หมายเหตุ – ความคิดเห็นของนักวิชาการต่อกรณีระเบียบวาระการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 25 ปีที่ 1 ครั้งที่ 6 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) วันที่ 26 มิถุุนายนนี้ เป็นกระทู้ถาม 3 เรื่องของนายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ส.ส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย (พท.) ยื่นถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทั้งนี้ กระทู้ถามดังกล่าวเป็นการยื่นกระทู้ถามในรอบเกือบ 6 ปี ภายหลังมีการยุบสภาผู้แทนราษฎรของรัฐบาล น.ส.
ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2556
กระทู้ถามที่ 001
เรื่อง การก่อสร้างถนน สาย 226 จากสองช่องจราจรขยายเป็นสี่ช่องจราจร
ข้าพเจ้าขอตั้งกระทู้ถาม ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ดังต่อไปนี้
ด้วยถนนสาย 226 ซึ่งเป็นถนนสายหลักและสายยุทธศาสตร์ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (พื้นที่อีสานใต้) บางช่วงบางตอนของถนนได้เปลี่ยนสภาพจากสองช่องจราจรเป็นสี่ช่องจราจร โดยเฉพาะในช่วงจากอำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ ไปเชื่อมอำเภอห้วยทัพทัน จังหวัดศรีสะเกษ ระยะทางประมาณ 64 กิโลเมตร ซึ่งกรมทางหลวงได้ดำเนินการก่อสร้างไปแล้วประมาณ 29 กิโลเมตร แต่ถนนไม่ต่อเนื่องกัน โดยได้มีการบูรณะปรับปรุงและก่อสร้างเป็นระยะ และถนนบางช่วงบางตอนไม่ได้มีการบูรณะปรับปรุงมาเป็นเวลา 5 ปี บางเส้นทางก็ปรับปรุงอยู่แต่ในจุดเดิมๆ คือทำแล้วแก้ แก้แล้วทำ ซึ่งเส้นทางดังกล่าวเป็นเส้นทางเชื่อมสองจังหวัดและสุดปลายทางที่จังหวัดอุบลราชธานี เป็นเส้นทางที่ใช้ในการสัญจรของรถจำนวนมากในแต่ละวัน ตลอดถึงการขนส่งสินค้า การเกิดอุบัติเหตุก็ปรากฏให้เห็นอยู่บ่อยครั้งในระยะทางที่ถนนยังเป็นสองช่องจราจร ทำให้เกิดการสูญเสียทั้งทางเศรษฐกิจทรัพย์สิน ชีวิตและร่างกายแต่ละปีเป็นจำนวนมาก
จึงขอเรียนถามว่ากระทรวงคมนาคม โดยกรมทางหลวงมีนโยบายหรือแผนงานที่จะก่อสร้างบูรณะปรับปรุงถนนสาย 226 จากสองช่องจราจรขยายเป็นสี่ช่องจราจรหรือไม่ อย่างไร และถ้ามีจะดำเนินการปรับปรุงก่อสร้างให้แล้วเสร็จเมื่อใด และจะดำเนินการอย่างไร ขอทราบรายละเอียด
ขอให้ตอบในที่ประชุมสภา
กระทู้ถามที่ 002
เรื่อง มาตรการในการแก้ปัญหาข้าราชการครู
ข้าพเจ้าขอตั้งกระทู้ถาม ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ดังต่อไปนี้
เนื่องด้วยปัจจุบันปัญหาในการจัดการศึกษาของโรงเรียนในระดับประถมศึกษามีจำนวนมาก ซึ่งปัญหาดังกล่าวควรได้รับการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วนให้กับองค์กรเหล่านี้ จึงขอเรียนถามว่า
1.รัฐบาลมีนโยบายที่จะแก้ปัญหาหนี้สินให้กับข้าราชการครูหรือไม่ อย่างไร และได้ดำเนินการอย่างไร เพียงใด ขอทราบรายละเอียด
2.เหตุใดกระทรวงศึกษาธิการจึงกำหนดให้ข้าราชการครูที่ได้รับการบรรจุแล้วต้องปฏิบัติหน้าที่อยู่โรงเรียนเดิมที่บรรจุถึง 4 ปี จึงขอย้ายโรงเรียนได้ ขอทราบรายละเอียด
3.เหตุใดหน่วยงานที่รับผิดชอบในการบรรจุแต่งตั้งข้าราชการครูและผู้อำนวยการโรงเรียนจึงไม่บรรจุแต่งตั้งข้าราชการครู และผู้อำนวยการโรงเรียนไปให้ปฏิบัติหน้าที่ ที่โรงเรียนที่มีจำนวนเด็กไม่ถึง 120 คน ซึ่งเป็นปัญหาอย่างมากในการจัดการเรียนการสอน ขอทราบรายละเอียด
4.รัฐบาลยังมีนโยบายที่จะผลักดันเกี่ยวกับการยกร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่ ที่เสนอโดยคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา (กอปศ.) ต่อไปหรือไม่ เนื่องจากมีผลกระทบต่อองค์กรครู และขาดขวัญกำลังใจ ขอทราบรายละเอียด
ขอให้ตอบในที่ประชุมสภา
กระทู้ถามที่ 003
เรื่อง การขุดลอกอ่างเก็บน้ำบ้านเกาะแก้ว อำเภอสำโรงทาบ จังหวัดสุรินทร์
ข้าพเจ้าขอตั้งกระทู้ถาม ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดังต่อไปนี้
ด้วยประชาชนในเขตพื้นที่ตำบลเกาะแก้ว อำเภอสำโรงทาบ จังหวัดสุรินทร์ ประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคและการทำเกษตรกรรม ซึ่งอ่างเก็บน้ำบ้านเกาะแก้วเป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่มีพื้นที่ทั้งสิ้น 27,444 ไร่ ความจุน้ำที่กักเก็บ 6.130 ล้านลูกบาศก์เมตร ได้รับประโยชน์ทางการเกษตร 5,000 ไร่ และเป็นอ่างเก็บน้ำที่ใช้น้ำดิบในการผลิตน้ำประปาใช้บริการภายในอำเภอสำโรงทาบ แม้ในบางปีจะมีฝนตกมากแต่อ่างเก็บน้ำไม่สามารถกักเก็บน้ำได้ และจำนวนน้ำมีไม่เพียงพอที่จะใช้ในฤดูแล้ง เพราะเกิดการตื้นเขินจากการตกตะกอนของดินและวัชพืชทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากการไม่มีน้ำใช้ โดยในฤดูแล้งจะขาดแคลนน้ำอย่างมาก ดังนั้นจึงควรพิจารณาขุดลอกอ่างเก็บน้ำเป็นการด่วนพร้อมทั้งดำเนินการก่อสร้างคลองไส้ไก่และคลองส่งน้ำในพื้นที่ดังกล่าว เพื่อให้เกษตรกรได้ใช้น้ำอย่างทั่วถึง เป็นการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนและสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารณูปโภคเพื่อนำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม จึงขอเรียนถามว่า
1.รัฐบาลมีนโยบายสนับสนุนงบประมาณขุดลอกอ่างเก็บน้ำบ้านเกาะแก้ว และก่อสร้างคลองไส้ไก่ และคลองส่งน้ำในเขตพื้นที่ดังกล่าวข้างต้นหรือไม่ อย่างไร ขอทราบรายละเอียด
2.หากรัฐบาลมีนโยบายในการสนับสนุนงบประมาณดังกล่าว รัฐบาลจะเริ่มดำเนินการและมีกำหนดแล้วเสร็จเมื่อใด ขอทราบรายละเอียด
3.หากรัฐบาลไม่มีนโยบายในการสนับสนุนงบประมาณดังกล่าว รัฐบาลมีมาตรการในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่อย่างไร ขอทราบรายละเอียด
ขอให้ตอบในที่ประชุมสภา
รศ.ยุทธพร อิสรชัย
สาขาวิชารัฐศาสตร์ มสธ.
ก ารตอบกระทู้เป็นกระบวนการหนึ่งในการตรวจสอบถ่วงดุลของฝ่ายนิติบัญญัติที่มีต่อฝ่ายบริหาร เป็นหนึ่งในกระบวนการตรวจสอบทางการเมืองอันประกอบไปด้วย การอภิปรายไม่ไว้วางใจ การใช้ระบบกรรมาธิการ และการตั้งกระทู้ถาม ตลอดช่วงระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา เราไม่เห็นการตอบกระทู้ถามเลย เนื่องจากสภาที่เกิดขึ้นในลักษณะของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เป็นสภาที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง แต่มาจากการแต่งตั้งทั้งหมด ดังนั้นการตรวจสอบถ่วงดุลที่จะเกิดขึ้นก็คงเกิดขึ้นได้ยากหรือแทบจะไม่มีเลย ที่จริงกระบวนการตั้งกระทู้ก็แสดงให้เห็นถึงการทำหน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ได้อย่างดี ในฐานะที่จะเป็นตัวแทนหรือเป็นปากเสียงของประชาชน เพื่อไปถามถึงเรื่องการบริหารราชการแผ่นดินหรือถามประเด็นปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในการเมืองในสภา
ในแง่ของผลกระทบจากการตั้งกระทู้ถาม แยกออกเป็น 2 ส่วน คือ 1.ผลกระทบในสภา การตั้งกระทู้ถามคล้ายกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่ไม่ต้องมีการลงมติ ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นก็เป็นเพียงความเชื่อมั่นความเชื่อถือของสมาชิกรัฐสภาที่จะมีต่อรัฐมนตรีหรือรัฐบาลเท่านั้น ขณะที่ 2.ผลกระทบนอกสภา คือประชาชนที่ติดตามการทำงานของรัฐบาลอยู่หรือแม้กระทั่งประชาชนที่ได้เลือกตัวแทนของตนเข้าไปนั่งอยู่ในสภา ตรงนี้จะเป็นผลในลักษณะของการสะสมภาพลักษณ์ สะสมในเรื่องกระบวนการต่างๆ ที่ได้เห็นถึงการบริหารราชการแผ่นดินว่ามีประสิทธิภาพประสิทธิผลเปิดเผยโปร่งใสแค่ไหนเพียงใด ซึ่งคงไม่ได้มีผลอย่างฉับพลันทันที
การตั้งกระทู้ถามนั้น รัฐมนตรีควรจะต้องมาเอง ในกรณีกระทู้สด รัฐมนตรีคงจะหลบเลี่ยงได้ลำบาก เพราะเป็นการถามในสภาในทันทีและรัฐมนตรีต้องตอบทันที แต่ถ้าเป็นกระทู้แห้งมักจะมีการมอบหมายให้บุคคลมาตอบแทน เพราะเป็นการส่งประเด็นคำถามล่วงหน้า ถ้าเป็นอย่างนี้ กระบวนการในการตรวจสอบถ่วงดุลระหว่างสภากับฝ่ายบริหารมันก็จะไม่ได้เกิดผลอย่างจริงจัง สุดท้ายก็กลายเป็นแค่พิธีกรรม สิ่งสำคัญที่ทำให้เกิดผลจริงจัง นอกจากกลไกต่างๆ เหล่านี้ที่ถูกกำหนดไว้ในกฎหมายแล้ว ก็คือบรรดาผู้ดำรงตำแหน่งต้องตระหนักด้วยว่าการทำงานในระบบรัฐสภาเป็นสิ่งที่สำคัญ เพราะสภาก็คือตัวแทนของประชาชน ขณะเดียวกันสภาเองก็ต้องมีการพัฒนาในเรื่องของระบบการทำงานที่ทำให้สภานั้นมีความเชื่อมั่นเชื่อถือได้ ไม่เช่นนั้นก็จะถูกตั้งคำถามเสมอว่ากลไกในสภาก็ทำอะไรไม่ได้ เป็นเพียงแค่พิธีกรรม แล้วสุดท้ายก็จบลงที่เสียงข้างมากลากไป ดังนั้นการตระหนักถึงความเป็น
ผู้แทนของปวงชน การตระหนักถึงความเป็นรัฐบาลที่ยังต้องตอบสนองต่อสภา เป็นสิ่งสำคัญที่สังคมควรจะเรียกร้องให้ผู้ดำรงตำแหน่งเหล่านี้มาตอบกระทู้ด้วยตัวเอง
ณ วันนี้ แม้ว่าไม่มีรัฐมนตรีใหม่ก็ตาม แต่ว่ารัฐมนตรีปัจจุบันก็ถือว่าเป็นรัฐมนตรีที่สามารถบริหารราชการแผ่นดินได้ เนื่องจากว่ารัฐธรรมนูญก็ได้รับรองเอาไว้เป็นรัฐมนตรีตัวจริง มีอำนาจอย่างเต็มที่ ไม่ใช่รัฐมนตรีรักษาการ ที่สำคัญสภาผู้แทนราษฎรชุดนี้เป็น ส.ส.ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนด้วย การที่จะให้ความสำคัญยิ่งต้องมากกว่าตอนเป็น สนช.ด้วยซ้ำ ดังนั้นการที่ต้องมาตอบกระทู้ด้วยตัวเองเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ถ้ามีการถามกระทู้ถึงการบริหารราชการในส่วนไหนของกระทรวงทบวงกรมไหนที่เกี่ยวข้องก็ต้องมาด้วยตัวเอง จะอ้างว่าเป็นรัฐมนตรีที่ไม่ใช่ชุดใหม่คงไม่ได้ หน้าที่ของรัฐมนตรียังคงสมบูรณ์ เพียงแต่ว่านายกรัฐมนตรีมาจากการเลือกตั้งเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้น การที่จะต้องมาตอบกระทู้ถามด้วยตัวเองเป็นสิ่งที่สำคัญ
ในฐานะประชาชน สิ่งที่อยากเห็นคือ รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องต้องมาตอบโดยตรง ต้องให้ความสำคัญในงานของสภา ต้องมองว่ากลไกของระบบรัฐสภาเป็นเรื่องที่จะแก้ปัญหาให้กับประชาชนได้ ตรงนี้ถ้ารัฐมนตรีหรือผู้ที่เกี่ยวข้องไม่มาตอบโดยตรงก็เท่ากับมองว่างานสภาเป็นเพียงพิธีกรรมที่ทำให้เป็นไปตามขั้นตอนกฎหมายเท่านั้น เช่นเดียวกัน สมาชิกสภาที่ตั้งกระทู้ต้องตั้งกระทู้อย่างสร้างสรรค์ สะท้อนให้เห็นถึงการทำงานในฐานะที่เป็นผู้แทนของประชาชนในการตรวจสอบการทำงานของฝ่ายบริหาร
ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม
ส.ส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย (พท.)
ก ระทู้ที่ผมยื่นไปไม่รู้ว่ารัฐบาลส่งใครมาตอบ ซึ่งวันนี้ตัวผมเองก็สับสน เพราะประเทศไทยเพิ่งมีครั้งนี้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่คนถามกระทู้ไม่รู้ว่าคนตอบกระทู้จะเป็นใคร ทั้งที่เราระบุไปว่าเราถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กระทรวงศึกษาฯ และกระทรวงเกษตรฯ ดังนั้น อาจจะต้องมีการถามไปถึงรัฐมนตรีที่มีชื่ออยู่ในหนังสือพิมพ์ เพราะเราไม่รู้ว่าเขาจะให้ใครเป็นรัฐมนตรี และจะตั้ง ครม.แล้วเสร็จเมื่อใด ตอนแรกที่ยื่นไปเราก็คิดว่าเขาจะจัด ครม.เรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ หากจะให้ปลัดกระทรวงมาตอบในทางปฏิบัติของสภาไม่เคยมีมาก่อน น่าจะเป็นผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่รักษาการตามคำสั่งนายกฯ เป็นผู้มาตอบมากกว่า ทั้งนี้ ที่กระทู้ของผมเข้าทั้ง 3 ประเด็น เพราะตนกดดันสภามายาวนาน มีความลำบากของพี่น้องประชาชนจำนวนมาก ที่สำคัญคือ การรับเหมาในพื้นที่อาจจะทำงานได้ไม่มีประสิทธิภาพ เพราะการตรวจสอบไม่มี ก็เป็นความเมตตาของประธานสภาที่ใส่ใจในปัญหาของพี่น้องประชาชน
อย่างไรก็ตาม กระทู้ที่ถามไปต้องดูว่าใครจะเป็นผู้มาตอบคำถาม เพราะถ้าเป็นผู้มีอำนาจเต็มมาตอบ การอภิปรายก็จะเป็นไปในรูปแบบหนึ่ง แต่ถ้าเป็นผู้ที่ไม่มีอำนาจมาตอบเราอาจจะพูดเรื่องอื่นๆ หรือฝากเป็นประเด็นปัญหาไป หรืออาจจะล่มไปตั้งแต่ในนาทีแรกเลยก็ได้ ดังนั้น เจตนาจริงๆ ของเราคือต้องการถามรัฐมนตรีใหม่ เพราะเขาต้องเข้ามาจัดทำนโยบาย ก็คงได้แต่ฝากไปตามลมไปถึงรัฐมนตรีที่ปรากฏตามหน้าหนังสือพิมพ์

