รายงาน : กระแสเลือกตั้งกพ.62 ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ?

1.12.18 | 08:36 น.

หมายเหตุ …ความเห็นของภาคธุรกิจกรณีประเทศกำลังเดินเข้าสู่โหมดเลือกตั้งเดือนกุมภาพันธ์ 2562 จะส่งผลดีต่อภาคเศรษฐกิจ ธุรกิจและการลงทุนอย่างไร

เกรียงไกร เธียรนุกุล
รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)

ได้ร่วมคณะกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เดินไปพบผู้นำและเอกชนประเทศเยอรมนี พบว่า มีความเชื่อมั่นต่อประเทศมากขึ้น เพราะกำลังเข้าสู่การเลือกตั้งเดือนกุมภาพันธ์ 2562 ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ และรัฐมนตรีที่ร่วมคณะต่างยืนยันถึงกำหนดเลือกตั้งดังกล่าว ประกอบกับไทยมีนโยบายลงทุนครั้งสำคัญในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ที่ไทยจะเป็นศูนย์กลางการลงทุนของภูมิภาค

ทั้งนี้จากความชัดเจนเรื่องการเลือกตั้งส่งผลต่อเศรษฐกิจไทยให้ขยายตัว เพราะสร้างความเชื่อมั่นทั้งการลงทุน การใช้จ่ายของภาคเอกชน แต่ปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจมากกว่าคือ การส่งออกและการท่องเที่ยว ส่วนปี 2562 เศรษฐกิจจะขยายตัวได้ระดับใดต้องพิจารณาปัจจัยสนับสนุนอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม สำหรับเศรษฐกิจปีนี้ คาดว่าจะขยายตัวไม่ต่ำกว่า 4.2-4.5% แน่นอน ใกล้เคียงกับสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) แต่ต้องรอมติจากที่ประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.)

รัตน์ พานิชพันธ์
ประธานกรรมการธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ หรือแอลเอชแบงก์

Advertisement

การเมืองไทยวนไปเวียนมา การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในปี 2562 นั้น ขณะนี้ทุกคนรับรู้ข่าวสารว่ากำลังจะมีการเลือกตั้งเกิดขึ้น ส่วนจะมีผลต่อเศรษฐกิจ ธุรกิจและการลงทุนอย่างไรนั้น ขึ้นอยู่กับหน้าตารัฐบาลใหม่ที่จะเข้ามา รวมทั้งนโยบายการบริหารประเทศ เพราะคนลงทุนและคนเลือกตั้งคนละคนกัน หากเลือกเข้ามาแล้วคนลงทุนอาจจะไม่ชอบก็เป็นไปได้

ขณะนี้ภาคธุรกิจก็ได้แต่ wait and see ในส่วนของธนาคารไม่ว่าจะได้รัฐบาลใดจะเข้ามาบริหารก็ดำเนินธุรกิจตามปกติ สำหรับปัจจัยเศรษฐกิจที่จะต้องติดตามในปี 2562 ผลกระทบจากสงครามการค้าที่จะกระทบกับการส่งออก กำลังซื้อภาคเกษตร การท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวจีนที่ชะลอตัว เพราะผลกระทบจากเหตุการณ์เรือล่มที่ทำให้นักท่องเที่ยวผ่านทัวร์หายไปและตลาดหุ้นจีนที่ปรับตัวลงทำให้กำลังซื้อของนักท่องเที่ยวจีนกลุ่มนี้ชะลอไป แต่พบว่าโดยจำนวนนักท่องเที่ยวโดยรวมยังดีเพราะมีนักท่องเที่ยวจากกลุ่มประเทศกัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม (ซีแอลเอ็มวี) และนักท่องเที่ยวจากอินเดียเข้ามาแทน ด้านอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยอาจจะปรับขึ้น แต่การรับขึ้นอาจจะไม่เร็วมากนัก เพราะตลาดยังมีสภาพคล่องสูง แต่หากอัตราดอกเบี้ยปรับขึ้นจะต้องติดตามผลกระทบของธุรกิจรายย่อย และธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ซึ่งอาจจะทำให้มีภาระผ่อนชำระหนี้มากขึ้น

ธนวรรธน์ พลวิชัย
ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย

การหาเสียงเลือกตั้งจะทำได้ภายหลังวันที่ 15 ธันวาคม 2561 หลังมีกฎหมายออกมา โดยประเมินว่าการหาเสียงจะตรงกับช่วงเทศกาลปีใหม่พอดี และตรงกับช่วงที่ประชาชนเดินทางกลับต่างจังหวัด ทำให้มีเงินสะพัดในช่วงนั้นประมาณ 5,000-10,000 ล้านบาท ทั้งนี้ประเมินว่าช่วง 2 เดือนแรกของปี 2562 หรือในช่วงเลือกตั้งจะมีเม็ดเงินสะพัดประมาณ 40,000 ล้านบาท ทำให้เศรษฐกิจไตรมาส 1/2562 ถูกค้ำยันด้วยเม็ดเงินนี้ กระตุกให้เศรษฐกิจขยายตัวจากการใช้เงินช่วงเลือกตั้งได้อย่างน้อย 0.5% ขึ้นไป
ถ้าประเมินทั้งปี คาดว่าจะมีเงินสะพัดจากการเลือกตั้งรวมประมาณ 80,000 ล้านบาท แบ่งเป็นช่วงการเลือกตั้งครึ่งปีแรก ใช้เม็ดเงิน 30,000-40,000 ล้านบาท และช่วงครึ่งปีหลังจะมีการเลือกตั้งในส่วนท้องถิ่น ทั้งองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) และองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) อีกประมาณ 30,000-40,000 บาทเช่นเดียวกัน เพราะนักการเมืองต้องการฐานเสียงเพื่อประโยชน์การเมือง เพราะฉะนั้นเม็ดเงินจากการเลือกตั้ง จะกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งปีได้ประมาณ 0.7-1%

ประพันธ์ เตชะสกลกิจกูร
รองประธานกรรมการหอการค้าไทย และประธานกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน)

การเลือกตั้งจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจแน่นอน เพราะมีการใช้จ่ายพอสมควร ทั้งเรื่องการหาเสียง ซึ่งจะต้องรอหลังช่วงกลางเดือนธันวาคมไปแล้ว และการใช้สื่อในต่างจังหวัด นอกจากนี้ในช่วงการหาเสียงเลือกตั้ง จะมีการพบปะสังสรรค์กัน ไปมาหาสู่กันมากขึ้น สถานการณ์ที่มีการเคลื่อนไหวหรือทำกิจกรรม ก็ทำให้เศรษฐกิจขยายตัวตามไปด้วย อย่างไรก็ตามจะต้องติดตามรูปแบบการหาเสียง ซึ่งคาดว่าหลังมีประกาศออกมาจะเห็นรูปแบบการหาเสียงที่ชัดเจนขึ้น

กวิศพงษ์ สิริธนนนท์สกุล
ประธานกรรมการหอการค้าจังหวัดสงขลา

มองว่ากระแสเลือกตั้งคงเป็นแค่ในแง่ความรู้สึก แต่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจจริงๆ เงินต้องออกมาหมุน คือประชาชนตอนนี้ไม่มีเงินเอามาใช้จ่าย เกษตรกรที่กรีดยาง ทำข้าว ทำอ้อย มันสำปะหลัง รายได้ไม่แน่นอน ดังนั้น ต้องไปมองว่าจะกระตุ้นอย่างไรให้คนชั้นกลางที่มีเงินเดือนประจำเกิน 3 หมื่นบาท ใช้จ่ายมากๆ ขณะที่ความเชื่อมั่นอยู่ที่หน้าตารัฐบาลว่าจะออกมาอย่างไร ตอนนี้ยังบอกไม่ได้ว่าจะเป็นอย่างไร ต้องได้เห็นก่อนว่าใครได้เป็นรัฐบาลและทีมเศรษฐกิจคือใคร จึงพอจะเห็นได้

ชัชวาล วงศ์จร
ประธานหอการค้าจังหวัดนครราชสีมา

ภายหลังรัฐบาลยืนยันเดินตามโรดแมปสู่การเลือกตั้งก็ทำให้เศรษฐกิจในพื้นที่ จ.นครราชสีมา เริ่มมีความคึกคักขึ้นมาได้ในระดับหนึ่ง แต่ทั้งนี้ก็ต้องดูในหลายปัจจัยด้วย เนื่องจากว่าทุกช่วงปลายปี หลายหน่วยงาน ทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน ได้มีการจัดกิจกรรมกระตุ้นเศรษฐกิจกันเป็นปกติอยู่แล้ว จึงทำให้มองว่าเศรษฐกิจกำลังจะฟื้นตัว ทั้งที่ก่อนหน้านั้นเศรษฐกิจโดยรวมของ จ.นครราชสีมา ยังไม่คึกคักเท่าที่ควรนัก เช่นเดียวกับหอการค้าจังหวัดนครราชสีมาก็ได้มีการจัดเทศกาลอาหารปิ้งย่างขึ้น ที่ตลาดเซฟวัน อ.เมือง จ.นครราชสีมา ระหว่างวันที่ 29 พ.ย.-3 ธ.ค.2561 โดยมีกิจกรรมแสดงคอนเสิร์ต และออกบูธจำหน่ายอาหารปิ้งย่างกว่า 120 บูธ มากกว่าปีที่แล้วที่มีเพียง 90 บูธ ซึ่งคาดการณ์ว่าจะมีนักท่องเที่ยวมาเดินจับจ่ายซื้อของในงานนี้ไม่ต่ำกว่า 150,000 คน และมีเงินสะพัดไม่ต่ำกว่า 40 ล้านบาท ส่วนห้างสรรพสินค้าต่างๆ ในตัวเมืองนครราชสีมา อาทิ เดอะมอลล์, เซ็นทรัล, เทอร์มินอล 21, เทสโก้โลตัส, บิ๊กซี และคลังพลาซ่า ก็มีการจัดโปรโมชั่น ลด แลก แจก แถม ตลอดทั้งเดือนพฤศจิกายนและธันวาคม เพื่อส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ ก็ทำให้นักช้อปปิ้งทั้งหลายพากันควักเงินในกระเป๋าซื้อของกันอย่างคึกคัก ทำให้เห็นถึงสัญญาณเศรษฐกิจเริ่มดีขึ้นแล้ว

แต่ในส่วนของนักธุรกิจ นักลงทุน ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ขณะนี้ยังคงชะลอการลงทุนอยู่ไม่น้อย เพื่อรอความชัดเจนหลังการเลือกตั้ง ซึ่งถือว่าเป็นปกติของนักลงทุนทุกคน ที่รอให้มีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อการลงทุนโครงการใหญ่ๆ เพราะถ้าอะไรไม่ชัดเจนหากลงทุนไปแล้วก็จะมีความเสี่ยงมาก ดังนั้นจึงหวังว่าจะไม่มีการเลื่อนการเลือกตั้งออกไป โดยทุกคนอยากให้มีการเลือกตั้งในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 ตามโรดแมปที่วางไว้ขณะนี้ และหลังจากการเลือกตั้งไปแล้ว ไม่ว่าจะได้พรรคการเมืองใดเข้ามาเป็นรัฐบาล จะเป็นรัฐบาล คสช.เข้ามาเป็นรัฐบาลอีกครั้ง หรือได้รัฐบาลชุดใหม่ถอดด้ามเลย นักธุรกิจทุกคนรับได้ทั้งนั้น เมื่อเป็นเช่นนี้จึงคาดว่าหลังการเลือกตั้งเศรษฐกิจของ จ.นครราชสีมา หรือของประเทศไทยจะกลับมาคึกคักและเติบโตขึ้นเป็นอย่างมากแน่นอน

เฉลิมชาติ นครังกุล
ประธานกิตติมศักดิ์หอการค้าจังหวัดเชียงใหม่

การเลือกตั้งถือเป็นสัญลักษณ์ประชาธิปไตย เพราะประเทศห่างหายการเลือกตั้งมาหลายปีแล้ว ครั้งนี้แตกต่างเลือกตั้งที่ผ่านมา มีพรรคการเมืองมาก ส่วนใหญ่เป็นพรรคขนาดกลางและขนาดเล็ก ถ้าแข่งขันตามกฎกติกาไม่มีความรุนแรง เชื่อว่าสร้างความมั่นใจแก่ต่างชาติได้ระดับหนึ่ง แต่เป็นห่วง หากมีฝ่ายที่ไม่ยอมรับผลการเลือกตั้งออกมาชุมนุมประท้วงหรือปั่นป่วน จนไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลใหม่ได้ ทำให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และรัฐบาลรักษาการ มีอำนาจสามารถบริหารประเทศต่อไปส่งผลให้เศรษฐกิจ การค้า การลงทุน ท่องเที่ยวแย่ลงไปอีก

ภาพรวมการเลือกตั้งยังไม่สามารถชี้ชัดได้ว่าเศรษฐกิจฟื้นตัวแล้วหรือยัง เพราะเป็นโรคเรื้อรังมาหลายปีแล้ว หลังเลือกตั้ง หากได้รัฐบาลใหม่แล้ว ต้องดูว่านโยบายเศรษฐกิจเป็นอย่างไร จะแก้ปัญหาอะไรก่อนหลังเพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่างชาติ และการลงทุนภายในประเทศ ที่สำคัญใครเป็นนายกรัฐมนตรี ที่มีภาพลักษณ์ที่ดี และต่างชาติยอมรับ ดังนั้นการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจระยะสั้น เป็นเรื่องที่คาดหมายได้ยาก เพราะขบวนการเลือกตั้งเพิ่งเริ่มต้น หลังเลือกตั้งเชื่อว่าแนวโน้มหรือทิศทางด้านเศรษฐกิจอาจชัดเจนมากกว่านี้ เพราะเศรษฐกิจต้องใช้เวลาฟื้นตัว 2-3 ปี

นพดล จริภักดิ์
ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่

การเลือกตั้งเชื่อว่าเป็นสัญญาณบวกที่ดี แต่ต่างชาติยังไม่เชื่อมั่นจนกว่ามีนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลใหม่ โดยเฉพาะนโยบายเศรษฐกิจและท่องเที่ยวเดินไปทิศทางไหน ที่สำคัญเลือกตั้ง ต้องเป็นไปตามโรดแมป อย่าเลื่อนเลือกตั้งออกไปอีก ถ้าเลื่อนเลือกตั้ง เชื่อว่าส่งผลต่างชาติขาดความเชื่อมั่นในเสถียรภาพรัฐบาล โอกาสฟื้นเศรษฐกิจและท่องเที่ยวค่อนข้างลำบาก

บุญทา ชัยเลิศ
รองประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ฝ่ายความสัมพันธ์อาเซียน

การเลือกตั้งไม่สามารถทำให้เศรษฐกิจฟื้นตัวได้เร็ว ขึ้นอยู่กับทุกฝ่ายยอมรับผลเลือกตั้งมากน้อยแค่ไหน ถ้ามีการโกงเลือกตั้ง ประชาชนคงไม่ยอม อาจลุกฮือเรียกร้องความเป็นธรรมและประชาธิปไตยทั่วประเทศ ถ้าเป็นอย่างนั้นอาจมีปฏิวัติซ้อนเพื่อรักษาเสถียรภาพและความมั่นคงของประเทศ ส่งผลให้ คสช.และรัฐบาลปัจจุบันอยู่ไม่ได้ เพราะกองทัพได้ประกาศตัวเป็นกลางการเลือกตั้ง