พระราชพิธีบรมราชาภิเษก อาณาประชาราษฎร์แซ่ซ้อง ถวายพระพร รัชกาลที่ 10

ในปีพุทธศักราช 2562 เป็นปีมหามงคลของราชอาณาจักรไทยที่สร้างความปลาบปลื้มปีติเป็นล้นพ้นแก่พสกนิกรทั้งแผ่นดิน ด้วยได้ร่วมเป็นหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ที่ต้องจารึกไว้อีกครั้งใน “พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562” เมื่อวันที่ 4-6 พฤษภาคม “พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ มหิศรภูมิพลราชวรางกูร กิติสิริสมบูรณอดุลยเดช สยามินทราธิเบศรราชวโรดม บรมนาถบพิตร พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว” รัชกาลที่ 10 เสด็จเสวยราชสมบัติเป็นพระมหากษัตริย์โดยสมบูรณ์ตามโบราณราชประเพณี

พระราชพิธีมหาศุภมงคลเริ่มขึ้นในวันที่ 4 พฤษภาคม ระหว่างเวลา 10.09-12.00 น. ซึ่งเป็นเวลาพระฤกษ์ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงสรงน้ำพระมุรธาภิเษก ณ มณฑปพระกระยาสนาน บริเวณชาลาพระที่นั่งจักรพรรดิพิมานในพระบรมมหาราชวัง โดยน้ำสรงพระมุรธาภิเษก เป็นน้ำจากเบญจสุทธคงคา คือ แม่น้ำบางปะกง แม่น้ำป่าสัก แม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำราชบุรี และแม่น้ำเพชรบุรี น้ำจากสระ 4 สระ คือ สระแก้ว สระคา สระยมนา สระเกษ ที่จังหวัดสุพรรณบุรี ก่อนทรงรับน้ำพระพุทธมนต์และน้ำเทพมนต์ตามลำดับ และทรงรับน้ำอภิเษก ซึ่งเป็นน้ำจากทุกจังหวัดที่ประกอบพิธีแล้ว ณ พระที่นั่งอัฐทิศอุทุมพรราชอาสน์

จากนั้น ทรงรับพระสุพรรณบัฏจารึกพระปรมาภิไธย เครื่องเบญจราชกกุธภัณฑ์ เครื่องบรมขัตติยราชวราภรณ์ และพระแสงราชศัสตราวุธ ณ พระที่นั่งภัทรบิฐ

การนี้ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงดำรงพระราชอิสริยยศ “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” และทรงมีพระปฐมบรมราชโองการพระราชทานอารักขาแก่ประชาชนชาวไทย ความว่า

“เราจะสืบสาน รักษา และต่อยอด และครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาราษฎรตลอดไป”

ต่อมาเวลา 14.56 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จออกมหาสมาคม ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ทรงรับการถวายพระพรชัยมงคลจากพระบรมวงศานุวงศ์ คณะองคมนตรี คณะรัฐมนตรี ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ จากนั้นเสด็จฯ โดยขบวนราบใหญ่ไปยังวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เพื่อทรงประกาศพระองค์เป็นพุทธศาสนูปถัมภก เสด็จฯ ไปถวายบังคมพระบรมรูปสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราช ณ ปราสาทพระเทพบิดร และเสด็จฯ ไปถวายบังคมพระบรมอัฐิ พระอัฐิ สมเด็จพระบรมราชบุพการี ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท

จากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จเถลิงพระแท่นราชบรรจถรณ์ ณ พระที่นั่งจักรพรรดิพิมาน ในพระราชพิธีเฉลิมพระราชมณเฑียร
นับเป็นวันประวัติศาสตร์ที่พสกนิกรชาวไทยต่างปลื้มปีติและรู้สึกเป็นบุญตายิ่ง ด้วยแม้พระราชพิธีจะเกิดขึ้นในพระบรมมหาราชวัง หากกระนั้น ประชาชนชาวไทยทั่วประเทศต่างได้รับชมพระราชพิธีอย่างใกล้ชิดผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทยที่ทำการเผยแพร่พระราชพิธีมหามงคลให้ได้รับชมความงดงามตามโบราณราชประเพณี ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่พสกนิกรได้ชื่นชมพระราชพิธีประวัติศาสตร์ครั้งนี้

พระราชพิธีเฉลิมพระปรมาภิไธยและเสด็จฯเลียบพระนคร

วันที่ 5 พฤษภาคม เวลา 09.27 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯไปยังพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัยในพระบรมมหาราชวัง ในการพระราชพิธีเฉลิมพระปรมาภิไธย พระนามาภิไธย และสถาปนาพระฐานันดรศักดิ์พระบรมวงศ์

กระทั่ง เวลา 16.59 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราสถลมารค ไปยังวัดบวรนิเวศวิหาร วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม และวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม เพื่อทรงนมัสการพระพุทธปฏิมาประธาน และพระบรมราชสรีรางคาร

ในการพระราชพิธีครั้งนี้ พสกนิกรทุกเพศทุกวัยจากทั่วสารทิศต่างสวมเสื้อสีเหลืองมากันตั้งแต่เช้าตรู่ เพื่อมาจับจองพื้นที่เพื่อเฝ้าฯ รับเสด็จ แม้อากาศจะร้อนอบอ้าว แต่ทุกใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม ต่างใจจดใจจ่อที่ได้เฝ้าฯ ชื่นชมพระบารมี ตลอดเส้นทางเสด็จฯ ตั้งแต่หน้าพระบรมมหาราชวัง ตลอดถนนราชดำเนิน และด้านหน้าวัดทั้ง 3 เนืองแน่นไปด้วยผู้คนสองฝั่งถนนเหลืองอร่ามงดงามยิ่งนัก

เมื่อขบวนพระบรมราชอิสริยยศเคลื่อนออกจากพระบรมมหาราชวัง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในฉลองพระองค์บรมขัตติยราชภูษิตาภรณ์ ทรงพระมาลาเส้าสูง สง่างามบนพระราชยานพุดตานทอง พระพักตร์แจ่มใสแย้ม พระสรวลให้พสกนิกรที่มาเฝ้าฯรับเสด็จตลอดเส้นทาง
พสกนิกรต่างพากันโบกธงชาติ ธงตราสัญลักษณ์พระราชพิธีบรมราชาภิเษก ธงพระปรมาภิไธย ว.ป.ร. สีเหลือง พร้อมเปล่งเสียง “ทรงพระเจริญ” ดังก้องไปทั่วบริเวณ หลายคนก้มลงกราบลงบนพื้นด้วยความตื้นตันที่ได้ชื่นชมพระบารมีอย่างใกล้ชิด และได้ชื่นชมขบวนพยุหยาตราสถลมารคที่ยิ่งใหญ่สมพระเกียรติและสง่างามเป็นอย่างยิ่ง

เสด็จออกทรงรับการถวายพระพรชัยมงคล

วันที่ 6 พฤษภาคม เวลา 16.59 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จออก ณ สีหบัญชร พระที่นั่งสุทไธสวรรย์ ปราสาท พร้อมด้วย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี  สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา และสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ประชาชนเฝ้าฯ ถวายพระพรชัยมงคล

ในการนี้ ทรงมีพระราชดำรัสว่า “ข้าพเจ้า และพระราชินี รู้สึกยินดี และปลื้มใจมาก ที่ได้เห็นประชาชนทั้งหลาย มีไมตรีจิต พร้อมเพรียงกันมา ร่วมแสดงความปรารถนาดี ในวาระบรมราชาภิเษกของข้าพเจ้าครั้งนี้ ความพร้อมเพรียงของท่านทั้งหลาย ผู้มาประชุมพร้อมกัน ณ ที่นี้ เพื่ออวยชัย ให้พรแก่ข้าพเจ้า ด้วยน้ำใจ ไมตรี และความปรารถนาดีอย่างจริงใจนั้น เป็นที่จับตา จับใจ และทำให้ข้าพเจ้าอิ่มใจอย่างยิ่ง ขอให้ความพร้อมเพรียงของท่านทั้งหลาย ในการแสดงไมตรีจิตแก่ข้าพเจ้าครั้งนี้ จงเป็นนิมิตหมายอันดี ที่ทุกคน ทุกฝ่าย จะพร้อมกันบำเพ็ญกรณียกิจ เพื่อความเจริญ รุ่งเรือง ของประเทศชาติของเราต่อไป ขอขอบใจในคำอำนวยพร ซึ่งนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวในนามของทุกคน และขอสนองพรให้ทุกท่าน มีความผาสุกสวัสดี พร้อมทั้งความสำเร็จในสิ่งอันพึงปรารถนาจงทั่วกัน”

โดยระหว่างที่ทรงมีพระราชดำรัสตอบนั้น ประชาชนที่เดินทางมาตั้งแต่ตี 5 เพื่อมารับเสด็จอย่างเนืองแน่นสนามหญ้าฝั่งตรงข้ามพระที่นั่ง และตลอดแนวถนนสนามไชย ต่างพนมมือขึ้นตั้งใจฟังพระราชดำรัส บ้างยกกล้อง และโทรศัพท์มือถือขึ้นบันทึกภาพแห่งความทรงจำครั้งหนึ่งในชีวิตเอาไว้ และเมื่อจบพระราชดำรัสแล้ว เสียงทรงพระเจริญดังกึกก้องด้วยความจงรักภักดี พร้อมกับโบกธงปลิวไสวไปทั่วบริเวณ ต่างปลาบปลื้มปีติ บางคนถึงกับร้องไห้ออกมาด้วยความประทับใจ

ในโอกาสนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงโบกพระหัตถ์ทักทายประชาชน ก่อนที่จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีนารีรัตนราชกัญญา สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร เสด็จออกสีหบัญชร เสียงทรงพระเจริญก็ยิ่งกระหึ่มขึ้นด้วยความปีติยินดี

ทุกพระองค์โบกพระหัตถ์ทักทายประชาชนพร้อมกันอีกครั้ง สร้างความปลาบปลื้มให้กับพสกนิกรเป็นอย่างมาก

จากนั้น เวลา 17.30 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จออกให้คณะทูตานุทูตและกงสุลต่างประเทศเฝ้าฯ ถวายพระพรชัยมงคล ณ ท้องพระโรงพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท

ทรงขอบใจทุกฝ่ายทำให้โลกเห็นความสามัคคีคนไทย

ภายหลังเสร็จสิ้นพระราชพิธี เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม สำนักพระราชวังเผยแพร่ประกาศสำนักพระราชวัง เรื่องการจัดงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ความตอนหนึ่งว่า ทรงชื่นชมโสมนัสอย่างยิ่ง ที่การพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ได้สำเร็จลุล่วงอย่างงดงามสมพระเกียรติ สมเกียรติของประชาชนและประเทศชาติ สมตามความหวังตั้งใจของประชาชน และสมตามพระราชปรารถนาที่จะทรงแสดงความกตัญญูกตเวทิตาต่อพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เชิญพระราชกระแสขอบใจและชมเชยทุกคนทุกฝ่าย ที่มีส่วนร่วมในการจัดงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกครั้งนี้

ทรงพระราชดำริว่า ความร่วมมือ ร่วมแรง ร่วมใจ ของทุกคนทุกฝ่าย ได้ทำให้การพระราชพิธีบรมราชาภิเษกดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย เป็นระเบียบ สง่างาม แสดงให้เห็นถึงศิลปวัฒนธรรมและขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามและทรงคุณค่าของประเทศไทยได้อย่างกระจ่างลึกซึ้ง ทั้งยังสะท้อนให้เห็นถึงความรักความผูกพันที่ชาวไทยมีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ และเป็นอีกครั้งหนึ่งที่ทั่วโลกได้ประจักษ์ชัดถึงความสมัครสมานสามัคคีของชาวไทย นับว่าท่านทั้งหลายได้เชิดชูคุณค่าและเกียรติยศเกียรติศักดิ์ทั้งของประเทศชาติและประชาชนชาวไทย ได้อย่างยิ่งใหญ่และพิเศษยิ่ง

อาณาประชาราษฎร์ปีติยินดีทั่วหล้า ต่างแซ่ซ้องถวายพระพรชัยมงคลพระมหากษัตริย์ รัชกาลที่ 10 แห่งพระมหาจักรีบรมราชวงศ์ ทรงประกอบพระราชพิธีเสวยราชสมบัติเป็นพระมหากษัตริย์โดยสมบูรณ์ตาม
พระราชประเพณี

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้เปิดศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน เข้ม ป้องกันอุบัติเหตุ 7 วันอันตรายช่วงปีใหม่ 27 ธ.ค.-2 ม.ค. 63
บทความถัดไปการ์ตูนรุทธ์ ประจำวันที่ 27 ธ.ค. 62