หน้าแรก การเมือง ตามคำขอผบ.ทบ....

ตามคำขอผบ.ทบ.! อนาคตใหม่ จ่อเก็บหลักฐาน ทหารคุกคามสมาชิก ยันเวทีคสช.ต้องถ่ายทอดสด

8.06.18 | 22:08 น.

“อนาคตใหม่” เล็งเก็บหลักฐานคุกคามสมาชิก ยืนยันพร้อมคุย คสช. เรื่องเลือกตั้งแต่ต้องถ่ายทอดสด

วันนี้ (8 มิ.ย.) พรรคอนาคตใหม่ ได้จัดไลฟ์ผ่านเฟสบุ๊ค Thanathorn Juangroongruangkit – ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ รายการ “คืนวันศุกร์ให้ประชาชน” โดยมี น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรค, นายไกลก้อง ไวทยาการ นายทะเบียนสมาชิกพรรค และนายสุรชัย ศรีสารคาม กรรมการสัดส่วนภูมิภาค (ภาคกลาง) ร่วมดำเนินรายการ โดย น.ส.พรรณิการ์ กล่าวถึงกรณีพรรคอนาคตใหม่ออกแถลงการณ์ เรื่องมีเจ้าหน้าที่ติดตามสมาชิกพรรคที่มาร่วมประชุมเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม ว่า เมื่อ พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ยืนยันว่า ไม่ได้มีคำสั่งดังกล่าว จากนี้ถ้ามีเจ้าหน้าที่ทหารหรือตำรวจ โทร.มาจะไม่มีการรับสายเพื่อให้ข้อมูลใดๆ ถ้ามาหาที่บ้านก็จะไม่ต้อนรับ รวมทั้งถ้าจะเชิญตัวสมาชิกให้ไปพบจะไม่มีการไปพบเป็นอันขาด และจะมีการถ่ายรูป ถ่ายคลิปวีดีโอเก็บไว้ เพื่อส่งให้กับ ผบ.ทบ. อย่างแน่นอน

ส่วนกรณีที่พรรคอนาคตใหม่ พร้อมจะไปพูดคุยเรื่องการกำหนดการเลือกตั้งในเดือนมิถุนายน กับ รัฐบาล โดยมีข้อเสนอให้มีการถ่ายทอดสด ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรียังไม่ตอบรับ โดยบอกว่าขอดูความจริงใจก่อนนั้น น.ส.พรรณิการ์ กล่าวว่า เราไม่เข้าใจว่าคืออะไร เพราะความจริงใจของเรา ก็คือการเปิดให้ประชาชนได้รับรู้ด้วยว่าคุยอะไรกัน ไม่ใช่ให้ประชาชนอยู่แต่วงนอก เราแสดงความจริงใจด้วยวิธีนี้ เรามีแนวทางชัดเจน ถ้าจะคุยกับคสช.หรือคุยกับพรรคใดก็ตาม ต้องคุยบนโต๊ะเปิด ต้องมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ จึงขอยืนยันอีกครั้งว่า ถ้ามีไลฟ์ หรือถ่ายทอดสด อนาคตใหม่ไปร่วมพูดคุยอย่างแน่นอน และถ้ารัฐบาลคสช. จริงใจ ก็ต้องอนุญาตให้มีการถ่ายทอดสด

อ่านต่อ : “บิ๊กตู่”ซัด“อนาคตใหม่” ไม่ผิดอย่ากลัว ปัดคุกคาม ถ้ามีปัญหา แค่ต้องมีคนไปเตือน
อ่านต่อ : ผบ.ทบ.ปัดส่งทหารคุกคามอนาคตใหม่ ลั่น หากพบเจอให้ถ่ายรูปส่งหลักฐานมา จะลงโทษ

ด้าน นายไกลก้อง กล่าวถึงกรณี สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณาผ่านร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2562 วงเงิน 3 ล้านล้านบาท นั้น พบว่าเป็นงบประมาณที่สูงที่สุดในรอบ 5 ปี และยิ่งเมื่อดูในรายละเอียดก็จะพบว่าในส่วนของกระทรวงกลาโหมแม้จะไม่ได้สูงที่สุด แต่ว่าสูงขึ้นเรื่อยๆทุกปี ซึ่งรอบนี้แซงชนะงบประมาณของหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า หรืองบบัตรทอง ซึ่งควรหรือไม่ที่งบจัดซื้ออาวุธยุทธภัณฑ์ จะสูงกว่างบประมาณในการดูแลสุขภาพประชาชนและเราชวนสังเกตด้วยว่าหลังการรัฐประหาร งบประมาณของกองทัพจะสูงขึ้นเสมอ

Advertisement

“นอกจากนี้ ยังพบด้วยว่าเกือบ 1ใน 3 นั้น เป็นงบประมาณในยุทธศาสตร์การบริหารจัดการภาครัฐให้สอดรับกับไทยแลนด์ 4.0 ซึ่งเรายังไม่เห็นว่ามีรูปธรรมจับต้องได้อย่างไร” นายไกลก้อง กล่าว

ส่วน นายสุรชัย ศรีสารคาม อดีตปลัดกระทรวงไอซีที ผู้พัฒนาระบบทะเบียนราษฎร์ดิจิทัล และบัตรประชาชน 13 หลัก ยืนยันว่าเงินเกือบ 1 ล้านล้านบาท หากนำมาพัฒนาระบบรัฐบาลดิจิทัลทั้งระบบ เหลือเฟือ สามารถทำได้ทั้งประเทศ ตั้งแต่ทำให้ระบบโรงพยาบาลรัฐ และราชการทั้งหมดเป็นดิจิทัลอย่างแท้จริง บัตรประชาชนสมาร์ทการ์ดใช้งานได้จริง ตั้งแต่รับสวัสดิการรัฐ จนถึงการลงคะแนนเลือกตั้งออนไลน์ เซ็นชื่อออนไลน์ได้ ไม่ต้องใช้กระดาษ ไม่เสียเวลาต่อคิวหรือยื่นเอกสาร เพราะทำผ่านระบบออนไลน์ และข้อมูลทุกอย่างจะถูกรวมไว้เป็นบิ๊ก ดาต้า ทำให้บริหารจัดการง่าย ตรวจสอบได้ง่ายโดยประชาชน ซึ่งหากทำได้ตามนี้ จะทำให้ประเทศไทยมีรัฐบาลที่โปร่งใส ปราศจากการคอรัปชั่น ประชาชนมีอำนาจอย่างแท้จริง ไม่ใช่เฉพาะเมื่อกาบัตรเลือกตั้ง