจากนี้ประชาชนยังต้องการการแก้โกงและทุจริต ซึ่งโลกยุคนี้ต่างจากโลกยุคเก่า เพราะเทคโนโลยีทำให้ประชาชนตรวจสอบได้ทั้งหมด จะช่วยให้อัตราการโกงเกิดน้อยลง การทำโครงการใหญ่ๆ ของรัฐบาลได้รับการดูแลมากขึ้น

นายกอบศักดิ์กล่าวว่า นอกจากนี้ประชาชนยังต้องการเห็นการปฏิรูประบบราชการ ซึ่งถือเป็นเรื่องละเอียดอ่อนสำหรับข้าราชการเพราะเป็นกลุ่มที่จะได้รับผลกระทบจากการปฏิรูป แต่อย่างน้อยถ้าข้าราชการไม่อยากเห็นการเปลี่ยนแปลงในกระทรวงตัวเองก็ต้องอยากเห็นการเปลี่ยนแปลงในกระทรวงอื่น หรือการปฏิรูปกฎหมายบางฉบับที่ใช้มายาวนานทั้งที่โลกเปลี่ยนแปลงไปแล้ว เมื่อวานนี้ในการลงมติผ่านร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2562 พบว่ามีสมาชิก สนช.งดออกเสียง 3 เสียง ซึ่งคงต้องสั่งทบทวนว่า 3 เสียงนั้นคือใคร เป็นคนเดียวกับคนที่นอนหลับหรือไม่ อย่างไรก็ดี ตนพูดเช่นนี้เพื่อจะบอกว่าในขณะนี้กฎหมายใดที่อยากออกก็ยังออกได้

Advertisement

นายกอบศักดิ์กล่าวต่อว่า รัฐบาลนี้เหลือเวลาอีกเพียง 8 เดือน เป็นโค้งสุดท้ายที่สำคัญอย่างยิ่ง เราไม่รู้ว่าหลังเลือกตั้งจะเกิดอะไรขึ้นเมื่อไม่มีมาตรา 44 แล้ว เพราะขนาดมี ม.44 หลายปัญหาก็ยังแก้ไขยาก เวลาที่เหลืออยู่จึงเป็นโอกาสทองในการเปลี่ยนแปลงประเทศไทย ตนเชื่อว่าประเทศไทยเปลี่ยนแปลงได้ นอกเหนือจากยุทธศาสตร์ชาติคือการปฏิรูป การปฏิรูปที่ไม่ใช่เรื่องของรัฐบาลหรือคณะรัฐมนตรี แต่เป็นเรื่องของทุกคน และการปฏิรูปที่สำคัญที่สุดคือการปฏิรูปตนเอง วันนี้ตนพร้อมให้โอกาสข้าราชการรุ่นใหม่ได้มีบทบาทในการเปลี่ยนแปลงกระทรวงของตนเอง และขอเชิญชวนให้ทุกคนมาปฏิรูปร่วมกัน