รายงานหน้า2 : ส่องไอเดีย ‘อนุทิน ชาญวีรกูล’ ‘กัญชา’พารวย

หมายเหตุ – นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข (สธ.) กล่าวปาฐกถาหัวข้อ “กัญชาพารวย พืชเศรษฐกิจใหม่มาแรง” ในงานสัมมนาประจำปี 2562 นิตยสารเส้นทางเศรษฐี ภายใต้แนวคิด “สู้จากศูนย์ SMEs ไทย มือใหม่ พันธุ์แกร่ง” ที่โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม

กัญชาเป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญของพรรคภูมิใจไทย (ภท.) และต้องขอบคุณ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้นำรัฐบาล ได้บรรจุให้เป็นนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล ภายหลังได้มีโอกาสอธิบายให้เข้าใจถึงความสำคัญ และไม่เสียหายที่จะลอง ตอนเปิดร่างนโยบายครั้งแรก อ่านไม่เจอนโยบายกัญชา รู้สึกเครียดมาก เพราะไม่รู้จะอธิบายต่อพี่น้องประชาชนคนที่เลือกเข้ามาได้อย่างไร เพราะแค่นี้ยังใส่ลงในนโยบายรัฐบาลไม่ได้ ซึ่ง ภท.ก็เป็นถึงพรรคร่วมรัฐบาล ขณะนั้นก็โวยวายว่าถ้าไม่มีนโยบายเรื่องนี้ มีแนวทางเดียวคือต้องออกจากร่วมรัฐบาล จนเห็นว่าถูกบรรจุอยู่หน้าท้ายของนโยบายเร่งด่วน

กัญชาจะต้องเป็นพืชเศรษฐกิจของไทย เพราะทำให้ประเทศมีทางเลือกในการสร้างรายได้ให้ประชาชน แต่กัญชาถูกจัดให้เป็นพืชยาเสพติดตามกฎหมาย ดังนั้น จะทำอย่างไรให้ถูกปลดให้พ้นเป็นสารเสพติดมาเป็นประโยชน์ทางการแพทย์ ซึ่งกัญชาจะช่วยทำให้เกษตรกรลืมตาอ้าปาก สร้างรายได้ ทำให้ประชาชนหายจนจริงหรือไม่ เป็นคำถามที่ถูกถามอยู่เป็นประจำ แต่ไม่มากเท่ากับคำถามที่ว่าพกกัญชามาด้วยหรือไม่ ขอแบ่งมารักษาได้หรือไม่ ส่วนตัวสัญชาตญาณนักธุรกิจมองว่ากัญชาจะเป็นพืชเศรษฐกิจใหม่ที่มาแรง หากใช้อย่างถูกต้องและถูกวิธี ไม่ใช่เอามวนบุหรี่สูบเมา ทำเป็นสารสกัดกัญชา น้ำมันหยดใต้ลิ้น ส่วนผสมอาหาร แต่หากสกัดเอาสารสำคัญที่มีอยู่ในกัญชา ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อร่างกายมนุษย์ จะมีมูลค่าสูงมากในทางการแพทย์ และนำไปสู่อุตสาหกรรมอื่นๆ ทั้งเครื่องดื่ม อาหาร เวชสำอาง อาหารเสริม และยา ทำให้เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจเป็นมูลค่ามหาศาล เชื่อว่าไทยเป็นประเทศที่สามารถปลูกสายพันธุ์กัญชาที่ดี โดยประเทศทั่วโลกยอมรับในคุณภาพของพืชชนิดนี้ หากปลูกได้อย่างถูกต้องโดยไม่มีการปนเปื้อนของสารเคมีและโลหะหนัก

ขอยืนยันว่านโยบายกัญชาเสรีของ ภท. และเป็นนโยบายของรัฐบาล ขณะนี้กำลังเดินหน้าอย่างบ้าระห่ำโดยกระทรวงสาธารณสุขไม่สนับสนุนให้มีการนำกัญชาเหล่านี้มาใช้เพื่อสันทนาการเพียงอย่างเดียว แต่สุดท้ายคุณสมบัติที่มีอยู่ในสารสกัด จะทำให้เราได้รับความสันทนาการได้บ้าง เป็นผลพลอยได้ แต่โดยหลักเพื่อการรักษาคุณภาพชีวิตประชาชนให้ดีขึ้น โอกาสและความเป็นไปได้ของกัญชาเพื่อความสันทนาการสามารถจะพัฒนาเป็นธุรกิจอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ สร้างเศรษฐกิจ รายได้ประชาชนอย่างมหาศาล จะควบคู่กับโอกาสในการเป็นยารักษาโรค ส่วนผสมอาหารและเครื่องดื่ม ทำให้เกิดการเจริญอาหาร คนที่บอกว่าเปรียบเสมือนยาวิเศษ เป็นเรื่องจริง เพราะมีข้อบ่งชี้กลุ่มโรคที่ใช้เกิดประโยชน์ทางการแพทย์สามารถรักษาโรคได้ เช่น โรคลมชัก เป็นต้น แต่การสูบเพื่อสันทนาการนั้นเป็นอันตราย

ขณะนี้อยากโปรโมตกัญชาในทางการแพทย์ โดยดึงเอาส่วนสารสกัดที่เป็นพระเอกออกมา และฆ่าผู้ร้ายออกไป ลบคำว่ากัญชา กัญชงออกไป ให้รู้จักแต่คำว่า ซีบีดี ทีเอชซี ซีบีดีต่อทีเอชซี 1 ต่อ 1 และเชื่อว่าคนไทยจะซึมซาบคำเหล่านี้ วันนี้ไทยเป็นประเทศแรกในอาเซียนที่มีกฎหมายอนุญาตให้ใช้กัญชาทางการแพทย์ได้ ดังนั้น นักธุรกิจและกำลังจะเป็นนักธุรกิจ ควรเริ่มคิดในการต่อยอดจากสายพันธุ์ของพืชชนิดนี้อย่างไร ขณะที่ต่างประเทศ อาทิ อเมริกาเหนือ แคนาดา บางประเทศในยุโรป ได้ ต่อยอดและมีบทพิสูจน์ รวมถึงการค้าอย่างเสรี แต่ผมยังไม่ได้คิดถึงขนาดนั้น อยากให้ไทยเป็นประเทศนำทางการแพทย์ก่อน เพราะเราให้เครดิตสำหรับ
บุคลาการทางการแพทย์เป็นอย่างมาก

ผมไม่เคยโปรโมตกัญชาด้วยตนเอง หรือกล้าบรรยายเชิงวิชาการ แต่ผมจะพูดในเรื่องเชิงการบริหารและเชิงนโยบาย เพราะผมรู้ดีว่าแพทย์ เภสัชกรและนักวิชาการทั้งหลาย เป็นกลุ่มที่ประชาชนให้ความเชื่อถือ ขณะเดียวกัน เกือบทุกสถาบันทางการแพทย์และสถาบันการศึกษา ได้ทำการวิจัยเรื่องกัญชาอย่างจริงจัง เพียงรอวันที่สามารถนำผลงานวิจัยออกมาสู่สังคมได้อย่างเสรี และวันนี้ผมได้เปิดประตู พวกเขาได้นำสิ่งเหล่านั้นออกมาจากลิ้นชักเกือบหมด แม้แต่ในกระทรวงสาธารณสุขก็ตาม โดยวันแรกที่ได้เข้านั่งเก้าอี้รัฐมนตรี สธ. ปลัด สธ.ได้ให้ผมลงนามโรงพยาบาลในสังกัดสามารถให้บริการกัญชาทางการแพทย์ได้ และทุกวันนี้เริ่มเปิดบริการคลินิกกัญชา ในส่วนของแพทย์แผนปัจจุบัน โดยองค์การเภสัชกรรม (อภ.) ได้สกัดสารกัญชาทางการแพทย์ และพร้อมแจกจ่ายให้แก่ประชาชนแล้ว ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นมาสนองนโยบายรัฐบาลภายใน 10 วัน แต่เขาทำมานานแล้ว เพียงรอผู้มาเปิดประตู และผมเป็นคนเปิดประตู

ส่วนสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) จากที่เคยปิดประตู วันนี้ อย.ก็พร้อมให้การรับรองสูตรตำรับน้ำมันกัญชาที่มีการเสนอเข้ามา เพราะเป็นนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล ขณะที่กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ถึงขั้นต้องยอมให้หมอพื้นบ้านเข้ามารับการอบรม และร่วมกับ อย.อนุมัติสูตรตำรับน้ำมันกัญชาโบราณที่ได้รับเป็นมรดกตกทอดมากว่า 100 ปี เพียงพิสูจน์ให้เห็นว่าไม่เป็นอันตราย เช่นเดียวกับน้ำมันกัญชาสูตรนายเดชา ศิริภัทร หรืออาจารย์เดชา ประธานมูลนิธิข้าวขวัญ จ.สุพรรณบุรี ที่จะสามารถจ่ายให้แก่ผู้ป่วยตามโรงพยาบาล

ทำให้วันนี้ไทยมีทางเลือกกัญชาทางการแพทย์ทั้งแผนปัจจุบันและแผนไทย เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา ตั้งแต่รัฐบาลชุดนี้เข้ามา บริหารประเทศ ขณะนั้น เมื่อได้เข้าร่วมรัฐบาล ผมขอดูแลกระทรวงสาธารณสุข เพราะสอดคล้องกับนโยบายกัญชาเสรีทางการแพทย์ และไม่มีข่าวว่าจะมีพรรคใดมายื้อแย่งกระทรวงนี้จากอ้อมอก ภท. เพราะทุกคนเชื่อและให้เกียรติพรรคเข้ามากำกับบริหาร ซึ่งผมเคยคุ้นเคยกับพี่น้องข้าราชการเป็นอย่างดี เพราะเคยอยู่กระทรวงนี้ โดยมองว่านโยบายกัญชามาถึงจุดนี้ได้เร็ว เนื่องจากได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยยืนยันไม่มีผลประโยชน์แอบแฝง แต่ต้องการทำให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลอย่างเต็มที่ในการเข้าถึงการรักษา
แบบใหม่

ขั้นต่อไปคือการปลดล็อกให้มีการปลูกได้โดยเสรี โดยการปลดล็อกกฎหมายให้กัญชาออกจากยาเสพติด แต่ขณะนี้การปลูกทำได้ภายใต้การควบคุม ซึ่งสิ่งที่ทำได้ยากที่สุด คือ การปลดล็อกกัญชาออกจากอนุสัญญายาเสพติดระหว่างประเทศกับสหประชาชาติ ที่ไม่สนับสนุนให้มีการปลูก หรือใช้สิ่งที่เป็นยาเสพติดมาใช้ประโยชน์เชิงธุรกิจ ดังนั้น จึงจะต้องใช้ช่องทางทางการแพทย์ก่อน จึงจะไปจุดอื่นได้ และขณะนี้ต้องการน้ำมันกัญชา 1 ล้านขวด ความจริงทำได้ภายใน 2 สัปดาห์ แต่วัตถุดิบไม่พอจึงต้องใช้เวลา 6 เดือน แต่ทุกวันนี้ได้มีราคาขายกัญชาในตลาดมีมูลค่า 7,000 เหรียญสหรัฐ เพราะหายาก แต่หากไทยร่วมปลูกจะช่วยให้มีรายได้มากขึ้น ความต้องการเพิ่มขึ้น ซึ่งในโลกนี้มีเพียงกี่ประเทศที่สามารถปลูกได้ โดยเราต้องเชื่อและต้องฝันไว้ก่อน โดยจะต้องหาวิธีการให้เกิดการปลูกได้อย่างแพร่หลาย และป้องกันไม่ให้ถูกนำไปใช้ในทางที่ผิด ทุกคนต้องช่วยกัน จากนั้นกัญชาจะกลายเป็นพืชเศรษฐกิจใหม่ ทำให้คนไทยมีโอกาสทต่อยอดทางธุรกิจอีกมากมาย และไทยจะมีโอกาสเป็นผู้นำในการนำกัญชามาสร้างความมั่งคั่ง มั่นคงให้แก่ประเทศ ท้ายสุด หากผลทางการแพทย์ได้รับผลดี ยืนยันว่าจะสามารถคลายล็อกอื่นได้ต่อไป โดยเชื่อว่าอีกไม่นานจะถึงเป้าหมาย
ที่ตั้งไว้

หากประเทศทวีปเอเชียอนุญาตให้ใช้กัญชาทางการแพทย์และสันทนาการอย่างถูกกฎหมาย ได้มีการศึกษาตลาดกัญชาในภูมิภาคว่า จะมีมูลค่าสูงถึง 8.5 พันล้านสหรัฐ หรือราว 3 แสนล้านบาทในปี 2567 และในแต่ละปีมีผู้บริโภคกัญชา 86 ล้านคนในเอเชีย และคาดจะมีการขยายตัวการใช้กัญชาทางการแพทย์มากกว่าทวีปอื่น โดยเฉพาะประเทศไทยที่มีการรักษาทั้งการแพทย์แผนปัจจุบันและแผนไทย ซึ่งกัญชาใช้รักษาโรคมากว่า 100 ปีแล้ว และมีตำรับยาสูตรโบราณต่างๆ ที่มีกัญชาเป็นส่วนผสมเพื่อใช้รักษาโรค ขณะที่จีนและญี่ปุ่นเป็นตลาดกัญชาทางการแพทย์ที่มีมูลค่าสูงสุด และภายใน 5 ปีข้างหน้า คาดจะมีมูลค่าสูงอีก 4.4 พันล้านเหรียญสหรัฐในจีน และ 800 ล้านเหรียญสหรัฐในญี่ปุ่น และสัดส่วนการใช้จะมากกว่าครึ่งหนึ่งจากประเทศทั่วโลก ส่วนอินเดียมีการเข้าถึงการใช้กัญชารักษาโรคและสันทนาการราว 38 ล้านคน

บทความก่อนหน้านี้‘กรณ์ จาติกวณิช’ เป็นปลื้ม ลูกสาวคนสวยกลับไทย พร้อมชิมลางงานแฟชั่น
บทความถัดไปปธ.สั่งเร่งตรวจทุจริตสอบ”วธ.” อดีตรมต.ยังเก็บเงียบไม่ชี้แจง