รายงาน : ฉวยโอกาสขอโปรเจ็กต์ ‘บิ๊กตู่’ถกครม.สัญจร

16.09.18 | 13:00 น.

หมายเหตุ – นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าฯเลย และนายสืบศักดิ์ เอี่ยมวิจารณ์ ผู้ว่าฯเพชรบูรณ์ ให้สัมภาษณ์ “มติชน” ถึงการเตรียมความพร้อมและข้อเสนอในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อย่างเป็นทางการนอกสถานที่ หรือ ครม.สัญจร ระหว่างวันที่ 17-18 กันยายนนี้

ชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม

ผู้ว่าฯเลย

หลังจากที่ทางสำนักนายกรัฐมนตรีแจ้งมาว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี มีกำหนดเดินทางมาตรวจราชการและปฏิบัติภารกิจพื้นที่จังหวัดเลยในวันที่ 17 กันยายน ดังนั้น เพื่อเตรียมความพร้อมให้การตรวจราชการและปฏิบัติภารกิจของนายกรัฐมนตรีและคณะจึงได้มีการประชุมมอบหมายภารกิจในส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ส่วนในภาคของเอกชน ได้มีการประชุมทั้งหอการค้า สภาอุตสาหกรรม ธุรกิจทางท่องเที่ยว และก็พี่น้องเกษตรกร ร่วมกับส่วนราชการ ได้ข้อสรุปในส่วนของจังหวัดเลยที่จะนำร่างเสนอการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 1 ตอนบน (บึงกาฬ เลย หนองคาย หนองบัวลำภู อุดรธานี) แบ่งออกเป็น 4 หัวข้อที่จะเสนอ ครม.สัญจรในส่วนของจังหวัดเลย

Advertisement

เรื่องที่ 1 เรื่องของสนามบิน เป็นเรื่องที่จำเป็นเพราะว่าการลงทุนก็ดี หรือแม้แต่การท่องเที่ยวจำเป็นต้องปรับปรุงสนามบิน ซึ่งเดิมเรารองรับผู้โดยสารเมื่อปี พ.ศ.2547 ถึงปีนี้ผู้โดยสารเพิ่มมาเท่าตัว ถ้าเราไม่รีบปรับปรุงก็จะเสียโอกาส ปัจจุบันอาคารที่พักผู้โดยสารและลานจอดรถคับแคบ และสิ่งอำนวยไม่เพียงพอต่อการให้บริการ จึงขอรับการสนับสนุนก่อสร้างอาคารที่พักผู้โดยสารหลังใหม่ พร้อมกับลานจอดรถ ซึ่งโครงการพัฒนาท่าอากาศยานเลยจะใช้งบประมาณ 987 ล้านบาท โดยมีหน่วยงานของท่าอากาศเลยรับผิดชอบ

เรื่องที่ 2 ถนนเชื่อมระหว่างเมือง ตั้งแต่เลย-อุดรฯ เลย-ผานกเค้า เลย-หล่มสัก เลย-หนองคาย แล้วก็เส้นทางไป อ.ท่าลี่ ข้ามไปแขวงไซยะบุรี สปป.ลาว ทุกเส้นขอเป็น 4 แลน เส้นทางทั้งหมดนี้จะเข้าสู่ตัวเมือง เป็นการพัฒนาโครงการข่ายทางหลวงสายหลัก เพื่อสนับสนุนยุทธศาสตร์จังหวัดเลย โดยใช้งบประมาณ 10,3780 ล้านบาท ซึ่งจะมีแขวงทางหลวงเลยที่ 2 รับผิดชอบ

ส่วนเรื่องที่ 3 คือโรงพยาบาลซึ่งจะขอยกฐานะ โรงพยาบาลวังสะพุงและโรงพยาบาลเลย ให้สามารถรองรับผู้ป่วยได้พอๆ กัน โดยโรงพยาบาลวังสะพุงจะรับภาระในโซนของ อ.ภูหลวง ภูกระดึง ผาขาว เอราวัณ โดยทั้ง 5 อำเภอ ผู้ป่วยไม่ต้องมาแออัดเข้ามารักษาในโรงพยาบาลเลย โดยเป็นโครงการพัฒนาคุณภาพและศักยภาพการบริการสุขภาพ ซึ่งจะใช้งบประมาณ 277 ล้านบาท โดยจะมีสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเลย โรงพยาบาลวังสะพุงและโรงพยาบาลเลย รับผิดชอบ

เรื่องที่ 4 เรื่องของเกษตรผสมผสานเกษตรอินทรีย์ เราทำเรื่องเกษตรช่วงฤดูฝนไม่น่ามีปัญหา แต่ในช่วงฤดูแล้งไม่มีน้ำ ซึ่งทางเกษตรกรก็อยากจะได้ระบบน้ำบาดาลที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์มาช่วยเกษตรกร คือ ระบบน้ำบาดาล พิสูจน์แล้วว่าการใช้น้ำบาดาลจะมีการปนเปื้อนของสารเคมีน้อยมาก จึงเหมาะกับการทำเกษตรอินทรีย์ เกษตรกรที่ทำสวนแบบผสมผสาน ซึ่งน่าจะเป็นทางออกที่ดี เป็นการยกระดับการผลิตและการสร้างมูลค่าเพิ่มผลผลิต จะใช้งบประมาณ 166 ล้านบาท จะเป็นความรับผิดชอบของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และกระทรวงพลังงาน ทั้ง 4 ข้อ ที่จังหวัดเลยนำร่างเสนอการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 1 ตอนบน รวมงบประมาณการก็ประมาณหมื่นกว่าล้านบาท


สืบศักดิ์ เอี่ยมวิจารณ์

ผู้ว่าฯเพชรบูรณ์

ในการประชุม ครม.สัญจรที่ จ.เพชรบูรณ์ หลักๆ เราเตรียมความพร้อมเรื่องสถานที่ โดยมหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) เพชรบูรณ์ จะเป็นสถานที่หลักซึ่งมีความพร้อมโดยทางอธิการบดีให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ ในขณะที่ทางสำนักงานรัฐมนตรีก็ลงมาตรวจสอบและให้คำแนะนำตลอด เพราะฉะนั้นในเรื่องการประชุม ครม.สัญจรที่เพชรบูรณ์ มีความพร้อมเกิน 100% ส่วนในเรื่องการดำเนินการตามนโยบายรัฐบาลในเรื่องสาธารณสุข ซึ่งจะมีการเปิดคลินิกหมอครอบครัว การพบปะประชาชน การมอบหนังสือคู่มือการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนทุกอย่างมีการเตรียมพร้อม และเราก็จะให้นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีได้ดูหลายเรื่องที่เกี่ยวกับนโยบายรัฐบาล ส่วนในเรื่องที่เราจะเสนอและขอรับการสนับสนุนก็ได้เตรียมพร้อมไว้หมดแล้ว

ข้อเสนอที่จะขอรับการสนับสนุนจาก ครม.นั้น ความจริงมีเยอะมากเพราะการประชุมคราวนี้เป็นการประชุมของ 2 กลุ่มจังหวัด คือ ภาคเหนือตอนล่าง 1 และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 ซึ่งมีผู้ว่าราชการจังหวัดและทางสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ รวมทั้งทางกลุ่มจังหวัดได้ประชุมไปแล้ว 3-4 ครั้ง กระทั่งมีการสรุปกันแล้วว่าจะมีการนำเสนออะไรบ้าง ซึ่งก็มีหลายเรื่องทั้งเรื่องกระทรวงคมนาคม กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงสาธารณสุขและเรื่องของจังหวัด ก็คือเรื่องของกระทรวง ทบวง กรมนั่นเอง

ตอนนี้ก็มีการสรุปเพื่อนำเสนอแล้ว ส่วนผลจะเป็นอย่างไรก็ต้องรอการประชุม ครม. ส่วนจะได้รับการสนับสนุนอะไรบ้างทาง ครม.ก็จะมาเคาะ แต่เราได้เสนอในส่วนที่คิดว่าเป็นประโยชน์ หรือบางเรื่องช้าไป อย่างเรื่องโครงการก่อสร้างอาคารผู้ป่วยโรงพยาบาลหล่มสัก หรือห้องผ่าตัดโรงพยาบาลเพชรบูรณ์ซึ่งมีการขอสนับสนุนงบฯตั้งแต่ปี 2559 แต่ยังไม่ได้รับการพิจารณา

การประชุม ครม.เที่ยวนี้ก็เลยฉวยโอกาสนี้ ยื่นเสนอขอรับการสนับสนุนเลย ไม่เช่นนั้นก็ไม่รู้ว่าจะได้รับการสนับสนุนงบเมื่อไหร่ เพราะไปตกค้างหรืออยู่ในบัญชีกระทรวงสาธารณสุขอยู่นานแล้ว เลยอยากเร่งรัดเพราะมีเหตุผล ซึ่ง ครม.ก็จะมาดูและพิจารณาเหตุผลที่เราให้ว่าพอหรือไม่ หากพอก็จะเร่งรัดและจัดสรรให้ ส่วนอะไรที่ไม่เคยขอเลยอย่างกรณีอุทยานธรณีเพชรบูรณ์สู่อุทยานธรณีโลกและอุทยานศรีเทพสู่มรดกโลก ก็แค่เพื่อทราบและเมื่อทราบแล้วยังไงต่อ ทุกกระทรวง ทบวง กรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องก็ต้องให้การสนับสนุน ทางจังหวัดก็มีหน้าที่ประสานงานต่อไป

การประชุม ครม.สัญจรนั้นประโยชน์ที่ได้ก็คือ 1.สิ่งที่ขอรับการสนับสนุนไปหรือขอไปนานแล้วยังไม่ได้รับการสนับสนุน ก็จะน่าจะได้ 2.การมาของนายกรัฐมนตรีในครั้งนี้ไม่ใช่มาว่าจะให้อะไรอย่างเดียว แต่ยังมาดูด้วยว่ามีปัญหาอะไรที่จะให้ช่วย ก็มีกลุ่มสมาคมการท่องเที่ยวเขาค้อก็จะได้พบนายกรัฐมนตรี ก็จะมีการพูดคุยว่ามีปัญหาอะไรและจะแก้ปัญหากันอย่างไร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่ร่วมคณะก็จะให้ส่วนราชการเข้าไปช่วย ไม่ว่าจะติดขัดปัญหาในด้านกฎหมายหรือป่าไม้ก็จะมีการลงไปช่วยกันดู

มี 2 เรื่องที่ทางคณะรัฐมนตรีจะพิจารณา คือ 1.ให้การสนับสนุนงบประมาณ 2.มาดูหรือมาทราบถึงปัญหาหรืออุปสรรคของจังหวัดว่าควรจะแก้ไขปัญหาอย่างไร แต่สิ่งที่ได้แน่ๆ ในตอนนี้ก็คือโรงแรมทั้งในเขตอำเภอเมืองและอำเภอข้างเต็มหมดแล้ว เพราะฉะนั้นอย่างน้อยก็เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ ตอนนี้ จ.เพชรบูรณ์เศรษฐกิจมีความคึกคัก และอีกอย่างในการประชุม ครม.ซึ่งรัฐมนตรีไม่ใช่มาร่วมประชุมแล้วก็กลับ แต่รัฐมนตรีทุกกระทรวง ทบวง กรมต่างๆ จะลงพื้นที่ไปติดตามดูงานและโครงการต่างๆ และเมื่อรับรู้ปัญหาก็จะช่วยแก้ไขปัญหา

การแก้ไขปัญหาไม่ใช่เฉพาะแค่ในการประชุม ครม.เท่านั้น แต่รัฐมนตรีจะเดินทางมาก่อนและจะลงพื้นที่ไปติดตามแก้ไขปัญหา ฉะนั้นทางส่วนราชการในจังหวัดก็ต้องตระเตรียมพื้นที่และสภาพปัญหาต่างๆ เพื่อนำเสนอให้ทางรัฐมนตรีลงไปในพื้นที่ ในการแก้ไขปัญหาจึงไม่ได้อยู่เพียงแค่ตัวเงินที่จะได้รับจากการประชุม ครม.เพียงอย่างเดียว ยังเป็นการแก้ไขปัญหา ในเรื่องบุคคล พื้นที่ งบประมาณและดูพัฒนาการต่างๆ อาทิ โครงการไทยนิยมยั่งยืนหรือสินค้าโอท็อป มีการพัฒนาไปแค่ไหนและควรจะแก้ไขปัญหาอย่างไร ซึ่งสิ่งทั้งหลายทั้งปวงเหล่านี้คือประโยชน์ที่ จ.เพชรบูรณ์จะได้รับแบบเต็มๆ จากการประชุม ครม.สัญจรในครั้งนี้