หน้าแรก การเมือง รายงาน : เผชิ...

รายงาน : เผชิญ ประจันหน้า เพื่อไทย กับ พรรค คสช. มากด้วย ความพลิ้ว

13.06.18 | 13:00 น.

เผชิญ ประจันหน้า
เพื่อไทย กับ พรรค คสช.
มากด้วย ความพลิ้ว

ตราบใดที่ยังไม่สามารถ “จัดการ” กับพรรคเพื่อไทยได้ ตราบนั้นแผน “สืบทอดอำนาจ” ของ คสช.ก็จะยังไม่ประสบความสำเร็จ

หรือสำเร็จก็ไม่ราบรื่น

คำว่า “จัดการ” ในที่นี้ คือ พิมพ์เขียวหรือยุทธศาสตร์ใหญ่นับแต่ คสช.ยึดอำนาจเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 เป็นต้นมา

Advertisement

เห็นจากการไล่ต้อนคนของพรรคเพื่อไทย

เริ่มตั้งแต่การถอดถอนและรุกคืบจะยึดทรัพย์ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ตามมาด้วยการคิดบัญชีคนของพรรคเพื่อไทยอย่างชนิดเรียงตัว

ไล่มาตั้งแต่ นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี กระทั่ง พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต

จากนั้นก็ร่างกฎกติกาเพื่อเป็นหลักประกันพื้นฐานไม่ว่าจะผ่านกระบวนการของ “รัฐธรรมนูญ” ไม่ว่าจะกระบวนการ “ยุทธศาสตร์” อันเป็นเครื่องมือในการหาเสียงสร้างคะแนนนิยม

ทุกอย่างล้วนเพื่อ “จัดการ” กับ “เพื่อไทย”

ยิ่งโรดแมปเลือกตั้งในเดือนกุมภาพันธ์ 2562 ใกล้เข้ามามากเพียงใด ความพยายามในการจัดการกับพรรคเพื่อไทยยิ่งเข้มข้นมากเพียงนั้น

นั่นก็คือ ทำอย่างไรให้ “แตก”

ข้อเสนออันมาจากอดีต ส.ส.พรรคไทยรักไทยที่ว่า หากไม่สามารถ “ดูด” คนของพรรคเพื่อไทยเข้ามาก็ยากเป็นอย่างยิ่งที่จะเอาชนะได้

เพราะที่ดูดๆ กันนั้นยังไม่ถึงพรรคเพื่อไทย

ส่วนหนึ่ง เป็นคนของพรรคประชาธิปัตย์ ส่วนหนึ่ง เป็นคนของพรรคชาติไทยพัฒนา เป็นคนของพรรคภูมิใจไทย

ตรวจสอบ 60 รายชื่อที่มีการเผยแพร่ออกมาจากซุ้มสุโขทัยก็ยังมิใช่คนของพรรคเพื่อไทย หากแต่เป็นอดีต ส.ส.ตั้งแต่ยุคพรรคไทยรักไทย และยุคพรรคพลังประชาชน

ยังมิใช่อดีต ส.ส.จากการเลือกตั้งเดือนกรกฎาคม 2554

ถามว่าการจัดตั้งพรรคการเมืองอย่างพรรคพลังประชารัฐ และหรือพรรครวมพลังประชาชาติไทยขึ้นมานั้นเป้าหมายสูงสุดคืออะไร

คือ การเอาชนะพรรคเพื่อไทย

และการจะเอาชนะพรรคเพื่อไทยให้ได้ แม้กติกาจากรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 จะรู้เห็นเป็นใจอยู่แล้ว แต่ผลชี้ขาดอย่างแท้จริงก็ยังอยู่ที่ “การเลือกตั้ง”

ทำอย่างไรจึงจะดึงพรรคเพื่อไทยให้เป็นพรรคต่ำกว่า 100

หากศึกษาจาก “ข่าวลือ” ที่ปล่อยออกมา ตราบ ณ วันนี้ ความเชื่อมั่นที่ปลิวว่อนอยู่ในแวดวงการเมืองก็คือ พรรคเพื่อไทยยังสามารถตรึง ส.ส.ของตนอยู่ที่จำนวน 200

กำลังด้านหลักของพรรคเพื่อไทย คือ ส.ส.ระบบเขต

ยุทธวิธีเฉพาะหน้าของพรรค คสช.ไม่ว่าจะเป็นพรรคพลังประชารัฐ ไม่ว่าจะเป็นพรรครวมพลังประชาชาติไทยก็คือ ทำอย่างไรจะลดจำนวน ส.ส.พรรคเพื่อไทยลงมา

นี่คือภาระของพรรคพลังประชารัฐ นี่คือภาระของพรรครวมพลังประชาชาติไทย

จากนี้จึงเห็นได้ว่า การขับเคลื่อนโรดแมปเลือกตั้งของ คสช.จึงยังเป็นการขับเคลื่อนไปบนรากฐานแห่งความไม่แน่นอนในทางการเมือง

เป็นความไม่แน่นอนอันเนื่องแต่พรรคเพื่อไทย

ความเป็นจริงที่ต้องยอมรับก็คือ พรรคเพื่อไทยมิได้ดำรงอยู่อย่างเป็น “เป้านิ่ง” ให้ คสช.ฟาดกระหน่ำ ตรงกันข้าม แต่ละจังหวะก้าวกลับมากด้วยความพลิ้ว

ความพลิ้วของพรรคเพื่อไทยนั่นแหละยังเป็นเรื่องน่ากลัว