‘สุเทพ’ ยอมเสียคน ตระบัดสัตย์ รอกิน 2 ต่อเข้าฮอส

ชื่อชั้นของ “สุเทพ เทือกสุบรรณ” ในแวดวงการเมืองนั้นไม่ธรรมดา

เป็นนักการเมืองอีกคนหนึ่งที่มีชั้นเชิงแพรวพราว มีลูกล่อลูกชน และลูกเล่นทางการเมืองครบเครื่อง
ทุกความเคลื่อนไหวล้วนผ่านการกลั่นกรอง ประเมิน และกำหนดยุทธวิธีที่จะเดินไปสู่เป้าหมาย
รู้จักสงบนิ่งเพื่อรอโอกาส รู้ว่าเวลาไหนเหมาะ เวลาไหนไม่ควร
สิ่งที่เป็นสัญลักษณ์ติดตัว “สุเทพ” ที่ทำให้สังคมจดจำมีหลายเรื่อง
หนึ่งคือ การแจกที่ดินทำกินแก่เกษตรกร หรือ สปก.4-01 ที่เคยเป็นข่าวอึกทึกครึกโครม
หนึ่งคือ การประสานพรรคการเมืองเพื่อจับขั้วหนุน “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี จนกลายเป็นวาทกรรม “ตั้งรัฐบาลในค่ายทหาร”

หนึ่งคือ ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ในการสลายการชุมนุมคนเสื้อแดง
หนึ่งคือ นำม็อบ กปปส.ชัตดาวน์กรุงเทพฯ ขับไล่รัฐบาล”ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร”
ภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจ “สุเทพ” เก็บตัวสงบนิ่ง
ไม่เคยออกมาเรียกร้อง หรือทวงบุญคุณกับ คสช. ตามข้อกล่าวหาว่า คสช.เป็นหนี้บุญคุณ”สุเทพ” ที่เปิดช่องให้เข้ามายึดอำนาจและบริหารประเทศมาถึงทุกวันนี้

แต่เมื่อสถานการณ์เปลี่ยน และใกล้ถึงเวลาเลือกตั้ง ซึ่งประเมินแล้วว่า พรรคและกลุ่มการเมืองที่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ยังเป็นรอง และอาจจะไม่ได้รับเลือกตั้งตามเป้าหมาย

จึงถึงเวลาที่ “สุเทพ” ต้องออกมาโชว์พลังอีกครั้ง โดยร่วมเป็นแกนนำจัดตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย พร้อมประกาศสานต่อเจตนารมย์ของ กปปส.
ไม่สนใจข้อครหาตระบัดสัตย์ ที่เคยยืนกรานหลายครั้ง ทั้งสมัยที่ยังเป็นพระ งานทำบุญวันเกิด 67 ปี และอีกหลายที่ว่า จะไม่กลับมาเล่นการเมืองอีกแล้ว

ซึ่งคำประกาศว่า จะไม่เล่นการเมืองอีกแล้วนั้น คนในแวดวงการเมืองจะไม่ค่อยเชื่อถือ เพราะรู้กันว่า เป็นแค่วาทกรรม

เหมือนวาทกรรม “หากพรรคประชาธิปัตย์แพ้การเลือกตั้ง ผมจะยอมมุดดิน” ที่ “สุเทพ” ประกาศไว้ก่อนการเลือกตั้งปี 2554 และครั้งนั้น พรรคประชาธิปัตย์ก็แพ้พรรคเพื่อไทย

เหมือนวาทกรรม “หากล้มล้างรัฐบาลไม่ได้ภายในเดือนพฤศจิกายน 2556 จะผูกคอตาย” ที่ “สุเทพ” ประกาศในการนำม็อบไล่รัฐบาล “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” แต่เมื่อพ้นเวลาที่ขีดเส้นไว้ “สุเทพ” ก็ไม่ได้ทำตามคำพูด
การเข้าร่วมเป็นแกนนำจัดตั้งพรรครวมพลังประชาติไทย จึงมองว่า เป็น”หมาก”ทางการเมืองอีกกระดานหนึ่ง
“สุเทพ” ยอมเสียคน ยอมกลืนน้ำลาย เพื่อให้ตัวเองกลับมาเดินบนถนนทางการเมืองอีกครั้ง ทั้งยังช่วยเหลือ คสช.อีกรอบ

หากภายหลังการเลือกตั้ง พรรครวมพลังประชาชาติไทย พรรคและกลุ่มการเมืองต่างๆ ที่เป็นขั้วเดียวกัน สามารถยกมือสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีได้ตามเป้าหมาย

บารมีและบทบาทของ”สุเทพ”จะกลับมาโดดเด่นอีกครั้ง

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้กู้ภัยโคราชช่วยเหลือ ‘สุนัข’ ถูกหนังยางรัดอัณฑะทำหมัน
บทความถัดไปคอลัมน์ โกลบอลโฟกัส: ถ้ามี…”ข้อตกลงนิวเคลียร์” โฉมหน้าจะเป็นอย่างไร?