ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล จบสงคราม “เต่า” ที่เป็น สงคราม “ภายในโสณกุล” ได้ดีพอควร
หลังจาก บุตรี ม.ล.มิ่งมงคล โสณกุล ออกมาประกาศไม่ยอมรับพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.)
เพราะ
“คนไม่มีสัจจะ…คนคนนั้น…เป็นคนที่เราจะไม่มีทางให้ความไว้ใจและเชื่อในสัจจะของเขาเช่นกัน…ไม่ว่าเขาจะเป็นใครก็ตาม”
ดังนั้น หม่อมลูกเต่า จึงฟันธง
“เรา ม.ล.มิ่งมงคล โสณกุล ไม่สนับสนุนพรรค รปช.ของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ในทุกรูปแบบ…ไม่ว่าหัวหน้าพรรคจะเป็นใครและเราจะไม่ไปเลือกตั้งด้วยค่ะ”
ลูกตัด (แนวทางการเมือง) พ่อ แรงอยู่ไม่น้อย
แต่หม่อมเต่าก็ยืดอกบอกว่า ไม่มีปัญหา และสังคมควรมองว่าเลี้ยงลูกดี ที่มีความคิดเป็นของตัวเองมากกว่า
ฟังแล้วพอรับได้ ถึงได้บอก ปิดฉากสงคราม “เต่า” ลงได้ดีพอควร
ส่วนสงคราม “เต่า” ภายนอกนั้น เร็วเกินไปที่จะสรุปว่า จะจบอย่างไร
เพราะดูท่าจะเป็นสงครามยืดเยื้อ
อะไรคือ สงคราม “เต่า” ภายนอก
ก็คงสืบเนื่องจาก วันที่ 5 สิงหาคม 2561 ที่ ม.ร.ว.จัตุมงคลก้าวขึ้นเป็นหัวหน้าพรรค รปช.
อย่างเป็นทางการ
ผู้สื่อข่าวไปถามว่า หลังเลือกตั้งมีโอกาสร่วมมือกับพรรคเพื่อไทยหรือไม่
คำตอบของหม่อมเต่า คือ
“ถึงตอนนั้นจะยังมีพรรคเพื่อไทยหรือเปล่าก็ไม่รู้”
ประโยคที่ดูเรียบๆ สะกิดใจคนเพื่อไทยเข้าอย่างจัง
เพราะทฤษฎีสมคบคิดของ “พวกเรา” อันรวมถึงอีลิท คนชั้นสูงระดับหม่อมเต่า ที่ดำรงเป้าหมาย ต้องขจัดทักษิณและพรรคการเมืองให้สิ้นซาก ยังหลอนอยู่
และยิ่งพรรคเพื่อไทย ยังเข้มแข็ง ฆ่าไม่ตาย
เป้าหมายทำลายล้างก็น่าจะยังคงมีต่อไป
ดังนั้น ประโยคที่ว่า “ถึงตอนนั้นจะยังมีพรรคเพื่อไทยหรือเปล่าก็ไม่รู้” คนพรรคเพื่อไทยต้องเฉลียวใจและเอาใจใส่
เพราะมีโอกาส ที่จะเผชิญเหตุ “ไม่ดี” ได้ตลอดเวลา
ยิ่ง นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ ที่นอกจาก “เสียสละ” ยอมเปิดทางให้ หม่อมเต่าแล้ว
ยังออกมา เชิดชู หม่อมเต่า ราชนิกุลผู้สูงศักดิ์ อย่างอลังการ
ว่า
ท่านเป็นบุคลาธิษฐานของอุดมการณ์ รปช. โดยแท้
เป็นมือเศรษฐกิจระดับชาติและนานาชาติ
เป็นผู้จบการศึกษาขั้นสูงจากสถาบันระดับโลกคือ “เคมบริดจ์” ของอังกฤษ และ “ฮาร์วาร์ด” ของอเมริกา และทุกวันนี้ก็ติดตามเรียนรู้จีน อีกมหาอำนาจโลก ไม่หยุดยั้ง
เป็นอดีตอธิบดีหลายกรม เป็นอดีตปลัดกระทรวงการคลัง และเป็นอดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย
ที่สำคัญ
เป็นดั่ง “พญาครุฑ” ที่ได้ “โผบิน” เข้าสู่เวทีการเมือง –มีสังกัด มีกำลังหนุน สามารถเป็นนายกรัฐมนตรีได้ในทุกแบบ ทุกสถานการณ์ ครบเครื่อง
“หม่อมเต่า” อลังการ เช่นนี้
ใครที่คิดว่าเป็นแค่ร่างทรงให้ “ลุงสุเทพ” อาจต้องคิดใหม่
หม่อมเต่าอาจเป็นโจทย์การเมืองใหม่ ที่คนในทำเนียบอาจต้องชำเลืองมองเสียด้วยซ้ำ
ด้วยเป็นตัวแปรทางการเมืองที่เพิ่มขึ้น
ดังนั้น การที่ “พญาครุฑเต่า” ขยับปีก พูดแต่ในนาทีแรกๆ ที่นั่งหัวหน้าพรรค รปช.ว่า
“ถึงตอนนั้นจะยังมีพรรคเพื่อไทยหรือเปล่าก็ไม่รู้”
จึงถูกประเมินว่ามากด้วยปริศนา
และมีเค้าลางอยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะปมที่ นายทักษิณ ชินวัตร ยังมีบทบาทเป็นผู้บงการพรรคอยู่
คสช.เก็บข้อมูลละเอียดยิบเพื่อประโยชน์ในอนาคตอันใกล้
และนั่นเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ นายทักษิณ ชินวัตร ประกาศ “สงครามยังไม่ยุติ”!!
ต้อง สู้กันต่อไป
สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร

