‘4กุมาร’ตั้งโต๊ะแถลง ไขก๊อกพ้น‘พปชร.’

‘4กุมาร’ตั้งโต๊ะแถลง ไขก๊อกพ้น‘พปชร.’

‘4กุมาร’ตั้งโต๊ะแถลง ไขก๊อกพ้น‘พปชร.’

หมายเหตุนายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและอดีตหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน อดีตเลขาธิการพรรค พปชร. นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) อดีตรองหัวหน้าพรรค และนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมือง ร่วมแถลงข่าวลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรค พปชร. ที่โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม

อุตตม สาวนายน

วันนี้ผมและนายสนธิรัตน์ นายสุวิทย์ นายกอบศักดิ์ มีเรื่องที่จะให้สื่อมวลชนทราบว่า เรื่องที่อยากจะเรียนให้ทราบ ตามที่พวกเราได้ปฏิบัติภารกิจงานด้านบริหารและในส่วนเกี่ยวกับการเมืองในส่วนที่เกี่ยวข้องกับงานในพรรค พปชร.ช่วงที่ผ่านมา วันนี้ขอเรียนว่าเราได้ตัดสินใจยุติบทบาทการเมืองของเราในสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ ขอเรียนสั้นๆ ก่อนแล้วท่านอื่นจะได้เสริมเพิ่มเติมว่าที่มาที่ไป

ที่ผ่านมากว่า 2 ปีที่พวกเราได้มีส่วนร่วมเป็นแกนนำจัดตั้งเป็นพรรคพลังประชารัฐร่วมกัน พวกเราก็มีความตั้งใจที่จะทำงานการเมืองเพื่อประเทศชาติในภาวะตอนนั้น เราก็มีเจตนารมณ์ที่จะสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชาให้เป็นผู้นำประเทศก้าวข้ามสถานการณ์ในช่วงนั้นมา ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน โดยหลายอย่างที่เกิดขึ้นทั้งในพรรคพลังประชารัฐเองก็มีความก้าวหน้า ทั้งการสานต่อนโยบายในการสร้างพรรคให้เป็นสถาบันการเมืองมาโดยตลอด หลายคนก็มีร่วมกัน เรามีคนมาจากหลากหลายสาย

จนมาถึงวันนี้จะกล่าวได้ว่าภารกิจของพวกเราทั้ง 4 คน ตามที่ได้เรียนไปแล้วนั้นก็ถือว่าได้บรรลุล่วงไปแล้วภารกิจทางการเมืองที่กล่าวมา ประกอบกับพรรคพลังประชารัฐมีคณะผู้บริหารใหม่ที่พร้อมจะนำพาพรรคให้เดินหน้าต่อไปได้

เพราะฉะนั้นก็คิดว่าเป็นเวลาที่เหมาะสมที่พวกเราจะหยุดภารกิจทางด้านการเมืองในพรรค แต่เราจะทำงานต่อไปทางด้านบริหารตามภารกิจหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายมาจากนายกฯ คือ จะยังทำหน้าที่ในคณะรัฐมนตรีต่อไป

วันนี้เราอยากทำงานให้กับประเทศชาติ ให้ประชาชนที่กำลังเจอกับปัญหาท้าทายจากปัญหาโควิด-19 เป็นเรื่องใหญ่ ยังมีภารกิจที่ต้องดำเนินการต่อไป เรายังต้องทำหน้าที่ต่อไปอย่างเต็มที่ในส่วนนั้น ในส่วนของพรรคเราก็จะสนับสนุนกิจกรรมในเรื่องของพรรคในเรื่องที่จะเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนโดยรวมต่อประเทศชาติ เพราะฉะนั้นนี่คือที่มาที่ไปที่จะเรียนให้ทราบวันนี้

⦁ทางกลุ่มจะมีการตั้งกลุ่มการเมืองหรือพรรคการเมืองขึ้นมาใหม่หรือไม่
ยังไม่มีความคิดเรื่องการเมืองในขณะนี้ อย่างที่ได้พูดไปว่า วันนี้ขอทำงานในภารกิจหน้าที่ที่มีอยู่อย่างเต็มที่เพราะฉะนั้นตอบเลยว่ายังไม่ได้คิดเลยเรื่องการเมือง

⦁เหตุผลที่ยังไม่ลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรี
เหตุผลที่เรามาแถลงข่าววันนี้ ถือว่าเป็นเรื่องของพรรค ไม่ใช่เรื่องของฝ่ายบริหาร การปรับเปลี่ยน การเปลี่ยนแปลงอะไรในอนาคต เป็นเรื่องที่เข้าใจกันได้ พวกผมก็ทำหน้าที่ที่เรามีอยู่อย่างเต็มที่ ส่วนที่จะมีการปรับเปลี่ยนอะไรใน ครม. เป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรี

⦁ได้มีการแจ้งลาออกไปยังหัวหน้าพรรค และกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่หรือยัง
วันนี้เป็นการแถลงอย่างเป็นทางการ ข่าวต่างๆ คงออกไปพร้อมๆ กัน

⦁การลาออกจะมีผลต่อสัดส่วนใน ครม.หรือไม่
ตรงนี้ไม่ใช่เรื่องที่เราจะมาพูดตรงนี้ได้ เพราะไม่ได้อยู่ในขอบเขตของเรา

⦁ในอนาคตหากไม่ได้อยู่ในตำแหน่งรัฐมนตรี แต่นายกฯต้องการให้มาช่วยงานในส่วนอื่นๆ พร้อมที่จะมาทำหน้าที่หรือไม่
วันนี้เราเน้นในสิ่งที่เราทำอยู่ เอาปัจจุบันทำให้เต็มที่ก่อน เพราะฉะนั้นวันข้างหน้าก็เป็นเรื่องของวันข้างหน้า เราไม่ได้ไปคาดการณ์ในสิ่งเหล่านั้น

⦁กังวลหรือไม่ว่าจะไม่ได้อยู่ในตำแหน่งรัฐมนตรี
เป็นการสะท้อนว่าเราไม่ยึดติด เราก้าวเข้ามา เพราะพวกเราตั้งใจที่จะเข้ามาทำการเมือง จึงเข้าใจว่าเป็นเรื่องปกติธรรมชาติ ที่จะต้องมีการปรับเปลี่ยนการเปลี่ยนแปลง แล้วพวกเราก็มีความปรารถนาดีกับพรรคต่อไป และเรายังมีความผูกพันกับพรรค แต่การเมืองก็มีวิถีของมัน ดังนั้นจึงไม่รู้สึกอะไรที่จะต้องเป็นกังวล

⦁อยากฝากความหวังอะไรไปยังคณะกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐชุดใหม่
ผมเชื่อว่าท่านจะสามารถนำพาพรรคพลังประชารัฐเดินต่อไปได้ ในส่วนของพวกผมสิ่งใดที่เป็นประโยชน์กับประชาชนเราสนับสนุนหมด

⦁ต่อไปทั้ง 4 คน จะมีการทำกิจกรรมการเมืองร่วมกันในอนาคต หรือการตั้งพรรคใหม่หรือไม่
(นายอุตตม)… เรา 4 คน ผูกพันกันพอสมควร ตั้งแต่ 2 ปีที่ผ่านมาที่ได้ตัดสินใจมาทำงานการเมืองเพื่อประเทศร่วมกัน มีโอกาสได้ทำงานด้านบริหารมา ส่วนตัวคิดว่าจะต้องมีกิจกรรมร่วมกันต่อไปแน่นอน แต่ยังไม่ทราบว่าจะเป็นกิจกรรมอะไร

(นายสนธิรัตน์)…ผมคิดว่าการทำงานการเมืองเป็นเรื่องเสียสละเพื่อส่วนรวม การทำงานการเมืองไม่ใช่เรื่องของตัวบุคคล ถ้าเราจะพัฒนาประเทศให้เดินไปข้างหน้า ดังนั้นตัวบุคคลจึงเป็นเรื่องรอง ความตั้งใจ ความมุ่งมั่น ในโอกาสที่จะทำงานเพื่อบ้านเมืองเป็นเรื่องหลัก เพราะฉะนั้นพวกเรา 4 คน ได้เข้ามาสู่งานการเมืองแล้วก็ได้ทำกันอย่างเต็มที่ อนาคตเราไม่ทราบ หากอนาคตมีโอกาสที่พวกเราเป็นประโยชน์ อาจจะไม่ใช่เป็นพรรคการเมือง

การทำงานเพื่อบ้านเมืองไม่จำเป็นต้องเป็นพรรคการเมืองเสมอไป อะไรที่พวกเรามีประโยชน์จากประสบการณ์ที่พวกเรามี พวกเราคงไม่คิดที่จะไม่ช่วย ดังนั้นอย่ากังวลใจเรื่องพรรคการเมืองเยอะ ผมคิดว่าพี่น้องประชาชนควรมาช่วยกันทำการเมืองไม่ว่าจะอยู่ในบทบาทใดก็ตาม เรา 4 คน ทำงานร่วมกัน ทำงานเป็นทีมเดียวกันมา มีอะไรคงต้องร่วมกันหารือ ส่วนจะทำร่วมกันอย่างไรในอนาคตเราก็พร้อมที่จะทำบทบาทที่เป็นประโยชน์ ย้ำว่าไม่ได้คิดถึงการตั้งพรรค ตรงนี้ยืนยันอีกครั้ง

สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์

ตามที่อดีตหัวหน้าพรรคได้เรียนไป พวกเราไม่ใช่นักการเมืองวันที่พวกเราเดินเข้าร่วมตั้งพรรคพลังประชารัฐ เราทราบดีว่าเป็นเรื่องใหญ่ เป็นช่วงเปลี่ยนผ่านของบ้านเมือง ภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับเปลี่ยนผ่านประเทศ และอย่างที่ทุกท่านทราบว่า ณ ขณะนั้นเรามีความเชื่อมั่นว่า พล.อ.ประยุทธ์ คือบุคคลที่เหมาะสมที่สุดที่จะเป็นผู้นำประเทศในช่วงรอยต่อ นั่นคือที่มาของการลาออกของพวกเรา 4 คน จากตำแหน่งรัฐมนตรี แล้วก็มาทำงานการเมือง

อย่างที่นายอุตตมพูดถึงว่า เราได้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่แล้วทำหน้าที่นั้นจนกระทั่งทุกอย่างได้เดินหน้าตามความตั้งใจของพวกเรา มาบัดนี้เรามองว่าบทบาททางการเมือง คือหน้าที่นั้นย่อมมีการเปลี่ยนแปลงเป็นธรรมดา พวกเรานั้นไม่ได้มีความยึดติดกับบทบาทใด บทบาทหนึ่ง ถ้าจะดูจากอดีตที่ผ่านมาของพวกเรา เราคือคนทำงาน อะไรที่เป็นประโยชน์ในการทำงานนั้น เราทุ่มเทเต็มที่ในหน้าที่ของเรา

ที่สำคัญคือ เราไม่ได้มีความยึดติดทางการเมืองว่าจะต้องเป็นตลอดไป หรือจะต้องพยายามที่จะต้องอยู่ในหน้าที่ทางการเมืองให้ได้มากที่สุดก็ไม่ใช่บทบาทของพวกเรา พวกเราเองตั้งใจทำหน้าที่ในทุกหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย และจะทำอย่างดีที่สุดส่วนบทบาทต่างๆ ที่ได้รับนั้นจะดำเนินไปแค่ไหน เมื่อใดนั้น เป็นเรื่องที่พวกเราไม่ยึดติดและยินดีอย่างยิ่งที่จะมีส่วนในการช่วยเหลือบ้านเมืองต่อไป

⦁ก่อนตัดสินใจลาออก ได้ปรึกษากับนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์รองนายกฯ หรือไม่
เรียนให้ท่านทราบ เพราะว่าท่านเป็นที่ปรึกษาให้กับพวกเราเสมอมา แล้วก็เป็นการเรียนให้ท่านทราบว่าเราตัดสินใจแบบนี้ ก่อนที่จะมาแถลงข่าว แล้วท่านก็ได้ให้กำลังใจและเคารพในการตัดสินใจของพวกเรา ท่านไม่ได้บอกว่าจะทำอย่างไร ท่านบอกเพียงแต่ว่าเมื่อใดที่พวกเราได้ตัดสินใจแล้วท่านเคารพในการตัดสินใจของพวกเรา

แถลงการณ์

เรียน พี่น้องประชาชนและสื่อมวลชนที่เคารพทุกท่าน

พวกเราเริ่มต้นเข้ามาทำงานการเมืองในพรรคพลังประชารัฐ ด้วยความหวังและความมุ่งมั่นว่าจะนำพาประเทศชาติ ประชาชน และการเมือง เดินหน้าต่อไปได้ ก้าวพ้นความขัดแย้งและการเมืองในรูปแบบเก่า เพื่อให้เป็นการเมืองที่ทุกภาคส่วนได้เข้ามามีส่วนร่วม ตามแนวทางประชารัฐ คือรัฐ เอกชน ประชาชน ร่วมกันพัฒนาประเทศชาติ ซึ่งเป็นแนวทางการพัฒนาอย่างตรงจุด ตอบสนองความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง โดยทางพรรคพลังประชารัฐ ได้เสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแต่เพียงผู้เดียว

การทำงานการเมืองในพรรคพลังประชารัฐที่ผ่านมาเป็นไปด้วยดี พรรคพลังประชารัฐเป็นที่ยอมรับของประชาชน จนสามารถเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลได้ แสดงให้เห็นว่าประชาชนให้ความไว้วางใจ ยอมรับในนโยบายของพรรค อยากเห็นประเทศชาติเดินหน้าไปในทิศทางเดียวกัน คือการเมืองที่ปราศจากความขัดแย้ง อันจะนำไปสู่การพัฒนาได้อย่างยั่งยืน

พรรคพลังประชารัฐในฐานะแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ทำงานเพื่อตอบสนองประชาชนสมกับที่ประชาชนให้ความไว้วางใจ หลายนโยบายได้รับการขับเคลื่อนและเดินหน้าทันที ไม่ว่าจะเป็นการสานต่อนโยบาย บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ การช่วยเหลือค่าครองชีพของประชาชน รวมถึงการบรรเทาผลกระทบด้านเศรษฐกิจจากสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19

ปัจจุบัน เราเห็นว่าภารกิจต่างๆ ที่ได้เริ่มต้นไว้นั้น สำเร็จลุล่วงด้วยดีตามความตั้งใจแรกเริ่ม และพรรคพลังประชารัฐ ได้ก้าวผ่านมาถึงการเปลี่ยนแปลงในวันนี้ จึงถือว่าภารกิจของเราสิ้นสุดแล้วในระดับหนึ่ง

ความเหมาะสมในการบริหารงานเป็นเรื่องของช่วงเวลาและสถานการณ์ ซึ่งเราเองมีความภาคภูมิใจที่ได้ทำหน้าที่ผู้บริหารพรรคพลังประชารัฐ ที่ได้นำพรรคผ่านสนามการเลือกตั้ง จนเป็นแกนนำจัดตั้งฐับาล ทำให้พรรคพลังประชารัฐ ได้มีโอกาสทำงานรับใช้ประชาชน ซึ่งเหล่านี้นั้นเป็นเรื่องที่ทำให้เราตระหนักและระลึกอยู่เสมอว่า เราจะต้องทำงานช่วยเหลือประชาชน ให้สมกับความไว้วางใจที่ได้รับ วันนี้เราจึงขอประกาศว่า เราลาออกจากพรรคพลังประชารัฐ เพื่อให้กรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ได้ทำหน้าที่ได้อย่างเต็มกำลัง ซึ่งการลาออกครั้งนี้ไม่ได้มีความขัดแย้งแต่อย่างใด

แม้กระนั้น เรายังจะให้การสนับสนุนพรรคพลังประชารัฐอย่างเต็มที่ เต็มกำลังในฐานะประชาชนคนไทยคนหนึ่ง เพียงแต่ไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคเท่านั้น

สิ่งสำคัญที่สุดตอนนี้ คือ การทำหน้าที่ฝ่ายบริหารภายใต้การนำและการบังคับบัญชาของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อแก้ไขปัญหาที่ประเทศและทั่วโลกกำลังเผชิญอยู่ คือ ผลกระทบด้านเศรษฐกิจจากโรคระบาดโควิด-19 โดยตั้งเป้าหมายว่าจะแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้เป็นที่พอใจของประชาชนมากที่สุด โดยจะทำงานร่วมกับทุกภาคส่วนและทุกฝ่าย ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเป็นตัวแทนของประชาชน

ขอบคุณประชาชนที่ให้การสนับสนุนพรรคพลังประชารัฐ ขอบคุณผู้บริหารพรรค ส.ส. สมาชิกพรรค ที่ให้การสนับสนุนพวกเรามาโดยตลอด การได้ร่วมงานกับพรรคพลังประชารัฐถือเป็นประสบการณ์ที่ดี เป็นความทรงจำที่ล้ำค่า

ขอบคุณครับ

นายอุตตม สาวนายน
นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์
นายสุวิทย์ เมษินทรีย์
นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้“ก้าวไกล”ประกาศ พร้อมสู้ศึกเลือกตั้งสภากรุงเทพฯ เปิดรับผู้สมัครทั้ง 50 เขต
บทความถัดไปสถานีคิดเลขที่ 12 : ปรับครม.รับสึนามิ