แนะ‘รบ.’ทำคู่ขนาน-ปลดล็อก 3ข้อกลุ่มเยาวชน-กู้‘ศก.’

แนะ‘รบ.’ทำคู่ขนาน-ปลดล็อก 3ข้อกลุ่มเยาวชน-กู้‘ศก.’

หมายเหตุความเห็นจากภาคเอกชนกรณีกลุ่มเยาวชนปลดแอก-Free YOUTH ยื่นเงื่อนไข 3 ข้อต่อรัฐบาล คือ 1.ประกาศยุบสภา 2.หยุดคุกคามประชาชน และ 3.ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ควรจะดำเนินการหาทางออกอย่างไร เพื่อไม่ให้มีผลกระทบต่อด้านการเมือง การบริหาร และเศรษฐกิจ

ธนิต โสรัตน์
รองประธานสภาองค์การนายจ้างผู้ประกอบการค้าและอุตสาหกรรมไทย (อีคอนไทย)

กรณีกลุ่มเยาวชนปลดแอกยื่น 3 ข้อเรียกร้องถึงนายกฯนั้น เรื่องการยุบสภาและการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นคนละเรื่องกับการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ โดยเศรษฐกิจไทยที่ชะลอตัวลงอย่างชัดเจนเกิดจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ซบเซาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เนื่องจากเศรษฐกิจไทยตั้งแต่ปี 2501 หรือตั้งแต่แผนพัฒนาฉบับแรก มีการออกแบบให้มีความเชื่อมโยงกับการค้าโลก ดังนั้น เราจึงต้องพึ่งพาการส่งออก การท่องเที่ยว และการลงทุนทางตรง ซึ่งเกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจโลกทั้งสิ้น

อย่างไรก็ตาม แม้ไทยจะเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศที่สามารถควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ได้ ขณะที่หลายประเทศมีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นต่อเนื่องใกล้ถึงจุดสูงสุดของการแพร่ระบาด โดยมีจำนวนผู้ป่วยสะสมและผู้เสียชีวิตจำนวนมาก ดังนั้นจึงประเมินว่า เศรษฐกิจไทยอาจจะชะลอตัวเช่นนี้ต่อไปอีกอย่างน้อย 2 ปีเมื่อเทียบกับช่วงวิกฤตต้มยำกุ้งช่วงปี 2540 เพราะเราไม่สามารถพึ่งพา 3 ส่วนที่เป็นรายได้หลักของประเทศได้ โดยเฉพาะการส่งออกที่ถดถอยต่อเนื่อง ในเดือนพฤษภาคมติดลบ 20% และเดือนมิถุนายนติดลบ 23%

ขณะที่การบริโภคในประเทศก็หดตัวเช่นกัน โดยนักท่องเที่ยวต่างชาติหายไป 40 ล้านคน สูญเสียรายได้ 2 ล้านล้านบาท ถึงแม้จะมีมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว แต่ก็เป็นได้แค่ยาหอมที่กระตุ้นอะไรได้ไม่มากนัก แต่ยังดีกว่าไม่ทำอะไรเลย ซึ่งเมื่อเทียบกับความเสียหายทั้งจากการส่งออก การท่องเที่ยว และการลงทุนทางตรง มูลค่า 3.4 ล้านล้านบาทเทียบไม่ได้เลย

แต่ผมเห็นด้วยกับข้อเรียกร้องให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และเป็นสิทธิของน้องๆ ที่สามารถเรียกร้องได้ เพียงแต่ข้อเรียกร้องดังกล่าวไม่ช่วยให้ปากท้องเราดีขึ้น

ดังนั้นจึงมองว่าหลายเรื่องต้องทำคู่ขนานกันไป เวลานี้ไม่ใช่เวลาที่จะเชื่อมปัจจัยในการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ อย่าทำให้เกิดความรุนแรง อย่าสร้างแรงกดดัน อะไรที่นิ่งๆ ได้ อย่าไปกระเพื่อม หลายเรื่องต้องแก้ไขและทำคู่ขนานกันไป

วิศิษฐ์ ลิ้มลือชา
รองประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.)

กรณีข้อเสนอของกลุ่มเยาวชนปลดแอกต่อรัฐบาล 3 ข้อ คือ ต้องยุบสภา ต้องหยุดคุกคามประชาชน และต้องร่างรัฐธรรมนูญใหม่นั้น ในมุมมองของภาคเอกชน รัฐบาลควรรับฟัง แต่หาทางออกที่ทุกฝ่ายพอใจคงไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องดูว่า 3 ข้อที่มาจะทำเรื่องใดเรื่องหนึ่งได้หรือไม่ หรือตอบรับอะไรบ้าง เพราะเป็นวิถีทางประชาธิปไตยอาจไม่ถูกใจใครทุกคน แต่ทุกฝ่ายต้องยอมรับ

ทั้งนี้ สิ่งที่สำคัญคือจะทำอย่างไรให้ประเทศเดินหน้าไปได้ ให้มีความขัดแย้งน้อยที่สุด ทุกคนคาดหวังว่าจะไม่เป็นประเด็นที่ลุกลามไปมากกว่านี้ ถ้าสามารถพูดคุยกันได้ รับฟังข้อเสนอ มีแนวทางที่ตอบรับกันได้ ไม่อย่างนั้นคงไม่เป็นประโยชน์กับประเทศ อย่างที่ผ่านมามีตัวอย่างที่เห็นชัดคือกรณีในฮ่องกง ดังนั้นคงไม่มีใครอยากให้เป็นแบบนั้น

สถานการณ์ปัจจุบันแย่อยู่แล้ว เพราะเจอสภาวะโควิด-19 แม้ไทยจะควบคุมสถานการณ์ได้ดี แต่ก็มีคนจำนวนมากที่ต้องตกงาน ถือเป็นเรื่องยาก ใครมาเป็นรัฐบาลตอนนี้ไม่หมู เพราะโควิด-19 ยังอีกยาวไกล

แม้ขณะนี้มีข่าวดีว่าปัจจุบันหลายประเทศ หลายค่ายกำลังอยู่ระหว่างพัฒนาวัคซีนป้องกันโควิด-19 แต่ก็ยังไม่จริง หรือหากเป็นจริงก็ต้องยอมรับว่ากว่าที่ทุกคนทั่วโลกจะได้รับสิทธิในวัคซีน ต้องใช้เวลาอยู่ดี คาดว่าอย่างน้อยต้องใช้เวลาถึง 2 ปี เพราะผู้ที่ผลิตวัคซีนได้ ต้องดูแลคนในประเทศตัวเองก่อน จากนั้นจะแจกจ่ายประเทศอื่น เพื่อให้เศรษฐกิจทั้งโลกมันขับเคลื่อนได้ หมุนเวียนต่อไปได้ ต้องใช้เวลา ซึ่งจะเป็นช่วงที่สถานการณ์ค่อยๆ คลี่คลาย เศรษฐกิจคงกลับมาช้าๆ คงไม่พลิกกลับมาหวือหวา เพราะเสียหายเยอะทั้งโลก ไม่มีใครมีกำลังซื้อที่แท้จริง

ในการแก้ปัญหานั้น หากเจรจาต้องเจรจากับตัวจริง เพราะหากเจรจาแล้วแต่อีกกลุ่มไม่ยอมรับก็จะจบยาก ปัญหาคือกระจายหลายกลุ่มมาก ในสภาวะที่เศรษฐกิจย่ำแย่สุดๆ มีคนตกงาน ก็อาจเป็นแรงกดดันที่ออกมาเรียกร้องรัฐบาล ต้องเข้าใจความรู้สึกประชาชน เป็นความเดือดร้อนสุดสุด พร้อมระเบิดออกมา โทษฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ได้ เพราะเป็นทั่วโลก ครั้งนี้มีทั้งคนที่พอใจและไม่พอใจในวิธีการของรัฐบาล ซึ่งการจะทำให้เศรษฐกิจไปคู่กับประชาชนเป็นเรื่องยาก คงถูกใจถูกคนไม่ได้ เป็นเรื่องที่บาลานซ์ยาก

ดังนั้นรัฐบาลต้องแสดงความจริงใจในการแก้ปัญหา แรงขับเคลื่อนที่เหลืออยู่ อย่างภาคการส่งออก มีสัดส่วนจีดีพี 60-70% มีคนจำนวนมากที่เกี่ยวข้องในวงจรนี้ โดยเฉพาะภาคแรงงาน รัฐบาลจะทำอย่างไรให้ราบรื่นไม่ติดขัด แม้การส่งออกจะลดลง 10% แต่ก็เกี่ยวข้องกับคนจำนวนมากอยู่ดี

ขณะที่ภาคการท่องเที่ยว ที่ปัจจุบันต่างประเทศยังมาเที่ยวไทยไม่ได้ เหลือการท่องเที่ยวในประเทศ โดยภาคการท่องเที่ยวคิดเป็น 15% ของจีดีพี ควรทำให้เดินหน้าได้อย่างน้อยกว่า 10% นอกจากนี้ด้านในประเทศเองภาครัฐต้องกระตุ้นการจ้างงาน กระตุ้นการลงทุน เพราะกำลังซื้อของประชาชนเองยังน้อย

ดำรงค์ องอาจ
ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวภาคเหนือ

เรื่องกลุ่มเยาวชนปลดแอก-Free YOUTH ยื่นข้อเสนอ 3 ข้อเป็นเรื่องของการเมือง ในแง่ของเอกชนโดยเฉพาะการท่องเที่ยวไม่อยากแสดงความคิดเห็นเลย เพราะหากมีเหตุอะไรเกิดขึ้นส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว ทุกวันนี้ก็เหนื่อยมากแล้ว อยากบอกว่าอย่าทะเลาะเบาะแว้งกันเลย เพราะยิ่งจะทำให้ทุกอย่างแย่ลงไปอีก ยิ่งทะเลาะกันคนก็ไม่กล้าออกท่องเที่ยว ทุกวันนี้ก็ระแวงเรื่องไวรัสโควิด-19 มากพออยู่แล้ว หากมีอะไรเกิดขึ้นก็จะไปกันใหญ่

หนักใจมาก เพราะทุกวันนี้เท่ากับเราตายไปครึ่งซีกแล้วจากโควิด-19 หากมีโควิดรอบที่ 2 บวกกับการเมืองเข้าไป อีกซีกก็จะยิ่งตายสนิท ตอนนี้เราแทบไม่รอดแล้ว เพราะการเยียวยาไม่ทันยังมาไม่ถึงด้วยข้อจำกัดหลายอย่างซึ่งพอเข้าใจได้ พรุ่งนี้เราจะกินอะไรยังไม่รู้เลย สิ่งที่จะตามมาคือปัญหาสังคม หนี้เสีย ซึ่งก็จะกลายเป็นภาระของรัฐบาลอีก

ทางออกที่รัฐบาลต้องทำคือรีบตัดสินใจจะทำอะไรให้รีบทำเพื่อช่วยเหลือเยียวยาประชาชนที่กำลังเดือดร้อน ส่วนการเมืองก็ว่ากันไป

วโรดม ปิฏกานนท์
ประธานกรรมการหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่

ขณะนี้ปัญหาเศรษฐกิจหนักหนามากแล้ว เพราะประเทศไทยอิงการส่งออกและการท่องเที่ยว ซึ่งกำลังกระทบหนักมาก ปัจจุบันการส่งออกอยู่ในภาวะติดลบ การท่องเที่ยวจากต่างประเทศแทบไม่มีเลย สิ่งที่รัฐบาลต้องแก้เร่งด่วนในขณะนี้คือ ปัญหาปากท้องประชาชน เร่งหาวิธีช่วยเหลือประชาชนให้เร็วที่สุด

ผมว่าเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญทำทีหลังได้ เวลานี้ยังไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน ความเป็นอยู่ปากท้องประชาชนเป็นเรื่องที่ต้องเร่งหาทางแก้ก่อน หากเกิดการชุมนุมประท้วงยิ่งจะส่งผลกระทบต่อความมั่นใจและความเชื่อมั่นของประชาชนและต่างประเทศ นักลงทุนไม่กล้าเข้ามา หากว่าการเมืองไม่มีเสถียรภาพ ไม่มีใครกล้าเข้ามาลงทุน

ส่วนคนที่อยากจะออกมาท่องเที่ยวหรือเดินทางเข้ามา หากเจอการชุมนุมเขาก็จะรู้สึกไม่ปลอดภัย เวลานี้จึงอยากเห็นการเร่งดูแลช่วยเหลือประชาชนที่กำลังเดือดร้อนก่อน ขอให้แก้เรื่องนี้ก่อน เรื่องอื่นเอาไว้ก่อนน่าจะดีกว่า

เมื่อการเมืองไม่นิ่ง นักลงทุนในประเทศก็จะชะลอการลงทุนเนื่องจากไม่มั่นใจในสถานการณ์ เศรษฐกิจ รวมทั้งบรรยากาศในประเทศจะอึมครึม ส่วนนักลงทุนจากต่างประเทศ ถ้าการเมืองไม่นิ่ง ก็จะไม่มั่นใจในกฎหมายและระเบียบต่างๆ ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่ จะส่งผลต่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศ

ตอนนี้ประเทศไทยกำลังส่งเสริมการท่องเที่ยว เช่น เที่ยวปันสุข และเที่ยวไปด้วยกัน ซึ่งจากวันหยุดยาวที่ผ่านมา คนไทยได้เริ่มมีการท่องเที่ยวในประเทศ จะส่งผลดีให้เริ่มมีการใช้จ่าย และเงินเริ่มสะพัด ถ้ามีเรื่องการประท้วง คนจะกังวลเรื่องความปลอดภัย และบรรยากาศการท่องเที่ยวจะหายและลดลง

หัสดิน สุวัฒนะพงศ์เชฏ
ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดนครราชสีมา

กลุ่มเยาวชนที่ออกมาเคลื่อนไหว ไม่ใช่เรื่องเล็กอีกต่อไป เพราะเริ่มขยายวงกว้างไปสู่ทุกภูมิภาคของประเทศไทยแล้ว หลายคนอาจจะคิดว่าม็อบครั้งนี้ยังจุดไม่ติด แต่ในใจน้องๆ นักศึกษาเองน่าจะจุดติดแล้ว ถือว่าเป็นการออกมาแสดงความคิดเห็นได้ตามรัฐธรรมนูญ ที่รัฐบาลต้องออกมาดูแลและรับฟังเสียงของพวกเขา อย่าไปดูถูกพลังของกลุ่มเยาวชนว่าเป็นเรื่องเล็ก และให้นักการเมืองบางคนมาพูดเหน็บแนมว่าเป็นม็อบมุ้งมิ้ง ม็อบจัดตั้ง เพราะยิ่งจะสร้างความไม่พอใจให้เกิดขึ้นอย่างรุนแรงได้

ส่วนข้อเรียกร้อง 3 ข้อนั้น เชื่อว่ารัฐบาลรับไม่ได้แน่นอน แต่ก็ไม่ควรปล่อยให้ผ่านไปเฉยๆ รัฐบาลต้องรีบส่งทีมงานเข้ามาพูดคุยกับกลุ่มเยาวชน เพื่อเจรจาว่าหากข้อเรียกร้องทั้ง 3 ข้อทำไม่ได้ แล้วจะมีอะไรบ้างที่จะร่วมกันหาทางออก เพราะถ้าไม่รีบเข้ามาพูดคุยกันตั้งแต่ตอนนี้ เชื่อว่าม็อบจะมีแนวร่วมเพิ่มมากขึ้นแน่นอน เนื่องจากขณะนี้หลายคนก็เริ่มรู้สึกไม่พอใจในการบริหารประเทศของรัฐบาล รวมทั้งปัญหาเศรษฐกิจ และสังคม ที่กำลังเกิดขึ้นเฉพาะหน้า ก็ยิ่งทำให้คนมีอารมณ์ร่วมกับม็อบไล่รัฐบาลได้ง่ายขึ้น

จริงอยู่ในระบอบประชาธิปไตย รัฐบาลได้ความชอบธรรมมาจากเสียงสนับสนุนของ ส.ส.ที่มาจากคะแนนเลือกตั้งของประชาชนส่วนใหญ่ แต่ก็ต้องเคารพสิทธิความเห็นต่างของเสียงส่วนน้อยด้วย ซึ่งเสียงจากเยาวชนกลุ่มนี้ก็มีเหตุมีผลที่มาจากปัญหาบางอย่าง ดังนั้นรัฐบาลก็ต้องมาพูดคุยกันถึงปัญหาเหล่านั้น เพื่อไม่ให้เกิดม็อบขยายตัวไปเรื่อยๆ เช่นนี้

ในนักธุรกิจ นักลงทุน เมื่อเห็นสถานการณ์ม็อบเกิดขึ้นทั่วทุกภูมิภาคเช่นนี้ เขาย่อมไม่กล้าที่จะลงทุน แม้ว่ารัฐบาลจะไปขอร้องให้ช่วยกันลงทุน แต่จะเอาอะไรมารับประกันให้นักลงทุนเชื่อมั่นได้ ใครจะกล้านำเงินมหาศาลไปลงทุน

ขณะเดียวกันอยากฝากถึงกลุ่มเยาวชนปลดแอกด้วยว่า ข้อเรียกร้องบางอย่างที่รัฐบาลทำไม่ได้ แล้วอะไรจะพอเจรจาพูดคุยกันได้บ้าง เพราะการยุบสภา และให้นายกฯลาออกในช่วงสถานการณ์เช่นนี้ อาจทำให้เกิดช่องว่างในการบริหารประเทศ และเกิดความเสียหายต่อประเทศไม่น้อยเหมือนกัน ดังนั้น เราต้องมาพูดคุยกันด้วยเหตุด้วยผลจึงจะเหมาะสมกว่า

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon