ทำไมเมื่อมีพรรคพลังประชารัฐแล้วจึงต้องมีพรรครวมพลังประชาชาติไทยขึ้นมาอีก
ตอบแบบทหารก็ต้องว่าเป็นเรื่องของ “ยุทธวิธี”
เพราะหากติดตามกระบวนท่าของพรรคพลังประชารัฐกับกระบวนท่าของพรรครวมพลังประชาชาติไทยจะมีความแตกต่าง อย่างเห็นได้ชัด
ทุกอย่างล้วนดำเนินไปในกระสวนที่ว่า “แยกกันเดิน” แต่ในที่สุดก็ “รวมกันตี”
“ยุทธวิธี”ที่จัดวางไว้ก็เพื่อบรรลุตาม”ยุทธศาสตร์”
เพราะไม่ว่าพรรคพลังประชารัฐ ไม่ว่าพรรครวมประชาชาติไทยล้วนมีเป้าหมายอย่างเดียวกัน
นั่นก็คือ เพื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
เหมือนกับว่าพรรครวมพลังประชาชาติไทยต้องการใช้ความโดด เด่นในทางวิชาการของ นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์
อาจใช่
แต่ก็ต้องยอมรับว่า คนที่ขับเคลื่อนพรรครวมพลังประชาชาติ ไทยในทางเป็นจริง คือ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ
หากไม่เข้าใจ”กปปส.”ก็ไม่เข้าใจ”เป้าหมาย”นี้
เหมือนกับว่าพรรคพลังประชารัฐต้องการอาศัยซุ้มสุโขทัย ซุ้มฉะเชิงเทรา ในการดูดอดีตส.ส.เข้ามาเสริมความคึกคัก
เฉพาะที่ผ่านซุ้มสุโขทัยก็มีมากกว่า 60 เข้าไปแล้ว
แต่ที่ไม่ควรมองข้ามก็คือ ทุกก้าวย่างของพรรคพลังประชารัฐ บัญชาการมาจาก “ทำเนียบรัฐบาล”
เห็นเสื้อยืดที่ “ชาวนาประชารัฐ”สวมหรือไม่
เห็นข้อความอันมาพร้อมกับ “กองหนุนลุงตู่”หรือไม่ว่าอักษรย่อ FOS มีรากฐานมาอย่างไร
แล้วตัว S เป็นอะไรอยู่ใน “ทำเนียบรัฐบาล”
ไม่ว่าพรรคพลังประชารัฐ ไม่ว่าพรรครวมพลังประชาชาติไทย ล้วนดำเนิน “ยุทธวิธี” เพื่อบรรลุ “ยุทธศาสตร์”เดียวกัน
นั่นก็คือ เป็นพรรคคสช. ของคสช.เพื่อคสช.
เพียงแต่ดำเนิน “ยุทธวิธี” สร้างสีสันต่างกันไปในแบบของ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ และในแบบอันเป็นเอกลักษณ์ของ S
แต่ทั้งหมดจิตหนึ่งใจเดียวเพื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

