หมายเหตุ – สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จัดประชุมชี้แจงแนวทางการดำเนินกิจการแก่พรรคการเมือง ครั้งที่ 4/2561 มีพรรคการเมืองเข้าร่วมจำนวน 72 พรรค กลุ่มการเมือง 14 กลุ่ม โดยมีนายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. และรองเลขาธิการ กกต.ร่วมชี้แจง ที่โรงแรมเซ็นทรา บายเซ็นทารา ศูนย์ราชการและคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ
อิทธิพร บุญประคอง
ประธาน กกต.
รัฐธรรมนูญกำหนดให้ กกต.มีหน้าที่จัดการเลือกตั้งและดูแลพรรคการเมือง สำนักงาน กกต.ด้านกิจการพรรคการเมืองจึงจัดประชุมเพื่อชี้แจงแนวทางการปฏิบัติโดยเฉพาะเรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการรับสมัครและส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง เพื่อให้พรรคการเมืองจะได้นำแนวทางไปปฏิบัติได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งปัจจุบันมีพรรคการเมือง 89 พรรค ถือเป็นนิมิตหมายที่ดีว่าประชาชนตื่นตัวในระบอบประชาธิปไตยและจะทำให้ประชาธิปไตยเข้มแข็ง จึงขอให้แต่ละพรรคการเมืองดำเนินการตามเจตนารมณ์และอุดมการณ์ในการจัดตั้งพรรค กกต.ขอให้ความมั่นใจอีกครั้งว่า กกต.จะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเป็นกลาง สุจริต เที่ยงธรรม และชอบด้วยกฎหมาย และพร้อมให้คำแนะนำปรึกษากับทุกพรรค เพื่อให้การดำเนินกิจการของพรรคการเมืองถูกต้องตามกฎหมาย กกต.มีหน้าที่สนับสนุนพรรคให้เป็นสถาบันการเมืองที่มีคุณภาพ

แสวง บุญมี
รองเลขาธิการ กกต.
ตามกฎหมาย กกต.จะต้องแบ่งเขตเลือกตั้งให้เสร็จก่อนวันที่ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.มีผลบังคับใช้ หรือก่อนวันที่ 10 ธันวาคมนี้ เขตเลือกตั้งมีความสำคัญกับพรรคการเมืองมากกว่าสำนักงาน กกต. เพราะพรรคการเมืองต้องทำงานกับเขตเลือกตั้ง ไม่ว่าจะเป็นการลงคะแนนและการรับสมัครอยู่ที่เขต เขตเลือกตั้งจึงมีความสำคัญ และตราบใดที่ยังไม่มีเขตจะตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัดไม่ได้ เพราะการตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัดต้องใช้สมาชิกที่มีภูมิลำเนาในเขตเลือกตั้ง เมื่อยังไม่มีเขตก็ยังไม่รู้ว่าใครจะอยู่ตรงไหน
กกต.ได้สนับสนุนและอำนวยความสะดวกให้กับพรรคการเมือง โดยแก้ประกาศนายทะเบียนสมาชิกพรรคการเมือง เรื่องการรายงานทะเบียนสมาชิกพรรคการเมือง เพื่อให้พรรคการเมืองรับสมาชิกและรายงานสมาชิกทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ รวมทั้งการจัดทำฐานข้อมูลพรรคการเมือง เพื่อให้พรรคเข้าใช้ฐานข้อมูลได้โดยตรง พรรคการเมืองสามารถแก้ไขเพิ่มเติมสมาชิก กรณีเพิ่มลดให้เป็นปัจจุบันได้ และสามารถตรวจสอบความเป็นสมาชิกพรรคเพื่อป้องกันการซ้ำซ้อนของสมาชิกพรรค โดยวันที่ 22 พฤศจิกายนพรรคจะได้รับยูสเซอร์เนมและพาสเวิร์ดจากสำนักงาน กกต.
นอกจากนี้ กกต.ได้ตั้งกรุ๊ปไลน์ตามกลุ่มงาน 4 กลุ่ม เพื่อประสานการปฏิบัติงานทางธุรการและตามกฎหมาย รวมทั้งเป็นช่องทางตอบข้อซักถามของแต่ละพรรค ประกอบด้วย กลุ่มกิจการพรรคการเมืองและการส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง กลุ่มการเงินและบัญชีพรรคการเมือง กลุ่มฐานสมาชิกพรรคการเมือง และกลุ่มกองทุนพัฒนาพรรคการเมืองและการสนับสนุนโดยรัฐ จึงขอให้พรรคการเมืองส่งเจ้าหน้าที่มาเข้ากรุ๊ปไลน์เพื่อพรรคการเมืองจะได้นำข้อมูลไปปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง ทั้งหมดนี้เป็นการสนับสนุนและอำนวยความสะดวกให้กับพรรคการเมือง กกต.พยายามอย่างเต็มที่
สำหรับคำสั่ง คสช.ที่ 16/2561 เรื่องการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้งจนถึงวันสมัครรับเลือกตั้ง ขณะนี้
มีผู้แทนพรรคโทรหาทุกวัน มากกว่า 20 สาย สอบถามเรื่องหลักเกณฑ์ 90 วันหายไปหรือยัง สามารถย้ายพรรคได้ตลอดหรือไม่ จึงขอชี้แจงว่า กำหนดระยะเวลาสรรหาเป็นคนละเรื่องกับคุณสมบัติของผู้สมัคร หาก
วันเลือกตั้งเป็นวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 การสังกัดพรรคและเป็นสมาชิกพรรคไม่น้อยกว่า 90 วัน ต้องเป็นสมาชิกก่อนวันที่ 26 พฤศจิกายนนี้ เว้นแต่เป็นพรรคการเมืองจัดตั้งใหม่ที่เข้ายื่นจดจัดตั้งภายในวันที่ 23 พฤศจิกายน ความเป็นสมาชิกจะย้อนกลับมาถึงวันที่ยื่นจดแจ้ง
ขอรับประกันว่า ถ้ายื่นจดจัดตั้งพรรคพรุ่งนี้มีสิทธิลงสมัครรับเลือกตั้งทันแน่นอน ขณะนี้มีพรรคการเมืองสมบูรณ์แล้ว 89 พรรค รวมทั้งพรรคเก่าและใหม่ เหลือกลุ่มการเมืองที่รอตรวจสอบเป็นพรรคอีกจำนวนหนึ่ง โดยการเลือกตั้งครั้งนี้จะมีพรรคการเมืองกว่า 100 พรรค ถือว่าเพียงพอที่จะจัดการเลือกตั้งได้
สำหรับการส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งในการเลือกตั้งครั้งแรก หรือมินิไพรมารี ซึ่งเป็นการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายไพรมารีฉบับเต็ม ตามบททั่วไปของ พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง เพื่อแบ่งเบาภาระพรรคการเมืองในการส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งในการเลือกตั้งครั้งแรก จากการ “เลือก” เป็น “รับฟัง” เพื่อให้สมาชิกมีส่วนร่วมอย่างกว้างขวาง โดยการส่งผู้สมัครให้ส่งจากสาขาหรือตัวแทน อย่างน้อยแต่ละพรรคต้องมี 1 สาขา หรือ 1 ตัวแทน จึงสามารถส่งผู้สมัครในจังหวัดนั้นได้ การรับฟังต้องเป็นไปตามข้อ 4 แก้ไขมาตรา 144 ของ พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง ของคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 13/2561 คือกรณีจัดตั้งสาขาให้รับฟังจากหัวหน้าสาขาและสมาชิก กรณีแต่งตั้งตัวแทนให้รับฟังจากตัวแทนและสมาชิก
การดำเนินการของพรรคการเมือง
ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560
(คำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 13/2561)
⦁การจัดตั้งสาขาพรรคการเมือง ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560
– สมาชิกพรรคที่มีภูมิลำเนาอยู่ในเขตพื้นที่รับผิดชอบ (ภาค/จังหวัด/เขตเลือกตั้ง) จำนวนตั้งแต่ 500 คนขึ้นไป
– จัดประชุมเพื่อจัดตั้งสาขาพรรค โดยมีจำนวนผู้เข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่า 100 คน โดยเลือกหัวหน้าสาขาพรรคและกรรมการสาขาพรรคจำนวนตามข้อบังคับพรรคซึ่งต้องไม่น้อยกว่า 7 คน และกำหนดสถานที่ตั้งสาขาพรรค
– ผู้ที่ได้รับเลือกเป็นหัวหน้าสาขาแจ้งผลการประชุมการจัดตั้งสาขาพรรคให้พรรคการเมือง
– หัวหน้าพรรคการเมืองมีหนังสือแจ้งการจัดตั้งสาขาต่อนายทะเบียนพรรคการเมืองภายใน 15 วัน นับแต่วันจัดตั้งสาขาพรรคการเมือง พร้อมเอกสารหลักฐาน
– นายทะเบียนพรรคการเมืองตรวจสอบเอกสารหลักฐานและจำนวนสมาชิก หากถูกต้องครบถ้วนการตั้งสาขาพรรคสมบูรณ์ แจ้งให้หัวหน้าพรรคการเมืองทราบ และประกาศให้ประชาชนทราบเป็นการทั่วไป ทั้งนี้ หากนายทะเบียนตรวจสอบเอกสารหลักฐานและจำนวนสมาชิกแล้วเห็นว่าไม่ถูกต้องครบถ้วน การจัดตั้งสาขาพรรคตกไป โดยจะแจ้งให้หัวหน้าพรรคการเมืองทราบพร้อมด้วยเหตุผล
⦁การแต่งตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560
– สมาชิกพรรคที่มีภูมิลำเนาอยู่ในเขตเลือกตั้งเกิน 100 คนขึ้นไป
– จัดประชุมเพื่อเลือกตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด โดยมีจำนวนผู้เข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่า 50 คน
– ตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัดแจ้งผลการประชุมให้พรรคการเมืองรับทราบ
– หัวหน้าพรรคการเมืองมีหนังสือแจ้งการแต่งตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัดต่อนายทะเบียนพรรคการเมือง ภายใน 15 วัน นับแต่วันแต่งตั้งตัวแทนประจำจังหวัด
– นายทะเบียนพรรคการเมืองตรวจสอบเอกสารหลักฐานและจำนวนสมาชิก หากตรวจสอบแล้วถูกต้องครบถ้วน การแต่งตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัดสมบูรณ์ แจ้งให้หัวหน้าพรรคทราบ และประกาศให้ประชาชนทราบเป็นการทั่วไป ทั้งนี้ หากนายทะเบียนตรวจสอบเอกสารหลักฐานและจำนวนสมาชิกแล้วเห็นว่าไม่ถูกต้องครบถ้วน การแต่งตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัดตกไป โดยจะแจ้งให้หัวหน้พรรคการเมืองทราบพร้อมด้วยเหตุผล
⦁การสรรหาผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (คำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 13/2561)
– คณะกรรมการสรรหา 11 คน ประกอบด้วย กรรมการบริหารพรรค 4 คน ตัวแทนสมาชิกพรรค 7 คน
– กำหนดหลักเกณฑ์การสรรหาผู้สมัครทั้งแบบแบ่งเขตและแบบบัญชีรายชื่อ คือ 1.วิธีการสมัคร (ยื่นความจำนงด้วยตนเอง/สมาชิกเสนอชื่อ) โดยคำนึงถึงผู้สมัครรับเลือกตั้งจากภูมิภาคต่างๆ คำนึงถึงความเท่าเทียมกันระหว่างชายและหญิง 2.วิธีการรับฟังความคิดเห็น
– รับสมัคร/เสนอชื่อ ตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม
– การรับฟังความคิดเห็นจากหัวหน้าสาขา ตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัดและสมาชิกที่เกี่ยวข้อง ประกอบการพิจารณาของคณะกรรมการสรรหา
– คณะกรรมการสรรหาพิจารณา เพื่อเสนอรายชื่อผู้ที่ได้รับการสรรหาต่อคณะกรรมการบริหารพรรค
– คณะกรรมการบริหารพรรคพิจารณา หากเห็นชอบ หัวหน้าพรรคออกหนังสือรับรองและจัดทำบัญชีรายชื่อ และเปิดเผยรายชื่อผู้ที่ได้รับการสรรหาโดยประกาศให้ทราบเป็นการทั่วไป ภายใน 7 วัน

