หมายเหตุ – พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม แถลงข่าวหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงมาตรการรับมือโควิด-19 ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 17 มีนาคมที่ผ่านมา
จากที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) เมื่อวันที่ 16 มีนาคม ในวันนี้ได้นำหลายๆ เรื่องเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถือเป็นความรับผิดชอบร่วมกันของทุกหน่วยงาน ทุกกระทรวง ที่เกี่ยวข้อง วันนี้มีหลายมติออกมา ได้รับการเสนอจากคณะกรรมการโรคระบาด กระทรวงสาธารณสุข และนำเข้าสู่การพิจารณาของศูนย์ แล้วนำเข้าสู่การพิจารณาของ ครม.เพื่อขอความเห็นชอบ ขณะนี้ยังไม่เข้าสู่การระบาดในระยะที่ 3 แต่มีแนวโน้มการแพร่กระจายที่เพิ่มมากขึ้น เพื่อลดการแพร่ระบาดจาก กทม.ไปสู่จังหวัดอื่นๆ จึงจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมและหามาตรการรองรับ ทุกภาคส่วนต้องทำความเข้าใจร่วมกันเพื่อบูรณาการความร่วมมือหาแนวทางการรองรับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ต้องขอขอบคุณทุกส่วนราชการที่ได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องในทุกระดับทั้งต่างประเทศและในประเทศ การเดินทางไปมาหาสู่การดูแลในพื้นที่ชุมชนต่างๆ ที่มีการจัดตั้งคณะทำงานและเจ้าพนักงานไปแล้ว และได้มีการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง
การประชุม ครม.ได้ออกเป็นมาตรการ 6 ด้าน ประกอบด้วย ด้านสาธารณสุข ด้านเวชภัณฑ์ป้องกัน ด้านข้อมูลการชี้แจงและรับเรื่องร้องเรียน ด้านการต่างประเทศ ด้านมาตรการป้องกัน และด้านมาตรการให้ความช่วยเหลือเยียวยา ครม.มีมติเห็นชอบดังต่อไปนี้
1.ด้านสาธารณสุข
ขอยืนยันยังไม่มีการปิดเมืองหรือปิดประเทศ มีดังนี้ 1.1 ป้องกันและสกัดกั้นการนำเชื้อเข้าสู่ประเทศไทย ประกอบด้วย 1.ชาวต่างชาติที่เดินทางจากประเทศซึ่งเป็นพื้นที่เขตติดโรคติดต่ออันตราย มี 4 ประเทศ บวก 2 เขตปกครองพิเศษ ขาเข้าต้องมีใบรับรองแพทย์อายุไม่เกิน 3 วัน ต้องมีประกันสุขภาพ ยินยอมใช้แอพพลิเคชั่นติดตามของรัฐ มาตรการนี้ใช้กับการเข้าเมืองทุกทาง ทั้งทางบก น้ำ อากาศ ทาง ตม.ต้องดูหนังสือเดินทางของชาวต่างประเทศด้วยว่าประเทศก่อนที่จะเข้ามาไทย ประเทศสุดท้ายคืออะไรบ้าง อยู่ในพื้นที่ที่ประกาศไปแล้ว จำเป็นต้องมีมาตรการให้เหมือนกับ 4 ประเทศ บวก 2 เขตปกครองพิเศษ เพื่อป้องกันการอ้อมเข้าประเทศ โดยไปพักกลางทางมาก่อนแล้วถึงเข้ามา ตม.จะต้องดูพาสปอร์ต ถ้าไปประเทศที่มีความเสี่ยงหรือที่ประกาศไปแล้วก็ต้องมีมาตรการคัดกรอง แล้วแจ้งกระทรวงมหาดไทย จากนั้นเข้าสู่มาตรการกักกัน สังเกตอาการ 14 วัน 2.ชาวต่างชาติที่เดินทางมาจากประเทศซึ่งเป็นพื้นที่ระบาดต่อเนื่อง และยังไม่ประกาศเป็นเขตติดโรคติดต่ออันตรายขาเข้าต้องมีใบรับรองแพทย์อายุไม่เกิน 3 วัน ต้องมีประกันสุขภาพ มีที่พำนักที่สามารถติดต่อได้ในประเทศไทย ยินยอมใช้แอพพลิเคชั่นติดตามของรัฐ เรื่องนี้ต้องทำทุกช่องทางทั้งทางบก น้ำ อากาศ เป็นมาตรการที่ใช้กับการเข้าเมืองทุกทางมาตรการกักกันของรัฐ ถูกคุมไว้สังเกตอาการ 14 วัน 3.ห้ามข้าราชการ พนักงานของรัฐและรัฐวิสาหกิจ เดินทางไปต่างประเทศ ยกเว้นมีเหตุจำเป็น และเตือนประชาชนให้งดการเดินทางไปในประเทศซึ่งเป็นพื้นที่เขตติดโรคติดต่ออันตราย และพื้นที่ระบาดต่อเนื่อง แต่หลายอย่างอาจจะมีความจำเป็นอย่างเช่นการเดินทางไปประชุมก็ต้องมีการพิจารณาอย่างรัดกุม
1.2 พัฒนาระบบและกลไกการกักกันผู้ที่เป็นหรือผู้ที่มีเหตุอันควรสงสัยว่าเป็นโรคติดต่ออันตราย ณ ที่พำนัก ตาม พ.ร.บ. โรคติดต่อ พ.ศ.2558 โดยมีกฎหมายตัวนี้อยู่แล้ว 1.3 ให้มีการกำหนดให้ชาวต่างประเทศ รวมทั้งคนไทยที่เดินทางมาจากต่างประเทศให้มีการใช้แอพพลิเคชั่นติดตามตัว เรากำลังดำเนินการติดตามตัวทั้งหมดอยู่ในขณะนี้ 1.4 จัดหาและเพิ่มบุคลากรทางการแพทย์ อุปกรณ์ เครื่องมือที่จำเป็น ในปริมาณที่เพียงพอสำหรับรับมือระยะที่ 3 ได้แก่ สถานพยาบาล เตียง หมอ พยาบาล บุคลากรทางการแพทย์ อาสาสมัคร ยา เวชภัณฑ์ เครื่องมือ และชุดป้องกันโรคและวันนี้ได้มีการสั่งซื้อเพิ่มเติมจากต่างประเทศ และมีการช่วยเหลือจากต่างประเทศเข้ามาจำนวนหนึ่งแล้วจะแจ้งให้ทราบต่อไป และ 1.5 แนะนำให้คนไทยที่พำนักอาศัยในต่างประเทศชะลอการเดินทางกลับประเทศไทยจนกว่าสถานการณ์การระบาดของโรคในประเทศจะดีขึ้น ก็ขอแนะนำถ้าจะกลับมาก็ต้องเจอมาตรการของเราที่เข้มงวด
2.ด้านเวชภัณฑ์ป้องกัน
เร่งผลิตในประเทศและจากต่างประเทศให้เพียงพอกับความต้องการ โดยเร่งผลิตหน้ากากอนามัย หน้ากากอนามัยผ้า เพื่อเป็นทางเลือกสำหรับการป้องกัน ทั้งเจลและแอลกอฮอล์ต้องเพิ่มขึ้น กระทรวงพลังงาน กระทรวงการคลัง และกระทรวง
อุตสาหกรรม ได้ปลดล็อกเพื่อนำเข้าแอลกอฮอล์เหล่านี้มาผลิตเป็นเจลหรืออุปกรณ์ทางการแพทย์เพิ่มมากขึ้นหลายล้านลิตร รวมทั้งภาคเอกชนด้วย วันนี้มีการผลิตเจลเพื่อแจกจ่ายประชาชนบริเวณสถานบริการน้ำมันบางจาก และ ปตท.และขอให้ติดตามต่อไป ทั้งนี้ ส่งเสริมให้ประชาชนทั่วไปใช้หน้ากากผ้าเมื่อเดินทางเข้าสถานที่ชุมนุม/ชุมชน และเร่งผลิตหน้ากากผ้าให้เพียงพอ ตัวอย่างที่ผมใส่ นำหน้ากากอนามัยของกลางที่ยึดได้ที่มีการขายออนไลน์ที่ผิดกฎหมายผิดระเบียบหรือกติกาของกระทรวงพาณิชย์ส่งมาที่ศูนย์ เพื่อกระจายต่อไป เท่าที่จับมาได้ก็มีจำนวนหนึ่งแม้จะไม่มาก สำรวจความต้องการของเวชภัณฑ์ที่จำเป็น อาทิ ชุดป้องกันสำหรับบุคลากรทางการแพทย์ (พีพีอี) หน้ากากเอ็น 95 และอุปกรณ์ชุดตรวจสอบที่มีความต้องการจำนวนมากขึ้น และประสานกับต่างประเทศในการจัดหาเพิ่มเติมให้เพียงพอ ทั้งการช่วยเหลือและการจัดซื้อ ขณะนี้ได้เตรียมงบประมาณจัดซื้อไว้เพิ่มเติมแล้วเพื่อรองรับระยะที่ 3 ตรวจสอบการขายทางออนไลน์ การกักตุน และการระบายสินค้า
วันนี้เรียนว่าในเรื่องของหน้ากากอนามัยได้เข้าไปบริหารจัดการ เข้าไปดูที่ต้นตอทั้งเรื่องการกระจาย การทำให้ถูกต้อง ต้องเคลียร์ให้ชัดเจน ในส่วนการส่งออกต่างประเทศก็กำลังเคลียร์ว่าส่งออกไปได้อย่างไร ด้วยกติกาตัวไหน เพราะมีทั้งเรื่องการผลิตแล้วขายในประเทศ และการผลิตเพื่อขายต่างประเทศได้ด้วย โดยมีลายเซ็นของต่างประเทศที่ขณะนี้อยู่ระหว่างการแก้ไข อะไรที่สามารถดึงมาใช้ได้ก็จะดึงมาใช้ แต่ต้องมีการเจรจาพูดคุยในเรื่องค่าเสียหายต่างๆ ที่เกิดขึ้นด้วย ถ้าเขาทำถูกต้องอยู่แล้ว รัฐพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ถูกต้องและสำเร็จ วันนี้เรามีคณะกรรมการตรวจสอบก็จะตามไล่ดูในทุกพื้นที่ตั้งแต่โรงงานสถานที่ต่างๆ การขนส่งศุลกากร กระทรวงพาณิชย์ กอ.รมน. ตำรวจ ผมได้แต่งตั้งคณะกรรมการชุดนี้ขึ้นมาแล้วภายใต้กรอบของกระทรวงพาณิชย์เพื่อให้ดำเนินการและเกิดความชัดเจน
3.ด้านข้อมูลการชี้แจงและรับเรื่องร้องเรียน
ด้านข้อมูลการสื่อสารข้อมูลต่างๆ ของรัฐบาล มาจากกระทรวงสาธารณสุขที่เป็นการแถลงเฉพาะด้านข้อมูลทางการแพทย์และการสาธารณสุข หลายอย่างที่เป็นมติเป็นความเห็นชอบในที่ประชุมจะเสนอมาเข้าสู่ศูนย์ข้อมูลโควิด-19 เป็นการแถลงภาพรวมในทุกด้านที่เกี่ยวข้อง อะไรที่อยู่ในอำนาจนายกฯ ต้องใช้อำนาจในการสั่งการตรงนี้
4.ด้านต่างประเทศ
การจัดตั้งทีมงานเพื่อดูแลคนไทยในต่างประเทศ ให้กระทรวงการต่างประเทศใช้ประโยชน์จากทีมไทยแลนด์ในต่างประเทศ เป็นทีมเฉพาะกิจ ดูแลคนไทยในต่างประเทศ มีท่านทูตเป็นหัวหน้าทีม ส่วนของในประเทศก็เช่นเดียวกัน ได้สั่งให้จัดตั้งคณะทำงานย่อยที่มาจากภาคเอกชน ภาคประชาชนต่างๆ เพื่อจะทำงานให้ข้อมูลและประสานข้อมูลในส่วนของศูนย์โควิด-19 ของรัฐบาล เพื่อรับฟังความคิดเห็น ตอบข้อซักถามและหาวิธีการในการดำเนินการที่เหมาะสมในการช่วยเหลือดูแล
5.ด้านมาตรการป้องกัน
จะมีการปิดสถานที่ที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะสถานที่มีผู้คนมาร่วมเป็นกิจวัตรเพื่อทำกิจกรรมร่วมกันอาจแพร่เชื้อได้ง่าย แม้จะป้องกันตัวเองแล้วและยังมีทางเลือกอื่นทดแทน การชุมนุม ได้แก่ มหาวิทยาลัย โรงเรียนนานาชาติ สถานบันกวดวิชา และทุกสถาบัน ให้ปิดชั่วคราวตั้งแต่วันที่ 18 มีนาคมนี้ เป็นระยะเวลา 2 สัปดาห์ และให้สถานศึกษาดำเนินการ ป้องกันโรคตามมาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด อาจจะมีการสอนทางออนไลน์ได้ เป็นเรื่องของมาตรการที่สถานบันการศึกษาจะต้องดำเนินการเอง โดยกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) จะให้แนวปฏิบัติในการใช้ออนไลน์ สามารถปรึกษาได้ ส่วนสถานที่ผู้คนไม่ได้มาชุมนุมเป็นกิจวัตร แต่มาเพื่อทำกิจกรรมที่มีการเบียดเสียดใกล้ชิด เสี่ยงต่อการแพร่เชื้อง่ายทางปาก สัมผัสถูกเนื้อต้องตัว หรือใช้สิ่งของร่วมกันง่าย จะต้องปิดชั่วคราวจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย ทั้งสนามมวย สนามกีฬา สนามม้า ในกทม.และปริมณฑล
ขณะที่ผับ สถานบันเทิง สถานบริการ นวดแผนโบราณ และโรงมหรสพในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ให้ปิดชั่วคราว 14 วัน พร้อมกันนี้ให้งดการจัดกิจกรรมรวมคนจำนวนมากที่มีความเสี่ยงสูงต่อการแพร่ระบาดของโรค เช่น คอนเสิร์ต การจัดงานแสดงสินค้าต่างๆ กิจกรรมทางศาสนา วัฒนธรรม และกีฬา ให้ผู้ว่าราชการจังหวัด และคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด พิจารณาให้ความเห็นชอบและแจ้งให้ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 ทราบด้วย
นอกจากนี้ ยังมีมาตรการเพิ่มการป้องกันสำหรับพื้นที่หรือสถานที่ที่ยังต้องเปิด ได้แก่ ห้างสรรพสินค้า ตลาด สถานที่ราชการ และรัฐวิสาหกิจ ต้องดำเนินการตามมาตรการป้องกันที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด เพื่อลดความเสี่ยงการแพร่เชื้อ ส่วนร้านค้าร้านอาหารจะต้องทำความสะอาดพื้นผิวสัมผัส การคัดกรองอุณหภูมิ การใช้หน้ากากอนามัย รวมทั้งต้องลดความแออัด
ส่วนมาตรการลดความแออัดในการเดินให้งดวันหยุดสงกรานต์ ตั้งแต่ 13-15 เมษายนนี้ ให้เลื่อนออกไปก่อน จะมีการชดเชยวันหยุดให้ในช่วงเวลาที่เหมาะสม ขณะที่ระบบขนส่งสาธารณะในประเทศ ต้องเพิ่มความถี่การเดินรถและมีมาตรการคัดกรองที่รัดกุม และงดกิจกรรมที่มีการเคลื่อนย้ายคนข้ามจังหวัดของหน่วยงานที่มีคนจำนวนมาก เช่น ค่ายทหาร เรือนจำ โรงเรียน หากจำเป็นต้องเคลื่อนย้ายต้องมีมาตรการป้องกัน รวมถึงการจำกัดการเคลื่อนย้ายแรงงานต่างด้าวด้วย ให้ทุกหน่วยงานพิจารณาการเหลื่อมเวลาทำงานหรือทำงานที่บ้าน ใช้ระบบอินเตอร์เน็ต เช่น ประชุมทางไกลโดยให้หน่วยราชการทุกแห่งทำแผนการทำงานจากบ้านและรายงานผลการปฏิบัติต่อศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19
นอกจากนี้ ยังมีมาตรการกำกับดูแลในระดับพื้นที่โดยให้ผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้ว่าฯ กทม. โดยคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดและคณะกรรมการโรคติดต่อ กทม. ใช้อำนาจตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) โรคติดต่อเพื่อกำกับดูแลการเคลื่อนย้ายที่จะทำให้เกิดการแพร่ระบาดหรือกำหนดมาตรการที่เหมาะสมในการกำกับพื้นที่เสี่ยงตามข้อมูลที่มีการแพร่ระบาด และแจ้งมาตรการที่จะดำเนินการต่อศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 เพื่อให้ความเห็นชอบ และต้องต้องรายงานผลดำเนินการทุกวัน และต้องมีหน่วยปฏิบัติการควบคุมโรคทุกอำเภอ เขต หมู่บ้าน โดยมีบุคคลจากภาคเอกชนเข้าไปมีส่วนร่วมด้วย
6.ด้านมาตรการช่วยเหลือเยียวยา
กลุ่มธุรกิจ โรงงาน สถานประกอบการ โรงแรมและธุรกิจที่เกี่ยวกับด้านการท่องเที่ยว ให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงแรงงาน กระทรวงอุตสาหกรรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณามาตรการรองรับ ในสัปดาห์หน้าจะมีการเสนอมาตรการนี้เข้ามา กรณีที่มีการชะลอเลิกจ้างพนักงาน ลูกจ้าง จะมีมาตรการช่วยเหลือลดราคาห้องพักของธุรกิจโรงแรม ทั้งนี้ทางกระทรวงอุตสาหกรรม เสนอให้ยกเลิกการเก็บค่าธรรมเนียม จากเจ้าของกิจการโรงงาน
กลุ่มประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจ ให้กระทรวงการคลัง กระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณามาตรการให้ความช่วยเหลือ และมีภาระในการผ่อนชำระ เช่น รถจักรยานยนต์ รถยนต์ ฯลฯ เพื่อให้สถาบันการเงินผ่อนผันการชำระค่างวด รวมถึงประชาชนที่ประกอบอาชีพต่างๆ ที่อยู่นอกระบบ พ่อค้าแม่ค้า ลูกจ้างรายวัน กลุ่มเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ จะพิจารณามาตรการ เพื่อนำเสนอเป็นมาตรการบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจจากสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19 ในระยะที่ 2 ต่อไป นอกจากนี้ได้ให้กระทรวงการคลัง กระทรวงยุติธรรม กระทรวงพาณิชย์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการดูแลอย่างเข้มงวดในเรื่องที่เกี่ยวกับผลกระทบที่เกิดจากสถานการณ์โควิด-19 เช่น หนี้นอกระบบ การบังคับคดี การขายฝาก โดยกระทรวงกลาโหม กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติดำเนินการในเรื่องนี้
สำหรับการสร้างขวัญกำลังใจให้กับกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ และเรื่องการจัดหาเครื่องมือและอุปกรณ์ให้เพียงพอและมีสำรองไว้เพื่ออนาคตได้มีการสั่งซื้อไปมากพอสมควรแล้ว รอการส่งมาอยู่และการทำสัญญาร่วมกัน ขณะนี้เรามีปริมาณที่เพียงพอในระยะนี้ก่อน อย่างไรก็ตาม เราได้หาทางออกไว้กับมิตรประเทศของเราทั้งหมด
ส่วนมาตรการของรัฐบาลเพื่อรองรับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของที่เคยเข้า ครม. ขอให้ศูนย์โควิด-19 นำไปเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ช่องทางต่าง ๆ ต่อไป ทั้งนี้ ในวันเดียวกันนี้จะมีการแถลงตอนเย็นอีกครั้ง และจะมีการเปิดเว็บไซต์ให้คนเข้าไปติดตามมาตรการที่ผ่านมติ ครม.ไปแล้ว เพื่อให้ทุกคนเห็นว่า เราได้ทำทุกอย่างครบถ้วน ที่ผ่านมาอาจจะมีปัญหาอยู่บ้าง เพราะบางเรื่องที่จำเป็นจะต้องนำเข้า ครม. ไม่ใช่สั่งกันได้ทีเดียวต้องนำเข้า ครม.ตามกฎหมาย
สรุปแล้วขณะนี้ประเทศไทย ควบคุมสถานการณ์และจะชะลอระยะ 2 ให้ได้นานที่สุด จะพยายามอย่างเต็มที่จะชะลอให้ได้ด้วยมาตรการสกัดกั้น ป้องกันจากภายนอกประเทศ และป้องกันการแพร่ระบาดภายในประเทศจะใช้มาตรการควบคุม
ป้องกัน รักษา และสื่อสารในทุกๆ ด้าน ถือว่าการแก้ไขปัญหาโควิด-19 มีความสำคัญเป็นอันดับหนึ่ง เนื่องจากมีผลกระทบทั้งต่อชีวิตและสุขภาพของประชาชนโดยตรง
เมื่อสถานการณ์บรรเทาลงแล้ว เราจะเร่งฟื้นฟูผลกระทบด้านอื่นๆ รวมถึงด้านเศรษฐกิจ เพราะฉะนั้นวันนี้รัฐบาลจะต้องประเมินสถานการณ์โควิด-19 ทั้งในประเทศและต่างประเทศ และจากบุคลากรทางการแพทย์ การสาธารณสุข
ตลอดจนติดตามปัญหาเศรษฐกิจรายวันอย่างใกล้ชิด รอบคอบเพื่อเตรียมความพร้อมรับมือเพื่อปรับมาตรการต่างๆ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ต่อไป
ทุกอย่างจะเป็นขั้นเป็นตอนแบบนี้ ขอให้ทุกคนได้เข้าใจว่า เราต้องดำเนินการอย่างระมัดระวัง
สิ่งสำคัญที่สุดคือ เรื่องสุขภาพของเรา ถ้าทุกคนร่วมมือป้องกันตัวเอง สวมหน้ากากผ้าบ้าง จะช่วยแบ่งเบาการขาดแคลนหน้ากากอนามัยไปบ้าง ในส่วนของการกินร้อน ช้อนตัวเอง อุปกรณ์ต่างๆ เหล่านี้ก็เป็นการระมัดระวังตัวเอง และข้อสำคัญที่สุด คนที่ไปสัมผัสกับผู้ที่มีความเสี่ยงสูงจะต้องรู้ตัวเอง รับผิดชอบต่อสังคม มีการกักตัวเอง ไปหาแพทย์ และได้รับคำแนะนำจากแพทย์ ว่าใครที่ไม่มีโรคอะไรแล้วไปตรวจก็จะสิ้นเปลืองโดยใช้เหตุ แต่ถ้ามีโรคและสงสัยถึงจะไปตรวจตรงนี้ เราจะสามารถดูแลเรื่องค่ารักษาพยาบาลได้ แต่หากทุกคนไปตรวจพร้อมกันหมด จะทำให้การคัดกรองยากขึ้น ไม่ใช่รัฐบาลจะไปปิดกั้น แต่ต้องเข้าใจว่ามีอาการเป็นอย่างไรถึงจะต้องไปหาหมอ เชื่อว่าทุกคนป้องกันตัวเองได้อยู่แล้ว
ทั้งนี้ หลายอย่างอาจจะไม่ทันใจ หลายอย่างอาจจะน้อยอยู่ก็ต้องเข้าใจว่ารัฐบาล จำเป็นต้องบริหารให้เกิดความสมดุล ทั้งสุขภาพและชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนทั้งหมด ประเทศไทยคือประเทศไทย ก็มีมาตรการของเราที่รองรับและต้องได้รับความร่วมมือจากต่างประเทศด้วยนั้นเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ฉะนั้นหลายอย่างก็ขอให้เราใช้ความร่วมมือของพวกเราดีกว่า เพราะความรัก ความสามัคคีเป็นสิ่งหนึ่งที่จะสามารถเอาชนะโควิด-19 ได้ คำว่าเอาชนะคือสถานการณ์คลี่คลายเป็นปกติ ทุกคนก็ต้องการตรงนี้ ขอฝากทุกคนให้ช่วยกันด้วย โดยเฉพาะสื่อโซเชียลต่างๆ ขอให้ทุกคนร่วมมือกันทุกอย่าง

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่

