‘จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์’ กางทิศทาง-จุดยืนการเมือง‘ปชป.’

1.05.19 | 10:00 น.
(แฟ้มภาพ)

หมายเหตุ – นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รักษาการหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ให้สัมภาษณ์ “มติชน” ถึงความพร้อมในการเลือกหัวหน้าพรรค ปชป.คนใหม่ และคณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ชุดใหม่ รวมทั้งทิศทางและการตัดสินใจทางการเมืองของพรรค ปชป.

•ความพร้อมในการเลือกตั้งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่
มีผู้สนับสนุนจำนวนหนึ่งที่สนับสนุนให้ผมลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นหัวหน้าพรรค ปชป. แต่ขั้นตอนและกระบวนการจะต้องยึดตามข้อบังคับพรรค คือ ในการเลือกหัวหน้าพรรค ปชป.ครั้งนี้จะไม่มีการทำไพรมารีโหวตเหมือนครั้งที่ผ่านมา แต่จะใช้กระบวนการเหมือนกับที่พรรคเคยปฏิบัติมาหลายครั้ง
ในอดีต คือ กำหนดให้มีผู้เสนอชื่อ ผู้ที่เห็นสมควรจะรับเลือกตั้งเป็นหัวหน้าพรรค แล้วให้ที่ประชุมรับรองโดยใช้เสียงเกินกึ่งหนึ่งรับรอง ตามที่ข้อบังคับพรรคกำหนด

หลังจากนั้นจะให้มีการแสดงวิสัยทัศน์คนละ 15 นาที จากนั้นจะให้ที่ประชุมลงคะแนนเลือกหัวหน้าพรรค ในวันที่ 15 พฤษภาคมนี้ ผู้มีสิทธิลงคะแนนเลือกหัวหน้าพรรค ประกอบด้วย สมาชิกพรรคกลุ่มใหญ่ๆ 5-6 กลุ่ม กลุ่ม ส.ส.ชุดใหม่ของพรรคที่กำลังรอคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รับรองผล จะคิดทอนน้ำหนักเป็น 70% กลุ่มที่ประกอบด้วยสมาชิกหลายกลุ่มคิดน้ำหนักรวมกัน 30% เช่น อดีต ส.ส.ของพรรคทุกสมัยที่ยังเป็นสมาชิกพรรค อดีตหัวหน้าพรรค อดีตรัฐมนตรี อดีตคณะกรมการบริหารพรรค กรรมการบริหารพรรคชุดรักษาการ กลุ่มสาขาพรรค และตัวแทนจังหวัด สมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่นที่ลงรับสมัครรับเลือกตั้งในนามพรรค รวมทั้งกลุ่มตัวแทนสมาชิกพรรคที่มีอยู่ 25 คน โดยผ่านการคัดเลือกด้วยวิธีการจับสลากจากผู้สมัคร ส.ส.ชุดล่าสุดของพรรค รวมจำนวนผู้ที่จะลงคะแนนเลือกตั้งหัวหน้าพรรค ปชป. จะมีทั้งสิ้น 307 คน

การเลือกตั้งหัวหน้าพรรคครั้งนี้ เป็นไปตามข้อบังคับพรรคล่าสุด กระบวนการเหมือนกับการเลือกตั้งหัวหน้าพรรคที่ผ่านมา ต่างกันเพียงแค่ไม่มีการทำไพรมารีโหวต ซึ่งน้ำหนักที่จะนำมาคิดคะแนนโหวตก็เปลี่ยนแปลงไปตามสถานการณ์และความเหมาะสม

แต่ครั้งนี้บังเอิญว่าน้ำหนักคะแนน 70% ของว่าที่ ส.ส.ชุดใหม่ดันมีจำนวน ส.ส.ที่น้อยกว่าการเลือกตั้งที่ผ่านมาที่ได้จำนวน ส.ส.รวม 159 คน ครั้งนี้ได้ ส.ส.เหลือเพียง 50 กว่าคน ทำให้ ส.ส.ใหม่ที่จะโหวตเลือกหัวหน้าพรรคนั้น ส.ส.1 คนที่ลงคะแนน จะมีน้ำหนักคะแนน 1% กว่า โดยคณะกรรมการกำหนดหลักเกณฑ์การเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ชุดใหม่ ที่มีนายเทอดพงษ์ ไชยนันทน์ ประธาน ได้กำหนดให้ใช้หลักเกณฑ์การเลือกหัวหน้าพรรค ปชป.เช่นเดิม

Advertisement

•มีการฟอร์มทีมหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรคชุดใหม่ไว้แล้วหรือยัง
ปกติไม่มีการรับสมัครเป็นทีมอยู่แล้ว การเลือกตั้งหัวหน้าพรรคและคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ จะมีลักษณะผสมผสานกัน เริ่มจากเลือกตั้งหัวหน้าพรรค เมื่อได้หัวหน้าพรรคแล้ว จะมีการเลือกรองหัวหน้าพรรคแต่ละภาค มีทั้งหมด 5 ภาค ได้แก่ กรุงเทพฯ ภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคใต้ ภาคกลาง สมาชิกพรรคจะเป็นผู้เสนอชื่อแล้วให้ที่ประชุมลงคะแนนชี้ขาด แต่ละภาคหากมีผู้เสนอชื่อเกิน 1 คน ก็จะให้ที่ประชุมลงคะแนนชี้ขาด ใครได้คะแนนสูงสุดก็จะได้ดำรงตำแหน่งดังกล่าว

จากนั้นหัวหน้าพรรคจะเป็นผู้เสนอชื่อ รองหัวหน้าพรรคตามภารกิจอีกจำนวน 8 คน เสร็จแล้วจะเสนอชื่อบุคคลที่เหมาะสมเป็นเลขาธิการพรรค และให้ที่ประชุมลงคะแนนชี้ขาด และเลือกรองเลขาธิการพรรค นายทะเบียนพรรค และคณะกรรมการบริหารพรรค ให้ครบ 41 คน ตามข้อบังคับพรรค

•มีชื่อเลขาธิการพรรคในใจแล้วหรือยัง
เลขาธิการพรรคนั้น หัวหน้าพรรคจะเป็นผู้เสนอชื่อ ขณะนี้ยังไม่ทราบว่าจะมีการเสนอชื่อทั้งหมดกี่คน ส่วนตัวผมก็มีชื่อบุคคลที่จะเสนอเป็นเลขาธิการพรรคแล้ว แต่จะขอเปิดเผยเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม

•ภารกิจของหัวหน้าพรรคและคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่จะต้องดำเนินการในอันดับแรก
ภารกิจของหัวหน้าพรรคและคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่จะต้องบริหารจัดการพรรคให้เดินไปข้างหน้าได้ ทั้งภารกิจด้านการบริหารและด้านการเมือง จะต้องทำควบคู่กันไป นั่นคือ ภารกิจหลัก รวมทั้งการดำเนินการสร้างความร่วมมือระหว่างพรรคการเมืองอื่นๆ ทั้งองคาพยพ

ถ้ามองถึงภารกิจเร่งด่วนก็จะมีอยู่ประมาณ 5 ข้อใหญ่ ที่คณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่จะต้องเร่งฟื้นฟูพรรค ภายหลังผลการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา พรรค ปชป.ได้จำนวน ส.ส.ลดลงเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะพื้นที่ภาคอีสานที่การเลือกครั้งนี้ได้ ส.ส.น้อยมาก เช่น ภาคใต้มีที่่นั่ง 50 ที่นั่ง ได้ ส.ส.มา 22 ที่นั่ง ส่วนพื้นที่กรุงเทพฯ ไม่ได้ส.ส.เลย พรรคจะต้องเข้าไประดมสรรพกำลังอย่างเต็มที่และทำให้ภารกิจลุล่วง พร้อมทั้งฟื้นฟูพรรคให้ได้ความยอมรับกลับมาเหมือนที่ผ่านมา
ไม่ว่าจะเป็นผมหรือใครมาเป็นหัวหน้าพรรค จะมีวิธีการดำเนินการต่างๆ อยู่แล้ว โดยเฉพาะพื้นที่ภาคอีสาน ที่พรรคเพื่อไทยยังได้รับความนิยมอยู่ พรรคประชาธิปัตย์จะต้องทุ่มเทกันให้มากขึ้น รวมทั้งนโยบายที่ออกมาต้องให้ตรงตามความต้องการของประชาชนชาวอีสาน รวมถึงจุดยืนทางการเมืองด้วย ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่จะให้ประชาชนตัดสินใจเลือกพรรคประชาธิปัตย์ในการเลือกตั้งครั้งหน้า เพราะถ้าพรรคได้รับโอกาสจากประชาชนในภาคอีสานมากกว่าที่ผ่านมา ก็จะสามารถทำให้พรรคมีโอกาสจัดตั้งรัฐบาลได้ เพราะเป็นพื้นที่นี้มีจำนวน ส.ส. 1 ใน 3 ของ ส.ส.ทั้งประเทศ

•มีวิธีการอย่างไรที่จะฟื้นคะแนนเสียงในภาคอีสานให้กลับมา ปัจจุบันยังเป็นพรรคเพื่อไทยที่มีเสียง ส.ส.อันดับหนึ่ง
ก็มีทั้งวิธีการระดมสรรพกำลังลงพื้นที่ สร้างความใกล้ชิดกับพี่น้องประชาชน รวมถึงทิศทางและนโยบายที่สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนในภาคอีสาน ที่สำคัญอีกประเด็น คือ จุดยืนทางการเมืองที่ผมคิดว่าในการเลือกตั้งครั้งหน้ายังมีความสำคัญ และเป็นประเด็นที่ไม่เฉพาะพี่น้องภาคอีสานแต่เป็นเรื่องที่คนไทยทั้งประเทศ ใช้เป็นปัจจัยสำคัญในการเลือกที่จะลงคะแนนให้กับพรรคการเมืองใด

•การตัดสินใจจะเข้าร่วมรัฐบาลถือเป็นการบ้านข้อใหญ่ของหัวหน้าพรรคด้วยหรือไม่
เป็นอีกสถานการณ์หนึ่งและภารกิจหนึ่งที่คณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ต้องตัดสินใจ เพราะไม่ได้หมายความว่าคณะกรรมการบริหารชุดใหม่นี้ตั้งขึ้นมา เพื่อภารกิจจะร่วมหรือไม่ร่วมรัฐบาล การตัดสินใจร่วมและไม่ร่วมรัฐบาล หรือจะเป็นฝ่ายค้าน ไม่ได้ขึ้นอยู่กับมติของคณะกรรมการบริหารพรรค แต่ขึ้นอยู่กับมติของที่ประชุมร่วมระหว่างคณะกรรมการบริหารพรรคกับ ส.ส.ชุดใหม่ว่าจะตัดสินใจไปในทิศทางใด คณะกรรมการบริหารพรรคเป็นแค่ส่วนหนึ่ง

•การร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐหรือไม่จะมีอิทธิพลให้สมาชิกตัดสินใจเลือกหัวหน้าพรรคคนใหม่หรือไม่
เป็นเรื่องที่แต่ละคนจะพิจารณา แต่เรื่องนี้นายเทอดพงษ์ ไชยนันทน์ ประธานคณะกรรมการกำหนดหลักเกณฑ์เลือกคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่เคยให้ความเห็นในที่ประชุมไว้ว่า อยากให้แยกเรื่องดังกล่าวออกจากนั้น การเลือกหัวหน้าพรรคก็ตัดสินใจด้วยปัจจัยหนึ่ง ส่วนการจะร่วมรัฐบาล หรือไม่ร่วมรัฐบาลก็ขอให้ตัดสินใจเป็นอีกปัจจัยหนึ่ง ให้แยกระหว่างการร่วมรัฐบาลกับการเลือกหัวหน้าพรรคออกจากกัน เพราะคณะกรรมการบริหารพรรคไม่ได้มีแค่การจะร่วมรัฐบาลหรือไม่ แต่ยังมีภารกิจอื่นๆ อีกมาก คณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ และ ส.ส.ชุดใหม่ จะเป็นผู้พิจารณาในประเด็นนี้

•ขณะนี้มีข้อเสนอของสมาชิกพรรค ปชป.ต่อทิศทางการเมือง คือ เป็นฝ่ายค้านอิสระ กับร่วมรัฐบาล กับพรรคพลังประชารัฐจะตัดสินใจอย่างไร
ทุกครั้งในการตัดสินใจทางการเมืองของพรรค ปชป.จะเป็นเช่นนี้ เพราะพรรค ปชป.จะเปิดโอกาสให้สมาชิกพรรคได้เสนอความคิดเห็นได้อย่างเสรี หลายครั้งมีข้อเสนอที่แตกต่างกัน อาจจะไม่ใช่มีแค่ 2 ข้อเสนอ อาจมีมากกว่านี้ก็ได้

แต่พรรค ปชป.จะมีกลไกในการตัดสินและพิจารณาข้อเสนอต่างๆ ของสมาชิกพรรค นั่นคือ ใช้มติของที่ประชุมพรรคชี้ขาด ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ใด บางกรณีก็ใช้ที่ประชุม ส.ส.ของพรรคชี้ขาด บางกรณีก็ใช้ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคตัดสิน บางกรณีก็ใช้ที่ประชุมร่วมระหว่าง ส.ส.กับคณะกรรมการบริหารพรรคตัดสิน และเมื่อพรรคมีมติอย่างใดออกมา ผมเชื่อว่าสมาชิกพรรคทุกคนจะเคารพในมติของพรรค ทุกครั้่งที่ผ่านมาก็เป็นเช่นนี้ เพียงแค่ก่อนการลงมติของพรรคอาจจะมีความเห็นที่หลากหลายกันได้ เป็นเรื่องธรรมดาของระบอบประชาธิปไตย ซึ่งมติพรรค คือ การหลอมรวมหลากหลายความคิด ให้เป็นมติเดียวของพรรค ผมไม่คิดว่าเรื่องดังกล่าวจะเป็นปัญหาอะไร

•การแก้ปัญหาสินค้าราคาเกษตรของภาคใต้ เช่น ราคายาง ปาล์ม จะเป็นอีกปัจจัยที่เข้าร่วมรัฐบาล
ถ้าผมเป็นหัวหน้าพรรค ปชป.หรือใครก็ตาม คิดว่ามีวิธีแก้ไขปัญหานี้้ไว้แล้ว แต่ยังไม่สามารถตอบได้ตรงนี้ เพราะขึ้นอยู่กับโหวตเตอร์แต่ละคน อย่างไรก็ตาม ผมคิดว่าในฐานะสมาชิกพรรค ปชป.อยากเห็นรัฐบาลแก้ปัญหาให้กับเกษตรกรได้สำเร็จ เพราะหมายถึงประโยชน์ของเกษตรกรที่จะได้รับความจริงเกษตรกรเรียกร้องมาตลอดในเรื่องนี้แต่ดูเหมือนรัฐบาลอาจจะกังวล เนื่องจากอาจไปตั้งธงไว้แต่ต้นว่าจะใช้วิธีการแก้ไขปัญหาสินค้าเกษตรที่พรรคการเมืองเคยทำไว้ เช่น เรื่องข้าวก็จะไม่ใช้การจำนำ รวมทั้งเรื่องยาง ปาล์ม ที่พรรค ปชป.เคยทำมาคือการใช้วิธีการประกันรายได้รัฐบาลก็จะไม่ทำ เพราะฉะนั้น หากไม่เลือกทางเลือกที่้้แก้ไขปัญหาสินค้าเกษตรได้ อย่างการประกันรายได้ที่พรรค ปชป.เคยทำมา รัฐบาลก็ต้องไปเลือกวิธีการอื่นๆ ในการแก้ปัญหาก็อาจจะสำเร็จหรือไม่สำเร็จก็ได้