บทนำมติชน 30 มีนาคม 2562 : ต้องเปิดข้อมูล

30.03.19 | 13:00 น.

มีข้อถกเถียง ในเรื่องจำนวน ส.ส.และตัวเลขต่างๆ ที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง เนื่องจาก คณะกรรมการการเลือกตั้ง ยกเอาเหตุทางกฎหมายหลายข้อ รวมถึงกรอบเวลาในการรับรองผลการเลือกตั้ง ซึ่งยังมีเวลาถึง 9 พ.ค. 2562 จึงยังไม่เปิดเผยข้อมูลต่างๆ ออกมา ทั้งที่ตัวเลขหลายรายการ จำเป็นจะต้องเปิดเผยออกมาก่อน เพื่อยืนยันความโปร่งใสในการทำหน้าที่ เมื่อ กกต.เปิดเผยเฉพาะผลเบื้องต้น ขณะที่ประชาชนต้องการทราบผลเลือกตั้ง ซึ่งครั้งนี้มีการเปลี่ยนระบบวิธีการให้ซับซ้อนมากขึ้น จึงทำให้เกิดการคาดคะเน ข้อมูลที่ล่าช้า
ไม่ชัดเจน มีผลต่อการวางแผนทางการเมืองของบรรดาพรรคต่างๆ ที่จะต้องรวบรวมคะแนนเสียง รวบรวมพรรคมาจัดตั้งรัฐบาล อันเป็นขั้นตอนปกติหลังเลือกตั้ง

เมื่อวันที่ 28 มี.ค. กกต.ได้เปิดเผยข้อมูลผลการรวมคะแนนทั้งหมด 100% อย่างไม่เป็นทางการ
โดยคะแนนการเลือกตั้งครั้งนี้ทั้งหมด 35,532,645 คะแนน โดยมีลำดับที่ 1-5 ได้แก่ 1.พลังประชารัฐ 8,433,060 คะแนน 2.เพื่อไทย 7,920,561 คะแนน 3.อนาคตใหม่ 6,265,918 คะแนน 4.ประชาธิปัตย์ 3,947,702 คะแนน 5.ภูมิใจไทย 3,732,940 คะแนน ทั้งนี้ จำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมด 100% เท่ากับประชาชน 51,239,638 คน ผู้มาใช้สิทธิ 74.69 เปอร์เซ็นต์ (38 ล้านเศษ)
ผู้ไม่มาใช้สิทธิ 25.31 เปอร์เซ็นต์ (13 ล้านเศษ) บัตรดี 35,532,645 ใบ หรือ 92.85% บัตรเสีย 2,130,327 ใบ หรือ 5.57% บัตรโหวตโน 605,392 ใบ หรือ 1.58%

จากการแถลงครั้งนี้ เกิดความเปลี่ยนแปลงของตัวเลข จนทำให้เกิดข้อสงสัยและเสียงวิจารณ์ตามมา อาทิ ตัวเลขผู้ใช้สิทธิเดิม กกต.ระบุว่ามีผู้มาใช้สิทธิ 65% แต่ในการแถลงครั้งนี้ตัวเลขเปลี่ยนเป็น 74.69% ทำให้พรรคการเมืองบางพรรค แสดงความข้องใจว่า เท่ากับมีผู้ใช้สิทธิเพิ่มมาอีก 4.4 ล้านคน หลังจากเวลาผ่านไป 4 วัน และยังเกิดข้อสงสัยว่า การคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ มีวิธีการอย่างไร และเรียกร้องให้ กกต.เปิดเผยวิธีการ เพื่อให้เกิดความโปร่งใสมากขึ้น

ความล่าช้าในการเปิดเผยข้อมูลผลการเลือกตั้ง ขณะที่พรรคต่างๆ อยู่ระหว่างเจรจาจัดตั้งรัฐบาล มีการ
ช่วงชิงระหว่างขั้ว ยังมีผลทำให้ผลการเลือกตั้ง กลายเป็นเรื่องของการชิงความได้เปรียบทางการเมือง มีการปล่อยข่าว มีการนำไปทำสงครามจิตวิทยาระหว่างพรรคการเมือง อย่างเช่นการข่มขู่จะแจกใบเหลือง ใบแดง ทำให้เกิดความหวั่นไหว การเมือง ซึ่งควรเป็นเรื่องที่ตัดสินด้วยเหตุผลและนโยบาย กลายเป็นเรื่องที่ตัดสินด้วยความหวาดกลัว ซึ่งไม่เป็นผลดีกับระบบการเมืองโดยรวม