ไขรหัสสูตรสืบทอดอำนาจ ‘บิ๊กตู่’ กับบทพิสูจน์ธาตุแท้นักการเมือง

ภาพรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ออกตระเวนประชุมครม.สัญจรตามต่างจังหวัดถี่ยิบ จับอากัปกิริยาภาษากายทั้งการทักทายพร้อมลูกล่อลูกชนระหว่างพบปะชาวบ้านไม่ต่างจากนักการเมืองที่ออกหาเสียงขอคะแนนก่อนเลือกตั้ง

ถ้าไม่บอกคงไม่รู้ว่านายกฯคนนี้คือนายทหารที่เข้ามายึดอำนาจ นั่งบริหารประเทศมานานกว่า5 ปี

หากจะตีความทางการเมืองตามวัฎจักรการเมืองไทยที่วนเวียนอยู่กับการเลือกตั้งควบคู่รัฐประหาร มีนายกรัฐมนตรีที่มาจากพลเรือนควบคู่กับนายทหารสลับผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนยืนยาวมานานตั้งแต่หลังยุคเปลี่ยนแปลงการปกครองจนถึงปัจจุบัน

ภาษากายของ “บิ๊กตู่” ที่ปรากฎออกมาคิดอย่างอื่นไปไม่ได้ นอกจากความพยายามเดินหน้าสืบทอดอำนาจภายใต้รัฐธรรมนูญที่ร่างขึ้นมา

หากพลิกตัวบทรัฐธรรมนูญจะปรากฎตัวเลขภายใต้สูตรรัฐบาล’ประยุทธ์’เดินหมากเพื่อเข้ามาเป็น “นายกฯคนใน” อย่างสง่างาม

1.ต้องมีพรรคใดพรรคหนึ่ง และพรรคนั้นจะต้องได้ส.ส.ไม่น้อยกว่า 25 ที่นั่ง เพื่อมีสิทธิ์ถูกเสนอชื่อ ต้องจับตามองพรรคใหม่ที่ไปจดทะเบียนเปิดหน้าตอนนี้ คือ พรรคพลังประชารัฐ ที่แกนนำบอกว่ายังเป็นแค่วุ้น

ไม่เว้นแม้แต่พรรครวมพลังประชาชาติไทยของสุเทพ เทือกสุบรรณ ที่สนับสนุนแนวทางปฎิรูปของ “บิ๊กตู่” หากมองดูตัวเลข 25 เสียงดูเหมือนไม่มากแต่ก็ไม่น้อย หากเดินหมากพลาดอาจตกม้าตายตั้งแต่นับหนึ่ง

2.ขอเสียงสนุนสนุนโหวตเลือกนายกฯ หลังจากวางหมากเขียนรัฐธรรมนูญจนมีส.ว.อยู่ในกำมือ 250 เสียง จึงต้องการ ส.ส.มาหนุนเบ็ดเสร็จแค่ 126 เสียงเพื่อเพียงพอยกมือโหวตเลือกนายกฯ จำนวน 376 เสียง (250+126) จาก 2 สภารวมกัน ซึ่งมี 750 เสียง

หมากที่วางไว้คืออาศัยจากหลายพรรคที่กระจายไปตั้งพรรคเอง หรือดึงดูดด้วยกลยุทธ์ต่างๆในทางทฤษฎีมีความเป็นไปได้กับตัวเลข 126 เสียง

แต่ถ้าผิดแผนก็จำเป็นต้องดึงเสียงจาก 2พรรคใหญ่พรรคใดพรรคหนึ่ง คือ เพื่อไทย (205 เสียง คำนวณโดยประมาณ-15% จากข้อมูลเลือกตั้งครั้งล่าสุด) หรือ ประชาธิปัตย์(150 เสียง)

3. หากไม่มีปัจจัยแทรกซ้อน อาศัยเฉพาะเสียงจากพรรคเล็กพรรคกลางที่สนุบสนุน จำนวน 126 เสียงหนุน “บิ๊กตู่”ได้เป็นนายกฯแน่นอน แต่จำนวนส.ส.คงไม่เพียงพอจะบริหารประเทศ เพราะต้องมีส.ส.สนับสนุนเกินกึ่งหนึ่งของสภาผู้แทนฯ คือ เกินกว่า 251 เสียง เพื่อไม่ให้ตกเก้าอี้จากการผ่านงบประมาณ และซักฟอก

จำนวนส.ส.อีก 125 เสียงที่ยกมือหนุนรัฐบาล จำเป็นอย่างยิ่งต้องไปดึงพรรคใหญ่มาหนุน ซึ่งมีแค่เพื่อไทยกับประชาธิปัตย์เท่านั้น

4. แต่ถ้าเพื่อไทยจับมือกับประชาธิปัตย์ทันทีหลังเลือกตั้ง (206+150) ‘บิ๊กตู่’ เจอทางตันแน่นอน

หากเกมนี้ดึงพรรคใหญ่มาเป็นพวกไม่ได้ ทางเดียวที่จะจัดการ คือ หาเหตุทุบให้เล็ก หรือสุดท้ายยุบทั้ง 2 พรรค ( หมากนี้กลไกที่ผลักดัน “บิ๊กตู่”ต้องร่วมมือ )

‘ประยุทธ์’ต้องใช้กลไกอำนาจทุกตัวที่มีอยู่ในมือเพื่อสืบทอดอำนาจ ทั้ง องค์กรต่างๆ คสช. มาตรา44 ข้าราชการ หน่วยงานรัฐ นายทุนใหญ่ ฯลฯ

วันนี้แม้จะมีพรรคเกิดใหม่ พรรคเฉพาะกิจ เข้ามาเป็นตัวแปรสืบทอดอำนาจ แต่ก็มีหลายพรรคเช่นกันประกาศจุดยืนไม่เอาเผด็จการ ไม่หนุนการสืบทอดอำนาจ

อย่าลืมว่าตัวเลขคนหนุ่มสาวที่จะมีโอกาสใช้สิทธิเลือกตั้งครั้งแรกจำนวน 7 ล้านเสียงเท่ากับ ส.ส.100 ที่นั่ง สามารถกำหนดทิศทางประเทศว่าจะเดินไปทางไหน

ไม่ต่างจากนักการเมืองทั้งระดับท้องถิ่น หรือระดับชาติที่ต้องตกอยู่ภายใต้ท็อปบู๊ท หรือ พรรคข้าราชการมานานกว่า 5 ปีจะแสดงจุดยืนอย่างไร หรือ เป็นแค่อาชีพนักการเมืองที่แสวงหาแค่อำนาจเท่านั้น

เสียงจากประชาชนคือเสียงสวรรค์ เป็นคำตอบว่า 5 ปีภายใต้บริหารของรัฐบาลบิ๊กตู่ พวกเขาอยู่ดีกินดี มีเงินเต็มกระเป๋า เหมือนที่รัฐบาลพยายามเป่าหูว่าเศรษฐกิจกำลังเฟื่องฟู หรือ “รวยกระจุก จนกระจาย” ดั่งเสียงวิพากษ์วิจารณ์ที่ออกมา

อีก 9 เดือนข้างหน้าประชาชนจะให้คำตอบว่าหมากสืบทอดอำนาจของ“บิ๊กตู่”จะสำเร็จหรือตกม้าตาย ….

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ยอมไม่ได้ ‘นาย ณภัทร’ โวยหลังถูกเว็บไซต์แอบอ้างนำรูปไปขายของ
บทความถัดไปกรมพลศึกษาเปิดโผ16แบดมินตันนักเรียนไทยไทยลุยเอเชีย