หน้าแรก การเมือง คลายนอต ‘กฎเห...

คลายนอต ‘กฎเหล็ก’ กรุยทางสู่ ‘เลือกตั้ง’ ทางออก รัฐบาล-คสช.

10.06.18 | 13:00 น.

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มิได้อารมณ์เสียมาสักพักใหญ่

แต่ในที่สุด พล.อ.ประยุทธ์ก็ถือโอกาสเปิดใจกับสื่อมวลชน

“อยากบอกสื่อ บอกประชาชนทั้งประเทศ บอกบรรดานักการเมือง กลุ่มต่างๆ นักวิชาการ เด็ก นิสิต นักศึกษา ว่าวันนี้ควรต้องร่วมมือกันทำให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อยสร้างสิ่งที่ดีออกมาให้คนอื่นได้รับรู้มากกว่าจะไปทำสิ่งที่ไม่ดีผิดกฎหมาย หรือทำอะไรที่ทำให้เกิดความรู้สึกว่าประเทศไม่มีเสถียรภาพ วันนี้บ้านเมืองไม่มีการปั่นป่วน ไม่มีการปิดถนน แต่สิ่งที่เจออยู่ในขณะนี้ก็คือการใช้โซเชียลมีเดียและสื่อต่างๆ ซึ่งไม่เกิดประโยชน์อะไรกับประเทศไทย …”

ตามมาด้วย

“การที่เข้ามาวันนี้อยากจะบอกว่า 4 ปีที่ผ่านมา พยายามที่จะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด คือ การทำหน้าที่เป็นนายกรัฐมนตรี เพราะนายกรัฐมนตรีเป็นตำแหน่งที่สำคัญ เป็นตำแหน่งที่มีเกียรติ เป็นตำแหน่งที่ทรงคุณค่า บอกเสมอว่า ตัวเองก็มีความเป็นมนุษย์ เพราะฉะนั้นความผิดของผมมีเพียงอย่างเดียวที่ผมรู้คือ ความเป็นมนุษย์ ความเป็นมนุษย์จะต้องมีความผิดพลาด มีโมโห มีโกรธ นี่คือความเป็นมนุษย์ของผม…”

Advertisement

และ

“ฉะนั้นการเป็นนายกรัฐมนตรีก็จะต้องมีความเป็นมนุษย์ ไม่ใช่เป็นเรื่องสมมุติออกมา ผมเป็นมนุษย์ ผมเป็นคน และผมทำงานเพื่อคน เพื่อประเทศไทย เพื่อคนไทย ผมก็ต้องเป็นของผมแบบนี้ แต่ผมทำหน้าที่ตรงนี้ มีเกียรติมีศักดิ์ศรีสำหรับประเทศและต่างประเทศ แต่ผมก็ไม่เข้าใจว่าหลายคนพยายามที่จะทำลายเกียรติยศของนายกรัฐมนตรี ซึ่งไม่ใช่ผม…”

รวมถึง

“ผมไม่เห็นมันจะสูญเปล่าตรงไหน เพราะผลงานก็ปรากฏออกมาเยอะแยะไปหมด เป็นร้อยเป็นพัน แต่ท่านก็มาบอกว่าสูญเปล่า…”

รุ่งขึ้นหนังสือพิมพ์พาดหัวข่าว “บิ๊กตู่โต้โซเชียล”

ย้อนกลับไปดูความเคลื่อนไหวของโลกโซเชียลในระยะเวลาที่ผ่านมาก็ต้องยอมรับว่ามีมุมมองที่เป็นลบต่อรัฐบาลมากขึ้น

หากเปรียบเทียบรัฐบาลชุดนี้เมื่อปี 2557 กับปี 2561 นี้ ถือว่าแตกต่างกันมาก

กรณีที่่ สนช. นั่งประชุมแล้วหลับภายในห้องประชุมระหว่างการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณประจำปี 2562 โดยมี สนช.บางคนลุกขึ้นมาแสดงความไม่พอใจกับสื่อโซเชียลที่เผยแพร่ภาพ

ปรากฏว่าหลังจากนั้น โลกโซเชียลต่างรุมกระหน่ำใส่ สนช. อย่างหนักและต่อเนื่อง

กรณีที่ นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งถูก กกต. มีมติว่าขาดคุณสมบัติแล้วหลุดปากให้สัมภาษณ์เรื่องสปิริตว่า “สปิริตเป็นเรื่องของนักกีฬา”

เพียงชั่วพริบตาที่กระแสข่าวแพร่ออกไป นายดอนถูกโจมตีทั้งภาพและข้อความอย่างหนัก

ยังมีอีกหลายกรณีที่รัฐบาลที่เป็นตัวบุคคล ตั้งแต่ระดับนายกรัฐมนตรี และเรื่องที่เป็นหน่วยงาน ตั้งแต่รัฐบาล ลงไปจนถึงกระทรวง ที่แสดงท่าทีที่ไม่ถูกใจ โลกโซเชียลจะเป็นศูนย์รวมภาพและเนื้อหาที่โจมตีเข้าใส่

โจมตีเข้าใส่ทั้งที่มีเหตุผล และไร้เหตุผล

ดังนั้น จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ พล.อ.ประยุทธ์จะรู้สึก

รู้สึกในฐานะที่เป็นมนุษย์ปุถุชนคนหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาสภาพการณ์ที่เกิดขึ้นกับ พล.อ.ประยุทธ์ และ “แม่น้ำทั้ง 5” จะพบว่ากระแสต่างๆ ที่อุบัติขึ้นล้วนแสดงถึงความต้องการของสังคมในขณะนี้

ทั้งนี้เพราะ คสช.ยึดอำนาจมาตั้งแต่ปี 2557 จนถึงบัดนี้เป็นเวลา 4 ปี

พล.อ.ประยุทธ์ นั่งนายกรัฐมนตรีมาตั้งแต่บัดนั้นจนถึงบัดนี้ และได้ประกาศเป้าหมาย ได้มีโอกาสบริหารราชการแผ่นดินอย่างเต็มที่

จึงถึงเวลาแล้วที่สังคมจะทำหน้าที่ตรวจสอบการทำงานที่ผ่านมา

การตรวจสอบโดยการชุมนุมทำไม่ได้ การตรวจสอบโดยสื่อมวลชนกระแสหลักทำได้ไม่ถนัด

แต่การแสดงความรู้สึกผ่านสื่อโซเชียลยังทำได้อยู่ และทำได้อย่างหลากหลาย

ในที่สุดสังคมโซเชียลจึงแสดงพลังออกมา

เป็นพลังที่อาจจะไม่เป็นคุณต่อรัฐบาล อาทิ ขณะที่รัฐบาลปลื้มใจต่อตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ แต่ก็ยังมีกระแสเรียกร้องเรื่องปากท้องประชาชน

หรือรัฐบาลมั่นใจว่าการปราบปรามการทุจริตของรัฐบาลนั้นมีความคืบหน้าดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ

แต่สังคมกลับเรียกร้องให้เสมือนหนึ่งว่า การปราบโกงไม่สำเร็จ

เป็นต้น

ทั้งหมดนี้เป็นสัญญาณบ่งบอกว่าสังคมหรือประชาชนกำลังต้องการการเปลี่ยนแปลง

เฉกเช่นกับรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งที่เมื่อบริหารประเทศไประยะเวลาหนึ่งจะมีกระแสอยากเปลี่ยนแปลง

รัฐบาลจึงมีการปรับ ครม. และมีการเลือกตั้งใหม่ เพื่อตอบสนองต่อความต้องการ

แม้รัฐบาลชุดปัจจุบันจะเป็นรัฐบาลที่มาจากการยึดอำนาจ แต่ความต้องการของสังคมเรื่องการเปลี่ยนแปลงก็ยังคงอยู่

เมื่อถึงเวลาพอสมควร สังคมจะเริ่มเคลื่อนไหวเพื่อให้มีการเปลี่ยนแปลง

เรื่องเช่นนี้ รัฐบาลเองก็คงสัมผัสได้ จากกระแสเสียงที่เรียกร้องให้มีการเลือกตั้ง

แม้เมื่อปี 2557 จะมีกระแสเพียงน้อยนิดผนวกกับแรงผลักดันจากต่างประเทศ แต่ คสช.ก็ยังทนแรงกดดัน และยืนอยู่ได้มาจนถึงบัดนี้

แต่เมื่อกาลเวลาเคลื่อนมาถึงปีนี้ ดูเหมือนว่ากระแสที่ต้องการการเลือกตั้งจะมีมากขึ้น

เมื่อผนวกรวมกับแรงกดดันจากต่างชาติ จึงมีผลต่อ คสช.มากขึ้น

ดังนั้น แม้ พล.อ.ประยุทธ์ จะประกาศหลายครั้งว่าโรดแมปไม่เปลี่ยนแปลง การเลือกตั้งจะเกิดขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ 2562

แต่เมื่อมีการตรวจสอบความเป็นไปได้ กลับพบว่ากลไกต่างๆ ยังไม่เรียบร้อยอยู่มาก

ความระแวงไม่ไว้วางใจรัฐบาลจึงเกิดขึ้น

แล้วกระแสความข้องใจรัฐบาลก็ถ่ายเทออกมาทางโลกโซเชียลอีกเช่นกัน

ดังนั้น จึงดูเหมือนว่า พล.อ.ประยุทธ์และรัฐบาลกำลังตกอยู่ในวงล้อมของโลกโซเชียล

ทางออกของรัฐบาลที่ดีคือการ “คลายนอต” ให้แก่สังคมได้ผ่อนคลาย

ทำให้สังคมมั่นใจว่าในที่สุดแล้ว ประเทศไทยจะมีการเลือกตั้ง

การเปิดโอกาสให้พรรคการเมืองได้ทำกิจกรรมที่สอดรับกับ พ.ร.ป.พรรคการเมือง ด้วยการปลดล็อกนั้นเป็นวิธีการหนึ่ง

พรรคการเมืองที่พร้อมจะส่งผู้สมัคร จำเป็นต้องใช้เวลาในการเตรียมการ

หากรัฐบาลผ่อนคลาย เปิดทางให้พรรคแต่ละพรรคได้ขยับตัว ความกดดันที่เกิดขึ้นย่อมผ่อนคลายลง

นอกจากนี้ยังมีการเข้าไปช่วยกลไกเลือกตั้ง อาทิ กกต. จัดแจงตระเตรียมงานเพื่อการเลือกตั้งให้เสร็จได้ทันเวลานั้นก็สมควร

และยังมีกลไกอื่นๆ อีกที่จะทำให้ประชาชนมั่นใจว่า การเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้น

การเลือกตั้งจะมีแน่

หากรัฐบาลสามารถทำให้สังคมมั่นใจได้เช่นนั้น กระแสกดดันก็อาจจะผ่อนคลายลง

รอเวลาให้การเลือกตั้งมาถึง แรงกดดันที่เกิดขึ้นและอัดแน่นก็จะผ่อนคลาย

รวมทั้งแรงบีบจากโลกโซเชียลด้วย