หมายเหตุ – เนื้อหาส่วนหนึ่งจากเวทีเสวนาวิชาการ หัวข้อ “อนาคตประเทศไทย…หลังการเลือกตั้ง
(วิสัยทัศน์และทิศทางนโยบาย)” จัดโดยคณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน
คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์
ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้ง พรรคเพื่อไทย (พท.)
อนาคตประเทศไทยคือน้องๆ ที่นั่งอยู่ทุกคน สำหรับ พท.โดยหลักคิดที่เรายึดมากว่า 10 ปี คือเราเชื่อในศักยภาพคนไทย ไม่ว่าคนคนนั้นจะเป็นคนที่ตัวเล็กแค่ไหน เป็นเกษตรกร นักศึกษา หรือนักธุรกิจ ทุกอย่างที่เราทำจึงเอาคนเป็นเซ็นเตอร์ สโลแกนของเราคือ หัวใจคือประชาชน เราจะร่วมกันคิดและหานโยบายกับประชาชน สิ่งที่เราทำคือการกระจายเม็ดเงินลงไปสู่ประชาชน วันนี้คนตัวเล็กๆ โดยเฉพาะเกษตรกรขาดโอกาสในการเข้าถึงแหล่งทุน ขาดองค์ความรู้ สิ่งต่างๆ เหล่านี้คือพื้นฐานการคิดของพรรค พท.ที่มุ่งพัฒนาคนก่อน โดยเฉพาะการพัฒนาคนรุ่นใหม่ วันนี้น้องๆ มีทรัพย์สินของโลกยุคใหม่คือความรู้ ที่ทำให้เราเรียนรู้ได้ตลอดเวลา และพัฒนาอย่างไม่มีขีดจำกัด นโยบายของ พท.เราจะนำทรัพย์สินของโลกยุคใหม่มาเป็นโอกาสให้กับทุกคน อุปสรรคที่ขวางกั้นเราจะขจัด ไม่ว่าจะกฎหมายต่างๆ หรือแนวคิดแบบเก่าที่เป็นอุปสรรค เราจะทำอย่างไรให้เด็กไทยเป็นพลเมืองของโลก แล้วใช้เทคโนโลยีในการทำมาหากินได้
ปัญหาเรื่องปากท้องเป็นเรื่องสำคัญ เราจะทำอย่างไรให้เทคโนโลยีเป็นโอกาส แม้พื้นฐานของประเทศไทยจะอยู่ที่การเกษตร แต่เราต้องนำเทคโนโลยีไปเปิดโอกาสให้เกษตรกร ทุกนโยบายที่ พท.เคยทำมาในอดีตเราสามารถทำให้สำเร็จเพราะเรายึดประชาชนเป็นหลัก ทั้งนี้ สำหรับการเลือกตั้งครั้งหน้าที่จะเป็นการเลือกตั้งครั้งแรกของน้องๆ หลายคน การเลือกตั้งคือสิทธิที่เราจะคว้าโอกาสมาเป็นของเรา หากเราถูกปิดกั้นความเป็นประชาธิปไตย เราจะไม่สามารถคว้าโอกาสอะไรมาเป็นของเราได้เลย
อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.)
ก่อนจะถามว่าการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 หรือไม่นั้น เราต้องถามก่อนว่าเราจัดการเลือกตั้งเพื่ออะไร เราจัดการเลือกตั้งเพื่อให้ประชาชนกำหนดอนาคตของประเทศได้ ขณะนี้สภาพปัญหาของประเทศรุมเร้าทุกด้าน ปชป.จะยึดปัญหาประชาชนเป็นตัวตั้งทั้งเรื่องเศรษฐกิจและการเมือง ซึ่งสภาพการเมืองหลังการเลือกตั้ง เราก็มีรัฐธรรมนูญหลายมาตราที่ยังเป็นข้อจำกัดความเป็นประชาธิปไตยอยู่หลายรูปแบบ อีกทั้งเป็นปัญหาที่รุมเร้ายังมีการทุจริตคอร์รัปชั่น ทั้งหมดเป็นตัวตั้งที่ ปชป.จะต้องแก้ไข ตอบสนองความต้องการของประชาชนและแก้ไขปัญหาประเทศให้ได้ เราจะฟื้นฟูปัญหาเศรษฐกิจ โดยเฉพาะรายได้ของคนส่วนใหญ่ การยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศไทย โดย ปชป.ได้เปิดพื้นที่สู่ความเจริญ มีเมืองมหานครในทุกภาค รวมทั้งจะมีการสานต่อรถไฟอาเซียน และจะสานต่อสิ่งที่รัฐบาลชุดนี้ทำไว้ แต่ต้องดูว่าสอดคล้องกับนโยบายพรรคหรือไม่
การขจัดปัญหาต้องไม่ใช่แค่คำพูดแต่ต้องดำเนินการด้วยความจริงใจ ปชป.จะทำได้ เพราะ ปชป.เป็นพรรคการเมืองไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน ระบบการศึกษาและระบบสาธารณสุขต้องมีการปรับเปลี่ยนชุดใหม่ โดยเฉพาะระบบการศึกษาต้องมีการให้ระบบความรู้ที่ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป เราต้องสร้างทักษะชีวิตและการเป็นพลเมืองที่ดีในการศึกษาทุกระดับ และเพื่อปรับตัวเข้าสู่สังคมรัฐสวัสดิภาพ เรามีกองทุนการออม และจะมีการสานต่อเป็นระบบและครอบคลุมทุกกลุ่ม สำหรับปัญหาอาชญากรรมและยาเสพติดต้องปฏิรูปกฎหมายและองค์กรที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติกรรม ปชป.สนับสนุนให้มีการการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัด พร้อมกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น วันนี้พิสูจน์แล้วว่าการเมืองที่ไม่เป็นประชาธิปไตยไม่สามารถตอบโจทย์หรือแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจได้ ต้องเป็นการเมืองที่มาจากเลือกตั้งเท่านั้นจึงจะแก้ปัญหาเหล่านี้ได้
ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ
หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ (อนค.)
ทุกพรรคนโยบายแทบจะเหมือนกันหมด ไม่มีพรรคไหนที่ไม่พูดถึงการกระจายอำนาจ ทุกคนพูดถึงเรื่องการศึกษา และการเอาเทคโนโลยีมาใช้ แทบจะทุกพรรคพูดถึงการพัฒนาระบบคมนาคม แทบจะไม่ต่างกัน ผมและอนาคตใหม่คิดต่างว่านี่ไม่ใช่ช่วงเวลาของการตลาดนโยบาย ไม่ใช่ช่วงเวลาของการผลิตนโยบายแต่ละตัวเพื่อแก้ปัญหาทีละจุด ปัญหาประเทศไทยใหญ่กว่านั้น ถ้าไม่เปลี่ยนแปลงโครงสร้างที่กดทับศักยภาพของคนอยู่ สังคมไทยจะเดินหน้าไม่ได้ ต้องกำจัดปัญหาที่ต้นตอ ปัญหาใหญ่มากของการเมืองไทยคือ การแทรกแซงอำนาจของกองทัพ แต่ยังมีโครงสร้างอีกอย่างที่ผูกขาดอำนาจทางการเมืองและเศรษฐกิจ ที่ไม่ให้คนไทยลืมตาอ้าปากได้คือกลุ่มทุนผูกขาดในประเทศไทย จากนโยบายครัวไทยถึงครัวโลก ถามว่าที่สุดแล้วเคยเห็นชาวนารวยหรือไม่ ซึ่งประเทศไทยมีศักยภาพทางธรรมชาติ มีความสามารถควบคุมส่วนแบ่งทางการตลาดอาหารในตลาดโลก แต่ในระบบกลับผูกขาด ตั้งแต่ปัจจัยการผลิต เริ่มจากที่ทำกิน บริษัทใหญ่ผูกขาด 60 เปอร์เซ็นต์ขึ้นไปของการถือครองที่ดิน มี 5 ยี่ห้อควบคุมปุ๋ย 90 เปอร์เซ็นต์ เมล็ดพันธุ์ของท้องถิ่นหายไป กลายเป็นพันธุ์ที่ปรุงแต่งมา ไม่สามารถเอาไปผลิตซ้ำได้
ยังมียาฆ่าแมลง ที่หลายชาติเลิกไปแล้ว ด้านปัจจัยการส่งออก ถ้าใครคุมอำนาจในการขายได้ ก็กดราคาได้ ภาษีของรัฐเอาไปให้กลุ่มทุน แล้วถึงเวลาบอกให้คนไทยแปรรูป แต่คนขายข้าวหมากโดนจับปรับ ซึ่งข้าวหมากนี้คือเหล้าขาวที่บริษัทรายใหญ่ขายได้แล้วผูกขาด ด้านการธนาคาร ก็สะท้อนการผูกขาดการเข้าถึงแหล่งทุนมากที่สุดในโลกของประเทศไทย เมื่อนำ 14 ธนาคาร มาหารจำนวนประชาชน ถือว่าสัดส่วนต่ำสุดในโลก สาขาใหญ่ทั้งหมดอยู่ในกรุงเทพฯ ไม่มีที่เชียงใหม่ ซึ่งทุนใหญ่ทั้งหมดนี้ส่วนใหญ่อิงแอบกองทัพรัฐประหารมาโดยตลอด จนกลายเป็นโครงสร้างที่กดทับประเทศไทย หากไม่พูดเรื่องนี้ เช่น สโมสรฟุตบอล Army United มีสปอนเซอร์ตัวเดียวกับโครงการประชารัฐของรัฐบาล นี่คือกลุ่มบริษัทที่สนับสนุนรัฐประหาร ไม่ให้เกิดความเป็นธรรมได้ในสังคม เราไม่สามารถทำอะไรได้เลยกับเสาหลักค้ำยันความยุติธรรมเหล่านี้ จึงต้องเอาทหารออกจากระบบเศรษฐกิจ เลิกมาเป็นบอร์ดรัฐวิสาหกิจ หวย มวย เพราะนี่ก่อให้เกิดการอิงแอบด้วย
อนค.ไม่ได้ตั้งขึ้นมา เพื่อให้เกิดความแตกแยกในสังคม ตลาดนโยบายไม่ได้แก้ปัญหาของประเทศ สังคมไทยต้องการเจตจำนงใหม่ในการดันสังคมไทยไปข้างหน้าว่าอีก 10 ปี เราจะอยู่ที่ตรงไหน ไม่ว่าใครใส่เสื้อสีอะไร มาร่วมกันทำลายเสายันค้ำความไม่เป็นธรรมในสังคมไทยด้วยกัน
ภราดร ปริศนานันทกุล
ตัวแทนพรรคภูมิใจไทย (ภท.)
10 กว่าปีที่ผ่านมาของสังคมไทย ชนชั้นนำพยายามจะขับเคลื่อน และชี้นำสังคมให้มาวุ่นวายกับการเมือง ขณะที่ชนชั้นล่างไม่มีแม้แต่เงินในกระเป๋าที่จะจ่ายค่าเทอมให้ลูก จากผลโพล คำตอบแรกที่ประชาชนอยากได้คือการแก้ปัญหาความยากจนของประชาชน ดังนั้น ปัญหาสังคมที่เกิดขึ้นในทุกวันนี้เพราะประชาชนไม่มีจะกิน ตรงข้ามกับคำพูดของผู้มีอำนาจที่บอกว่า เศรษฐกิจดี และเศรษฐกิจกำลังโตขึ้น นั่นเพราะการกระจายรายได้ไม่ลงไปถึงคนชั้นล่าง เกิดความเหลื่อมล้ำขึ้นในสังคมเพราะกฎหมาย เนื่องจากกฎหมายไม่เป็นธรรม เอาใจเฉพาะกลุ่มทุนกลุ่มใหญ่ โครงสร้างการใช้จ่ายงบประมาณไม่กระจายตัว ไม่เป็นธรรม และไม่เท่าเทียม อย่าลืมว่ากรุงเทพฯไม่ใช่ประเทศไทย และประเทศไทยไม่ใช่แค่กรุงเทพฯ ภท.เราพยายามที่จะแก้ปัญนี้ เรามีสโลแกนว่า เราจะลดอำนาจรัฐ เพิ่มอำนาจประชาชน กฎหมายต่างๆ ที่ไม่เอื้ออำนวยต่อพี่น้องประชาชนในการประกอบอาชีพต้องได้รับการแก้ไข กฎหมายต้องเอื้อประโยชน์ให้กับทุกคน ต้องจัดให้มีการท่องเที่ยวเมืองรอง แต่ติดขัดเรื่องการพัฒนาบ้านของชาวบ้านให้เป็นที่พักของนักท่องเที่ยว ภท.มุ่งเน้นที่จะแก้ปัญหาเหล่านี้ด้วยการตราหรือแก้ไข พ.ร.บ.
ภท.เราจะฟังมากกว่าพูด จะทำมากกว่าพูด จะสร้างสังคมให้เป็นสังคมแห่งการแบ่งปัน จะส่งเสริมให้คนไทยเท่าทันและเท่าเทียม
ไพบูลย์ นิติตะวัน
หัวหน้าพรรคประชาชนปฏิรูป (ปชช.)
พวกน้องๆ คือคนรุ่นใหม่ ผมก็เป็นคนรุ่นใหม่เพียงแต่เป็นคนรุ่นใหม่ที่เคยผ่านการเลือกตั้งมา แล้วได้เห็นปัญหา จึงคิดที่จะตั้งพรรคการเมืองขึ้นมา วิสัยทัศน์ของพรรคเราคือประชาชนต้องปฏิรูป สำคัญที่ประชาชน ประชาชนที่ปฏิรูปแล้วเท่านั้นที่จะเปลี่ยนแปลงอนาคตของประเทศได้ เพราะหากเป็นประชาชนที่นิ่งเฉยคงไม่สามารถขับเคลื่อนอะไรได้อย่างแน่นอน พรรคเราต้องการเป็นผู้นำในการเปลี่ยนแปลงการเมืองไทย ให้เป็นพรรคระบบใหม่ ไม่แข่งเรื่องความดังหรืออะไร แต่จะมุ่งเน้นที่การเป็นพรรคระบบใหม่ โดยเราจะปฏิบัติให้เห็น ไม่ใช่การพูดให้เห็น เช่น พรรคจะต้องเป็นเครื่องมือของประชาชน ในทุกๆ จังหวัด เป็นเวทีให้ประชาชนมามีบทบาท ไม่ใช่แค่การมีส่วนร่วมแบบแตะๆ เป็นเครื่องมือของประชาชนในจังหวัดนั้นๆ ในการตรวจสอบถ่วงดุลการใช้อำนาจรัฐในจังหวัด หัวใจของเราคือความทุกข์ร้อนของประชาชน ซึ่งหากเขามีความเข้มแข็ง มีองค์กรที่มานำเข้าต่อรองกับอำนาจรัฐจะเกิดการเปลี่ยนแปลง
พรรคจะเป็นองค์กรสาธารณประโยชน์ของคนที่มีจิตสาธารณะ คนทุกข์ร้อนคือภารกิจอันดับแรกของประชาชน เราจะใช้กระบวนการทางกฎหมาย และกระบวนการยุติธรรมอย่างเต็มที่ นโยบายของพรรคเราคือการกระทำ ไม่ใช่คำพูดที่สวยหรู เราจะคุ้มครองสิทธิของประชาชน
จักษ์ พันธุ์ชูเพชร
ตัวแทนพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.)
ที่ผ่านมากว่า 50 ปีที่เราวนเวียนอยู่กับประเทศที่มีการรัฐประหาร และประเทศไทยก็มีเงื่อนไขให้ทหารออกมาตลอด เราแทบจะไปบอกหรือไปสั่งทหารว่าอย่าออกมา ห้ามออกมานะ เราทำไม่ได้ เพราะทุกครั้งที่ทหารออกมาย่อมมีเงื่อนไข และมีวิกฤต มีช่องว่าง ช่องโหว่ให้เขาออกมามีบทบาทแทบจะตลอด ดังนั้น ทำไมการเมืองไม่แก้ไขด้วยการเมือง ซึ่งเรื่องนี้ก็แล้วแต่มุมมอง สิ่งสำคัญถ้าเสียงเรียกของประชาชนไม่เคยเป็นถึงผู้มีอำนาจ เพราะพรรคการเมืองที่ผ่านมานั้นมีเจ้าของ พรรคการเมืองเปรียบเสมือนบริษัท เราต้องเปลี่ยนใหม่ คือ ให้สมาชิกพรรคทุกคนได้เป็นเจ้าของพรรคการเมืองโดยแท้จริง ต่อไปนี้การเลือกตั้งจะไม่ใช่แค่หย่อนบัตรเลือกตั้งเสร็จ แล้วรอให้คนที่ชนะการเลือกตั้งได้เป็นรัฐบาล มาบริหารบ้านเมืองจนครบ 4 ปี และทำให้เกิดวิกฤตแบบเดิมๆ เพราะ 3 สิ่งที่น่ากลัวและมักสร้างปัญหาให้กับประเทศ คือ 1.นักการเมืองขี้โกง 2.ข้าราชการไม่รักประเทศชาติ และ 3.นักธุรกิจที่ขี้โกง ทำให้เป็นปัญหามาถึงทุกวันนี้ และยิ่งถ้าทั้ง 3 สิ่งอยู่ในตัวคนคนเดียว ยิ่งน่ากลัว เพราะก็มีภาพสะท้อนออกมาแล้ว
รปช.เห็นว่าเราควรมีข้อกำหนดว่า หัวหน้าพรรคการเมืองแต่ละพรรคควรมีวาระอยู่แค่ 2 ปีพอ เพราะอยู่นานเดี๋ยวสร้างมุ้ง และพรรคการเมืองอย่าร้องขอให้ใครปฏิรูป ถ้าพรรคการเมืองนั้นยังปฏิรูปตัวเองไม่ได้ พรรคการเมืองอย่ามาขอร้องความเป็นประชาธิปไตย ถ้าพรรคของตัวเองยังสร้างความเป็นประชาธิปไตยในพรรคไม่ได้ และ รปช.จะทำไพรมารีโหวตทุกเขตในการเลือกตั้งครั้งนี้

