รายงานหน้า2 : ‘ปรีชาพล’หัวหน้า‘ทษช.’ ปั้นพรรค-แนวคิดทันสมัย

หมายเหตุร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช หัวหน้าพรรค พร้อมด้วยนายฤภพ ชินวัตร รองหัวหน้าพรรค ให้สัมภาษณ์ “มติชน” ถึงความเคลื่อนไหวของพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.)

⦁ทิศทางการนำพรรค ทษช. จากคนเพื่อไทย (พท.) มาสู่การเป็นหัวหน้าพรรค ทษช.
ร.ท.ปรีชาพล – ผมว่าเป็นโอกาสของคนที่มีแนวคิด อุดมการณ์ และเห็นถึงความสำคัญของความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นบนโลกนี้ว่าปัจจุบันความเปลี่ยนแปลงนั้นเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วมากๆ โดยเราเห็นว่า หากไม่ทำอะไรหรือไม่เตรียมตัวให้พร้อม คนไทยส่วนหนึ่งจะตกยุค เราจึงคิดว่าจะทำอย่างไรให้คนไทยก้าวให้ทันความเปลี่ยนแปลงของโลก นี่คือคอนเซ็ปต์ของพรรคเรา ซึ่งเราคิดว่าเป็นคอนเซ็ปต์ที่ตอบโจทย์ปัญหาทุกอย่าง ทุกๆ มิติไม่ว่าจะการเมือง เศรษฐกิจ สังคม หรือมิติอื่นๆ โดยเราต้องเอาเทคโนโลยีเข้ามาช่วย ดังนั้น เมื่อหลายคนได้เห็นแนวทางการเมืองของเรา ได้เห็นยุทธศาสตร์ของเราก็สนใจและมีคนติดต่อขอเข้ามาร่วมงานเรื่อยๆ

⦁อยากให้ขยายความสโลแกนของพรรคที่ว่า ‘โลกก้าวไกล ไทยต้องก้าวทัน’
ร.ท.ปรีชาพล – ในโลกยุคใหม่จะมี 2 ลักษณะ 1.ถ้าคุณเตรียมตัวดีมันจะกลายเป็นโอกาสของคุณ แต่ 2.ถ้าคุณเตรียมตัวไม่ดีมันจะกลายเป็นภัยของคุณ ถ้าคุณเตรียมตัวดีคุณก็จะเกาะความทันสมัย แล้วใช้ประโยชน์จากมันเพื่อเติบโตอย่างสวยงามได้ แต่ถ้าคุณเตรียมตัวไม่ดี คุณจะกลายเป็นคนตกของ หรือตกยุคไป จะทำมาหากินก็จะลำบาก

⦁หลายคนมองว่าพรรค ทษช.คือพรรคเครือข่ายของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี
ร.ท.ปรีชาพล – เราคงจะไปห้ามความคิดคนไม่ได้ และในข้อเท็จจริงเราก็ไม่ปฏิเสธว่าเราเคยสังกัดอยู่ในพรรค พท. คนส่วนใหญ่ที่เห็นหน้าเห็นตาอยู่ในขณะนี้ก็เป็นคนที่เคยสังกัดอยู่ในพรรค พท. หรือเป็นคนในแวดวง เครือญาติกับคนที่อยู่ในพรรค พท.มาก่อน แต่ที่เราย้ายมาอยู่พรรค ทษช. เราถือว่าเป็นโอกาสของคนรุ่นใหม่ เรามีสิ่งที่เราคิด และเราอยากจะทำ และโอกาสถือว่าเป็นสิ่งสำคัญ เมื่อวันนี้ ทษช.ให้โอกาสพวกเรา เราเป็นนักคิดที่อยากนำแนวความคิดไปสู่การปฏิบัติ และทำเป็นนโยบายแล้วตอบโจทย์ดูแลทุกข์สุขของพี่น้องประชาชน เมื่อจุดนี้ให้โอกาสเรา เราก็มาคุยกันว่า ทำไมเราไม่ทำ ด้วยการบริหารของเราที่พูดจาภาษาเดียวกัน การขับเคลื่อนทุกอย่างไปได้ง่ายขึ้น โครงสร้างก็ไม่ได้มีอะไรซับซ้อน พท. เป็นพรรคที่ดี เป็นพรรคที่มีบุคลากรมากมาย เป็นพรรคที่ประสบความสำเร็จ แต่โดยโครงสร้างตนคิดว่าหลายอย่าง สิ่งที่เราอยากผลักดันก็ไม่ได้ง่ายอย่างที่เราคิด วันนี้เมื่อเรามาอยู่จุดๆ นี้เราสามารถผลักดันสิ่งที่เราคิดได้ และผมเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้จะตอบโจทย์ความต้องการของประชาชน

⦁แต่ภาพที่เห็นปฏิเสธไม่ได้โดยลูกหลานของตระกูลชินวัตรในพรรค
ฤภพ – ถามว่าผมนามสกุลชินวัตรไหม… ก็ใช่ อันนี้ปฏิเสธไม่ได้อยู่แล้ว แต่การก้าวออกมาถึงเราจะเป็นคนตระกูลเดียวกัน เราก็มีความคิดไม่เหมือนกันได้ เราก็อยากเปิดโอกาสให้กับตัวเองโดยการออกมาตรงนี้ และเราก็สามารถแสดงศักยภาพของเรา และความคิดเห็นของเราได้อย่างเต็มที่ เพราะหากคุณทำงานในบริษัทของคุณพ่อ ยังไงคุณก็ยังจะเป็นลูกน้องของคุณพ่ออยู่ดี แต่ถ้าคุณก้าวออกมาแล้วเปิดบริษัทของตัวเองคุณก็จะมีจุดยืนของตัวเอง สามารถทำหรือคิดนโยบายของเราได้เองอย่างเต็มที่

⦁เราจะทำให้ข้อครหานี้หมดไปได้อย่างไร
ร.ท.ปรีชาพล – มันแยกไม่ออกอยู่แล้วเพราะอย่างไรเขาก็คือ ชินวัตร อย่างไรเขาก็เป็นลูกเป็นหลานของคนที่อยู่ในตระกูล แต่เอาอย่างนี้ดีกว่า มาดูที่การทำงานและผลงานดีกว่า วันนี้ถ้ามาบอกว่าเป็นลูกของใครก็ตาม เขาอาจจะมองว่ามาสู่การเมืองโดยการใช้เส้นสาย แต่วันนี้เราออกมาเพื่อมาโชว์ศักยภาพของเขา เพราะวันหนึ่งเขาก็ต้องยืนบนลำแข้งของตัวเอง และการเมืองไม่ใช่การสืบทอดมรดก มันตกทอดต่อกันไม่ได้ คุณอาจส่งมอบชื่อเสียงที่ว่าคุณพ่อ คุณแม่ของคุณทำความดีมา แต่สุดท้ายคุณเองต้องเป็นคนบอกกับสังคมเองว่า สิ่งที่คุณทำมาตลอด และสิ่งที่สังคมจับจ้องคุณเป็นสิ่งที่ดีหรือไม่ อย่างไร

ฤภพ – ยิ่งตัวผมเองอยู่จุดนี้ ผมยิ่งต้องทำให้เห็นว่าเราไม่ได้อยู่ภายใต้เขา เราก็คือเรา เราก็ทำได้ เราต้องมีอัตลักษณ์ของเรา

⦁ภาพวันนี้คือการฮั้วกับพรรค พท.เพื่อเอาทั้ง ส.ส.บัญชีรายชื่อ และ ส.ส.เขตของสองพรรค
ร.ท.ปรีชาพล – วันนี้พรรค ทษช.มีข้อบังคับ มีแนวทาง และมีนโยบายเป็นของตัวเอง เรามีความแตกต่างกับพรรค พท.อย่างแน่นอน คือ ผมพอจะทราบว่าพรรค พท.เป็นอย่างไร เพราะผมเคยอยู่พรรค พท.มาก่อน และผมก็พอจะทราบว่าพรรค ทษช.เป็นอย่างไร แนวทางและยุทธศาสตร์ก็มีความแตกต่างกัน และเมื่อถึงเวลาเลือกตั้ง เราต้องส่งผู้สมัครลงเขตเพื่อรับเลือกตั้งอยู่แล้ว ซึ่งในการเลือกตั้งไม่มีการมาฮั้วกันได้อยู่แล้วว่ามาแบ่งกันคนละ 1,000 หรือ 2,000 คะแนน เมื่อสู่สนามการเลือกตั้งก็ต้องแฟร์เพลย์ ก็ต้องว่ากันไปตามกติกา ผมเชื่อว่าสุดท้ายประชาชนจะเลือกพรรคไหนก็อยู่ที่นโยบาย โดยผมเชื่อว่าทั้ง 2 พรรคก็เป็นพรรคที่ชัดเจนว่าสนับสนุนประชาธิปไตยเหมือนกัน ถ้าคุณชอบแนวทางไหนคุณก็เลือกพรรคนั้น นี่คือความสวยงาม


⦁จุดแข็งของ ทษช.คือเรื่องใดบ้าง
ร.ท.ปรีชาพล – จุดแข็งของ ทษช.คือเรื่องเศรษฐกิจโดยการนำเอาเทคโนโลยีและความทันสมัยมาเพิ่มโอกาสให้ประชาชน วันนี้ผมเชื่อว่าสิ่งที่ประชาชนกำลังเดือดร้อนที่สุดคือเรื่องของเศรษฐกิจและปากท้อง และเขารอการเลือกตั้ง เขารอใช้สิทธิของเขา และผมเชื่อว่าเราสามารถตอบโจทย์นี้ได้ แต่อาจจะต้องใช้เวลาในการทำความเข้าใจ และประชาสัมพันธ์กับพี่น้องประชาชนพอสมควร ดังนั้น ถ้ารัฐบาลเปิดกว้างและปลดล็อกให้เราทำกิจกรรมทางการเมืองได้ โอกาสพบปะพี่น้องประชาชน ไม่ใช่แค่การหาสมาชิก เราจะได้ปูทาง สร้างบรรยากาศของความเป็นประชาธิปไตย เสมือนการแสดงความจริงใจว่าเราจะมีการเลือกตั้งจริงๆ ในเดือนกุมภาพันธ์ 2562

⦁จากนี้พรรค ทษช.จะเริ่มดำเนินการอะไรบ้าง
ร.ท.ปรีชาพล – จากนี้คงจะมีการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ วางกรอบ เตรียมกรอบแนวความคิด และคงจะได้ปรึกษาเรื่องต่างๆ กับคณะที่ปรึกษาที่มีความรู้ ความสามารถในหลากหลายอาชีพเพื่อนำแนวทางที่เราจะเอาลงไปชี้แจงกับพี่น้องประชาชน ซึ่งการประชุมครั้งต่อไปน่าจะมีโอกาสได้นำเสนอในบางส่วน

⦁มีกระแสข่าวว่าเริ่มมีปัญหาเพราะเวลานี้คณะกรรมการบริหารพรรคเป็นคนรุ่นใหม่ ในอนาคตจะมีคนรุ่นเก่าที่เข้ามาทำงานด้วย ทำให้เราอาจจะไปสั่งคนรุ่นเก่าไม่ได้
ร.ท.ปรีชาพล – อย่าคิดอย่างนี้ วันนี้พรรคเราชัดเจน พยายามสร้างวัฒนธรรมองค์กรของเรา
ที่เอาประชาชนเป็นที่ตั้ง ถ้าเป็นสมัยก่อนอาจจะมีที่ว่าให้เด็กนั่งเฉยๆ แล้วผู้ใหญ่พูดก็นั่งฟัง แต่ผมคิดว่า โลกวันนี้และสังคมวันนี้ต้องการความหลากหลาย และผมคิดว่าผู้ใหญ่ที่จะมาร่วมงานกับเราเป็นผู้ใหญ่ที่เปิดใจ คำว่าคนรุ่นใหม่ไม่ได้หมายความว่าอายุน้อย แต่หมายถึงคนที่พร้อมปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก และพร้อมที่จะ
แลกเปลี่ยน

ฤภพ – ผมอยากให้มองว่าไม่ได้เกี่ยวกับอายุ ผมอยากให้มองที่นโยบาย อุดมคติ และแนวคิดที่เหมือนกันมากกว่า จะอายุเท่าไหร่ผมมองว่าไม่ใช่ปัญหา เพราะผู้ใหญ่ที่ไฮเทคก็มีเยอะแยะ เขาก็คือคนรุ่นใหม่ในยุคของเขา อายุเป็นเพียงตัวเลข

⦁เบื้องต้น ทษช.จะส่งผู้สมัครกี่เขต
ร.ท.ปรีชาพล – เราเพิ่งมีการตั้งคณะกรรมการสรรหาไป ขณะนี้มีคนมาสมัครเรื่อยๆ กรอบระยะเวลาก็มีอยู่ ดังนั้น ขณะนี้จึงยังไม่สามารถบอกตัวเลขได้ ต้องรอทางคณะกรรมการสรรหา คิดว่าวันที่ 26 พฤศจิกายนนี้ จะสรุปได้

⦁ยืนยันว่าจะส่ง ส.ส.ชนกับพรรค พท.
ฤภพ – คิดว่าการส่งผู้สมัครอยู่ที่ทางเรา ซึ่งเราไม่ได้ดูว่าพรรค พท.จะส่งเขตไหน หรือไม่ส่งเขตไหน อันนั้นเป็นนโยบายของพรรคเขา ไม่เกี่ยวกับพรรคเรา ดังนั้น การที่เราจะทำอะไร เราจะดูว่าอะไรที่เหมาะสมที่สุดสำหรับพรรคเรา
ร.ท.ปรีชาพล – ให้มั่นใจว่า ทษช.ไม่ได้ส่งมือปืนรับจ้างลงแน่นอน อาจจะไม่ส่งลงทั้ง 350 เขต แต่ขอให้รู้ว่าเราจะส่งคนที่เป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนแน่นอน

⦁เราเริ่มต้นดำเนินการในส่วนของพรรคช้ากว่าทุกพรรคทั้งการโปรโมตพรรค คิดว่าจะสามารถทำให้ชื่อพรรคไปอยู่ในใจของคนที่จะกาบัตรได้อย่างไร
ร.ท.ปรีชาพล – ด้วยอานุภาพของสื่อกระแสหลักและสื่อโซเชียลมีเดียจะเป็นสื่อกลางที่เชื่อมระหว่างพรรคเรา ผ่านข้อความที่จะส่งไปหาพี่น้องประชาชนได้ แต่วันนี้เอง กกต.และ คสช.ก็ยังไม่ชัดเจน ผมคิดว่าให้ทุกอย่างมันกระจ่างโดยเร็วจะดีที่สุด จะให้ทำอย่างไรก็บอกมาเลย จะให้ทำได้มากน้อยแค่ไหนก็บอกเรา

⦁แนวนโยบายของพรรคมีอะไรบ้าง
ร.ท.ปรีชาพล – พรรคเรามีแนวคิดที่จะเน้นเรื่องของการนำเอาเทคโนโลยีมาเพิ่ม และพัฒนาขีดความสามารถ และศักยภาพของประเทศ รวมถึงการยกระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชน แนวนโยบายของพรรค ทษช. จะสร้างถนนดิจิทัล โดยถนนดิจิทัลนี้จะผ่านหน้าบ้านคนทั้ง 67 ล้านคน ฉะนั้น เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะเตรียมการเบื้องต้นให้เขามีความพร้อมในการใช้ประโยชน์จากถนนดิจิทัลนี้ได้ แล้วถนนเส้นนี้จะสามารถตอบโจทย์เรื่องของเศรษฐกิจ ปากท้อง การทำมาหากิน เป็นการเชื่อมคนได้ ดังนั้น เรื่องนี้มีความสำคัญอย่างมาก และสิ่งนี้จะเป็นคีย์หลักที่จะเปิดให้พี่น้องประชาชน เราจะทำให้คนทุกคนอยู่ห่างไกลกันแค่ปลายนิ้วมือเท่านั้นเอง ทษช. เราอาจจะมี ชอร์ต สตอรี่ (short history) แต่เราจะมี ลอง ฟิวเจอร์ (long future) แน่นอน หากท่านคิดว่าทางที่เราเดินนี้จะเป็นทางออกของประเทศ ขอให้ท่านมาร่วมอุดมการณ์กัน และผมเชื่อว่าท่านจะไม่ผิดหวัง

บทความก่อนหน้านี้คอฟฟี่เบรก : จะสีไหนก็สวย
บทความถัดไปปราปต์ บุนปาน : เลือดข้นคนจาง