รายงาน : เยาวชน ปลดแอก เป้าหมาย การ ‘ดิสรัปต์’ อย่าง ‘สร้างสรรค์’

สภาพการเคลื่อนไหวในทางสังคมนับแต่ปรากฏการณ์ “เยาวชนปลดแอก” เมื่อตอนค่ำของวันเสาร์ที่ 18
กรกฎาคม บนถนนราชดำเนินเป็นต้นมา

ถือได้ว่าเป็น “ปรากฏการณ์” อย่างใหม่

สร้างความตื่นตะลึงเป็นอย่างสูงในทางการเมือง ขณะเดียวกัน ภายในความตื่นตะลึงนั้นมีความแคลงคลางกังขา

เพราะยากต่อการอธิบายด้วยความจัดเจนเดิม

ยิ่งเมื่อเกิดปรากฏการณ์อย่างเดียวกันนี้ขึ้นไม่ว่าจะที่เชียงใหม่ ไม่ว่าจะที่อุบลราชธานี ไม่ว่าจะที่ปัตตานีไม่ว่าจะที่นครปฐม

ความแคลงคลาง กังขา ยิ่งเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ

การชุมนุมในตอนค่ำของวันอาทิตย์ที่ 16 สิงหาคม บนถนนราชดำเนิน สร้างความตื่นตระหนกเป็นอย่างสูงอยู่แล้ว “อาฟเตอร์ช็อก” ในเช้าวันจันทร์ที่ 17 สิงหาคม ยิ่งแคลงคลาง กังขา

เพราะเป็นรอบของ “นักเรียน” เกิดเป็น “ม็อบคอซอง”

ปรากฏการณ์ “เยาวชนปลดแอก” จึงเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่อาจเอาประสบการณ์เดิม ความจัดเจนเดิมมาอธิบาย หรือทำความเข้าใจ

ไม่ว่าของฝ่าย “ความมั่นคง” ไม่ว่าของฝ่าย “นักเคลื่อนไหว”

ยิ่งเป็นความจัดเจนในยุคแห่ง “สงครามเย็น” ยิ่งเป็นประสบการณ์เดิมของนักปราบ “คอมมิวนิสต์” ยิ่งชวนให้สยดสยอง พองเกล้า

เพราะจะมองไปยัง “เบื้องหลัง” มองไปยัง “ท่อน้ำเลี้ยง”

เนื่องจาก “แฟลชม็อบ” ที่เกิดขึ้นเป็นปรากฏการณ์ในยุคแห่ง “สตาร์ตอัพ” และเป็นผลสะเทือนจากการเข้ามาของ “เทคโนโลยี” อย่างใหม่

เป็นผลผลิตแห่งยุค “ดิจิทัล”

ไม่ว่าบทเรียนในแบบ “พันธมิตร” ไม่ว่าบทเรียนในแบบ “นปช.” ไม่ว่าบทเรียนในแบบ “กปปส.” ล้วนมีโอกาสเข้ารกเข้าพง

เพราะครานี้มีลักษณะ “เป็นไปเอง” และมีลักษณะ “อัตโนมัติ”

กรณีของพันธมิตรและ กปปส.อาจสัมพันธ์กับ “อำนาจนำ” และพรรคประชาธิปัตย์ กรณีของ นปช.
อาจสัมพันธ์กับพรรคเพื่อไทยที่มีรากฐานอยู่กับระบบ “หัวคะแนน”

แต่กรณี “เยาวชนปลดแอก” มิได้เป็นเช่นนั้น

แม้จะมีความพยายามโยงสายยาวไปยังพรรคอนาคตใหม่ โยงสายยาวไปยัง นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ไปยัง นายปิยบุตร แสงกนกกุล

กระนั้น หากลองคำนวณอย่างหยาบๆ

หากพรรคอนาคตใหม่เป็น “ท่อน้ำเลี้ยง” จริง นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ จะต้องใช้เงินมากมายมหาศาลเพียงใด จึงจะสามารถปลุก “ม็อบ” ได้อย่างชนิดรายวันเช่นนี้

ไม่ว่า “สนธิ” ไม่ว่า “สุเทพ” น่าจะรู้ดี

การประกอบสร้างขึ้นมาตั้งแต่ระดับ “นิสิตนักศึกษา” และลงลึกไปจนถึงระดับ “คอซอง” อย่างนี้น่าจะเป็นปรากฏการณ์ “เดียว” ของโลก

ทั้งยังแฝงกลิ่นอายแห่งลักษณะ “อนาธิปไตย” อยู่ด้วย

ยอมรับกันเถิดว่า สังคมไทยได้ก้าวเข้าไปยังอีก “มิติ” สำคัญยิ่งในทางความคิดและในทางการเมือง เป็นปรากฏการณ์อันเกิดขึ้นหลังยุคโควิด

ดำเนินไปโดยมีเป้าหมายในเชิง “ดิสรัปต์”

หน้าที่ของทุกคนก็คือ ทำอย่างไรกระบวนการ “ดิสรัปต์” ครั้งนี้จะดำเนินไปอย่าง “สร้างสรรค์” และเป็นคุณต่อพัฒนาการแห่งระบอบประชาธิปไตย

นี่ย่อมเป็น “ภาระธุระ” อันสำคัญ

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้มิเตอร์ปาล์ม (ภาค2) โดย สราวุฒิ สิงห์เอี่ยม
บทความถัดไป‘ยาริส-เอทิฟ’ไมเนอร์เชนจ์ เติมอุปกรณ์-เพิ่มสปอร์ต