บทนำมติ : ข้อจำกัด‘กัญชา’

การประชุมวิชาการสารเสพติดระดับชาติ ครั้งที่ 11 ในหัวข้อ สภาวการณ์นานาชาติที่มีผลต่อการใช้สารเสพติด เมื่อเร็วๆ นี้ มีการเปิดเผยถึงข้อจำกัดในการใช้กัญชา โดย ดร.วิโรจน์ สุ่มใหญ่ ประธานคณะกรรมการควบคุมสารเสพติดระหว่างประเทศ (INCB) กล่าวบางตอนว่า มีคนชอบพูดว่าสูบกัญชาไม่ได้ทำให้คนเสียชีวิต ซึ่งข้อเท็จจริงจะพบโดส หรือจำนวนที่เสพที่ทำให้เสียชีวิต การใช้ทุกวันเป็นประจำ จนเป็นนิสัย จะเกิดผลกับสมองและระบบประสาท หากวัยรุ่นใช้ ระบบประสาท หรือการพัฒนาเซลล์จะหยุด เป็นปัญหาการใช้กัญชาเพื่อความบันเทิงหรือสันทนาการ รัฐบาลต้องเร่งทำความเข้าใจกับประชาชนถึงพิษภัยของกัญชา หากใช้ไม่ถูกวิธี

ดร.วิโรจน์ระบุว่า การใช้กัญชาทางการแพทย์
ทำได้ตามมาตรา 4 อนุสัญญาว่าด้วยยาเสพติดให้โทษ ค.ศ.1961 อนุญาตให้ประเทศสมาชิกสามารถปลูก ปรุง และผสม พืชยาเสพติด 3 ชนิด ได้แก่ โคคา ฝิ่น และกัญชา เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ การศึกษา สังเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์ และผลิตยา แต่ไม่อนุญาตให้ปลูกเสรีหรือปลูกบ้านละ 6 ต้น การขออนุญาตใช้กัญชา ประเทศสมาชิกต้องประมาณการตัวเลขผู้ป่วยที่ต้องใช้สารสกัดจากกัญชาให้ชัดเจน เพื่อส่งรายงานไปยังองค์การสหประชาชาติ ถึงจำนวนผู้ป่วยที่ต้องการใช้สารสกัดจากกัญชา เพื่อคำนวณพื้นที่ปลูกกัญชา แต่การจะอนุญาตให้ปลูกครอบครัวละ 6 ต้น แสดงว่าทุกบ้านทั่วประเทศต้องมีผู้ป่วย ผิดวัตถุประสงค์การขออนุญาต ส่วนกลุ่มประเทศ เช่น แคนาดา อเมริกา เนเธอร์แลนด์ ที่เปิดเสรี แท้จริงแล้วผิดอนุสัญญา และกำลังถูกลงโทษ ส่วนการใช้ใบกัญชาในยาตำรับต่างๆ ไม่มีข้อห้าม แต่ต้องไม่มีปริมาณมาก จนสกัดหรือแยกสารเสพติดออกจากตัวยาได้

เท่ากับว่าการใช้กัญชา แม้เพื่อเป็นยาก็มี
ข้อจำกัด และอยู่ภายใต้ระบบควบคุมสารเสพติดระหว่างประเทศ เป็นหน้าที่ของรัฐบาล จะต้องชี้แจงทำความเข้าใจต่อประชาชนอย่างตรงไปตรงมา ให้เข้าใจว่า ขอบเขตทางกฎหมายเป็นอย่างไร รวมถึงพิษภัยของกัญชา หากใช้โดยไม่มีคำแนะนำจากแพทย์ ที่ผ่านมาในประเทศไทย มีการเล่าลือถึงประโยชน์ของกัญชา และโอกาสที่ผู้ป่วยจะเข้าถึงได้ง่าย เพราะปลูกได้ง่ายในประเทศ แต่ในความเป็นจริงยังมีข้อจำกัดอันเป็นกฎกติการะหว่างประเทศ ที่ประเทศไทยจำเป็นต้องเคารพและรับปฏิบัติตาม

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image