เปิดพิมพ์เขียวร่างแก้‘รธน.’ ฉบับพรรคร่วม รบ.รื้อ‘ม.256’ ตั้ง สสร.-ปิดจ๊อบ240วัน
หมายเหตุ – สาระสำคัญของร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 มาตรา 256 ที่พรรคร่วมรัฐบาล จะยื่นญัตติต่อนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ในวันที่ 1 กันยายนนี้
มาตรา 1 รัฐธรรมนูญนี้เรียกว่า “รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ …) พุทธศักราช ….”
มาตรา 2 รัฐธรรมนูญนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา 3 ให้ยกเลิกความในมาตรา 256 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
มาตรา 4 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นหมวด 15/1 การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ มาตรา 256/1 ถึงมาตรา 256/19 ของรัฐธรรมนูญ “หมวด 15/1 การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่”
มาตรา 256/1 ให้มีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ทำหน้าที่จัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ตามหมวดนี้ ประกอบด้วยสมาชิกจำนวนสองร้อยคน ดังต่อไปนี้
(1) สมาชิกมาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชนในแต่ละจังหวัดจำนวนหนึ่งร้อยห้าสิบคน
(2) สมาชิกซึ่งรัฐสภาคัดเลือกจำนวนยี่สิบคน
(3) สมาชิกซึ่งที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทยเลือกจำนวนยี่สิบคน โดยคัดเลือกจากผู้เชี่ยวชาญสาขากฎหมายมหาชน สาขารัฐศาสตร์หรือรัฐประศาสนศาสตร์ จำนวนสิบคน และจากผู้มีประสบการณ์ด้านการเมือง การบริหารราชการแผ่นดินหรือการร่างรัฐธรรมนูญ จำนวนสิบคน
(4) สมาชิกซึ่งคัดเลือกจากนักเรียน นิสิต หรือนักศึกษา จำนวนสิบคน
มาตรา 256/2 บุคคลผู้มีคุณสมบัติดังต่อไปนี้ เป็นผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา 256/1
(1) มีสัญชาติไทยโดยการเกิด
(2) มีอายุไม่ต่ำกว่าสิบแปดปีบริบูรณ์ในวันเลือกตั้ง
(3) มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในจังหวัดที่สมัครรับเลือกตั้งมาแล้วเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่าห้าปีนับถึงวันสมัครรับเลือกตั้ง หรือเป็นบุคคลที่เกิดในจังหวัดที่สมัครรับเลือกตั้ง หรือเคยศึกษาในสถานศึกษาที่ตั้งอยู่ในจังหวัดที่สมัครรับเลือกตั้งเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่าห้าปีการศึกษา หรือเคยรับราชการหรือปฏิบัติหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐหรือเคยมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในจังหวัดที่สมัครรับเลือกตั้ง แล้วแต่กรณี เป็นเวลา ติดต่อกันไม่น้อยกว่าห้าปี
มาตรา 256/3 บุคคลผู้มีลักษณะดังต่อไปนี้ เป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญตามมาตรา 256/1 (1) เป็นบุคคลซึ่งมีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ตามมาตรา 98 (1) (2) (4) (5) (6) (8) (9) (10) (11) (12) (13) (15) (16) (17) หรือ (18)
(2) เป็นข้าราชการการเมือง
(3) เป็น ส.ส. ส.ว. หรือรัฐมนตรี
มาตรา 256/4 บุคคลซึ่งจะได้รับแต่งตั้งเป็น ส.ส.ร.ตามมาตรา 256/1 (2) (3) และ (4) ต้องมีคุณสมบัติตามมาตรา 256/2 (1) และ (2) และไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 256/3
มาตรา 256/5 การกำหนดจำนวนสมาชิก ส.ส.ร.ตามมาตรา 256/1 (1) ในแต่ละจังหวัดจะพึงมี ให้ใช้จำนวนราษฎรทั้งประเทศตามหลักฐานการทะเบียนราษฎรที่ประกาศในปีสุดท้าย ก่อนปีที่มีการเลือกตั้งสมาชิก ส.ส.ร. เฉลี่ยด้วยจำนวนสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญจำนวน หนึ่งร้อยห้าสิบคน จำนวนที่ได้รับให้ถือว่าเป็นจำนวนราษฎรต่อสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญหนึ่งคน
จังหวัดใดมีราษฎรไม่ถึงเกณฑ์จำนวนราษฎรต่อสมาชิก ส.ส.ร.หนึ่งคนตามวรรคหนึ่ง ให้มีสมาชิก ส.ส.ร.ในจังหวัดนั้นได้หนึ่งคน จังหวัดใดมีราษฎรเกินจำนวนราษฎรต่อสมาชิก ส.ส.ร.หนึ่งคน ให้มีสมาชิก ส.ส.ร.ในจังหวัดนั้นเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งคน ทุกจำนวนราษฎรที่ถึงเกณฑ์จำนวนราษฎรต่อสมาชิก ส.ส.ร.หนึ่งคน เมื่อได้จำนวนสมาชิก ส.ส.ร.ของแต่ละจังหวัดตามวรรคหนึ่งและวรรคสองแล้ว
ถ้าจำนวนสมาชิก ส.ส.ร.ยังไม่ครบหนึ่งร้อยห้าสิบคนจังหวัดใดมีเศษที่เหลือจากการคำนวณตามวรรคสองมากที่สุด ให้จังหวัดนั้นมีสมาชิก ส.ส.ร.เพิ่มขึ้นอีกหนึ่งคน และให้เพิ่มสมาชิก ส.ส.ร.ตามวิธีการดังกล่าวแก่จังหวัดที่มีเศษที่เหลือจากการคำนวณนั้นในลำดับรองลงมาตามลำดับ จนครบจำนวนหนึ่งร้อยห้าสิบคน ในการเลือกตั้งสมาชิก ส.ส.ร.ให้ใช้เขตจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง
มาตรา 256/6 ให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)จัดให้มีการเลือกตั้งสมาชิก ส.ส.ร. ตามมาตรา 256/1 (1) ให้แล้วเสร็จภายในเก้าสิบวันนับแต่มีเหตุแห่งการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ตามหมวดนี้ การกำหนดวันเลือกตั้งสมาชิก ส.ส.ร.ตามวรรคหนึ่ง ให้กระทำโดยตราเป็นพระราชกฤษฎีกาซึ่งต้องกำหนดให้เป็นวันเดียวกันทั่วราชอาณาจักร ให้ กกต.จัดให้มีการแนะนำตัวผู้สมัครอย่างเท่าเทียมกัน การเลือกตั้งสมาชิก ส.ส.ร.ให้ใช้วิธีออกเสียงลงคะแนนโดยตรงและลับ ให้ผู้ที่มีสิทธิออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้งสมาชิก ส.ส.ร.ได้หนึ่งคน และจะลงคะแนนเลือกผู้สมัครผู้ใดหรือจะลงคะแนนไม่เลือกผู้ใดเลยก็ได้
ทั้งนี้ ให้นำมาตรา 95 และมาตรา 96 มาใช้บังคับกับคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้ที่มีสิทธิเลือกตั้งสมาชิก ส.ส.ร. หลักเกณฑ์และวิธีการในการเลือกตั้งสมาชิก ส.ส.ร.ให้เป็นไปตามระเบียบที่ กกต.กำหนด เมื่อได้มีการเลือกตั้งสมาชิก ส.ส.ร.แล้ว ให้ กกต.ประกาศ รับรองผลการเลือกตั้งให้แล้วเสร็จภายในสิบห้าวันนับแต่วันเลือกตั้ง โดยให้ผู้สมัครที่ได้รับคะแนนสูงสุด เรียงตามลำดับจนครบตามจำนวนสมาชิก ส.ส.ร.ที่พึงมีในแต่ละจังหวัดเป็นผู้ได้รับเลือกตั้ง ให้ กกต.จัดทำบัญชีรายชื่อผู้ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิก ส.ส.ร. ที่แต่ละจังหวัดจะพึงมีส่งให้ประธานรัฐสภาภายในห้าวันนับแต่วันที่ประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง
มาตรา 256/7 การเลือกสมาชิก ส.ส.ร.ตามมาตรา 256/1 (2) ให้รัฐสภาดำเนินการคัดเลือกโดยให้มีจำนวนตามหรือใกล้เคียงกับอัตราส่วนของจำนวน ส.ส.และ ส.ว.ทั้งนี้ ให้นำข้อบังคับการประชุมรัฐสภามาใช้บังคับโดยอนุโลม
มาตรา 256/8 การเลือกสมาชิก ส.ส.ร.ตามมาตรา 256/1(3) ให้ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทยเลือกและจัดทำบัญชีรายชื่อผู้ได้รับคะแนนสูงสุดเรียงตามลำดับตัวอักษรให้ได้จำนวนที่กำหนดในแต่ละประเภท ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทยกำหนด
การเลือกสมาชิก ส.ส.ร.ตามมาตรา 256/1 (4) ให้ กกต.คัดเลือกนักเรียน นิสิต หรือนักศึกษา ให้ได้จำนวนที่กำหนด ทั้งนี้ หลักเกณฑ์และวิธีการเสนอชื่อและการคัดเลือก ให้เป็นไปตามระเบียบที่ กกต.กำหนด
มาตรา 256/9 เมื่อได้ดำเนินการให้ได้มาซึ่งสมาชิก ส.ส.ร.ตามมาตรา 256/7 และมาตรา 256/8 ตามจำนวนที่จะพึงมีในแต่ละประเภทแล้ว ให้ผู้ซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินการให้ได้มาซึ่ง สมาชิก ส.ส.ร.ดังกล่าวจัดทำบัญชีรายชื่อส่งประธานรัฐสภาภายในห้าวัน นับแต่ดำเนินการให้ได้มาแล้วเสร็จ เมื่อประธานรัฐสภาได้รับบัญชีรายชื่อตามวรรคหนึ่งและบัญชีรายชื่อตามมาตรา 256/6 วรรคแปดแล้ว ให้ประกาศรายชื่อบุคคลซึ่งเป็นสมาชิก ส.ส.ร.ตามบัญชีรายชื่อนั้นในราชกิจจานุเบกษา
มาตรา 256/10 สมาชิกภาพของสมาชิก ส.ส.ร. เริ่มตั้งแต่วันที่สมาชิกผู้นั้นได้รับเลือกตั้ง แต่งตั้ง หรือเลือกเป็นสมาชิก ส.ส.ร. แล้วแต่กรณี สมาชิกภาพของสมาชิก ส.ส.ร.สิ้นสุดลง เมื่อ
(1) ส.ส.ร.สิ้นสุดตามมาตรา 256/18 (2) ตาย (3) ลาออก (4) ขาดคุณสมบัติตามมาตรา 256/2 หรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 256/3 หรือตามมาตรา 256/4 ในกรณีสมาชิก ส.ส.ร.ตามมาตรา 256/1 (4) หากพ้นสภาพจากการเป็นนักเรียน นิสิต หรือนักศึกษา เมื่อตำแหน่งสมาชิก ส.ส.ร. ตามมาตรา 256/1 ประเภทใดว่างลงเพราะเหตุอื่นใด นอกจากที่ถึงคราวออกตาม (1)ให้ กกต.หรือผู้ซึ่งแต่งตั้งหรือเลือกดำเนินการเลื่อนบุคคล ซึ่่งได้คะแนนในลำดับต่อไปในบัญชีรายชื่อของสมาชิก ส.ส.ร.แต่ละประเภทที่ได้จัดทำไว้และยังเป็นบุคคลผู้มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามขึ้นแทนตำแหน่งที่ว่างภายในกำหนดเวลาสิบห้าวัน เว้นแต่ไม่มีผู้อยู่ในบัญชีรายชื่อที่จะเลื่อนขึ้นมาหรือระยะเวลาการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญของ ส.ส.ร.เหลือไม่ถึงเก้าสิบวัน
ในกรณีที่ตำแหน่งสมาชิก ส.ส.ร.ว่างลงไม่ว่าด้วยเหตุใดและยังไม่มีการเลื่อนลำดับขึ้นแทนตำแหน่งที่ว่างตามวรรคสาม หรือเป็นกรณีที่ไม่มีบุคคลที่จะเลื่อนลำดับขึ้นแทนตำแหน่งที่ว่างได้ ให้ ส.ส.ร.ประกอบด้วยสมาชิก ส.ส.ร.เท่าที่มีอยู่ แต่ทั้งนี้ ส.ส.ร.ต้องมีจำนวนสมาชิกเหลืออยู่ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิก ส.ส.ร.ตามมาตรา 256/1
มาตรา 256/11 ส.ส.ร.มีประธานสภาคนหนึ่งและรองประธานสภาคนหนึ่ง หรือสองคนซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งจากสมาชิกแห่ง ส.ส.ร.ตามมติของ ส.ส.ร. และให้ประธานรัฐสภาเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ ประธาน ส.ส.ร.มีหน้าที่และอำนาจดำเนินกิจการของ ส.ส.ร.ตามหมวดนี้ รองประธาน ส.ส.ร.มีหน้าที่และอำนาจตามที่ประธาน ส.ส.ร.มอบหมาย และปฏิบัติหน้าที่แทนประธาน ส.ส.ร.ในกรณีที่ประธาน ส.ส.ร.ไม่อยู่หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้
มาตรา 256/12 เงินประจำตำแหน่งและประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นของประธานและรองประธาน ส.ส.ร. สมาชิก ส.ส.ร. และกรรมาธิการที่ ส.ส.ร.แต่งตั้ง ให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในพระราชกฤษฎีกา
มาตรา 256/13 ส.ส.ร.ต้องจัดทำร่างรัฐธรรมนูญให้แล้วเสร็จภายในกำหนดเวลาสองร้อยสี่สิบวัน นับแต่วันที่มีการประชุม ส.ส.ร.ครั้งแรก ซึ่งต้องจัดให้มีขึ้นไม่ช้ากว่าสามสิบวันนับแต่วันที่มีสมาชิก ส.ส.ร.ทุกประเภทตามมาตรา 256/1 ซึ่งมีจำนวนรวมกันไม่น้อยกว่าร้อยละเก้าสิบของจำนวนสมาชิก ส.ส.ร.ทั้งหมด แล้วให้ดำเนินการให้ได้มาซึ่งสมาชิก ส.ส.ร.ส่วนที่เหลือโดยเร็วการที่อายุของสภาผู้แทนราษฎรสิ้นสุดลงหรือมีการยุบสภาผู้แทนราษฎรไม่เป็นเหตุกระทบกระเทือนต่อการปฏิบัติหน้าที่ของ ส.ส.ร.ตามวรรคหนึ่ง ในการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ ให้ ส.ส.ร.จัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนทั่วไป และประชาชนในทุกจังหวัดอย่างทั่วถึง โดยให้ ส.ส.ร. คณะรัฐมนตรี และหน่วยงานของรัฐ ที่เกี่ยวข้อง จัดให้มีการเผยแพร่เนื้อหาสาระและความคืบหน้าในการร่างรัฐธรรมนูญผ่านสื่อมวลชนและเวทีแสดงความคิดเห็นต่างๆ ในระหว่างการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ
ให้ ส.ส.ร.แจ้งให้คณะรัฐมนตรี ส.ส. ส.ว. องค์กรตามรัฐธรรมนูญ และหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง เพื่อแสดงความคิดเห็น หรือมีข้อเสนอแนะอื่นใดในการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และภายในกำหนดเวลาที่ ส.ส.ร.กำหนด
การจัดทำร่างรัฐธรรมนูญที่มีผลเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมหมวด 1 บททั่วไป และหมวด 2 พระมหากษัตริย์ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จะกระทำมิได้ กรณีที่รัฐสภาวินิจฉัยว่าร่างรัฐธรรมนูญมีลักษณะตามวรรคห้า ให้ร่างรัฐธรรมนูญเป็นอันตกไป
มาตรา 256/14 การพิจารณาและจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ การประชุม การลงมติ การแต่งตั้ง กรรมาธิการและการดำเนินการของกรรมาธิการ การรักษาระเบียบและความเรียบร้อย และกิจการอื่น เพื่อดำเนินการตามหมวดนี้ ให้นำข้อบังคับการประชุมรัฐสภามาใช้บังคับโดยอนุโลม ให้นำความในมาตรา 120 มาตรา 124 และมาตรา 125 มาใช้บังคับกับการประชุม ส.ส.ร.และการประชุมของคณะกรรมาธิการโดยอนุโลม
มาตรา 256/15 เมื่อ ส.ส.ร.จัดทำร่างรัฐธรรมนูญเสร็จแล้ว ให้นำเสนอต่อรัฐสภา ให้รัฐสภาพิจารณาเพื่อให้ความเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ โดยจะมีการแก้ไขเพิ่มเติมมิได้
การลงมติให้ใช้วิธีเรียกชื่อและลงคะแนนโดยเปิดเผยและต้องมีคะแนนเสียงให้ความเห็นชอบ ในการที่จะออกใช้เป็นรัฐธรรมนูญมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา เมื่อรัฐสภาลงมติให้ความเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญแล้ว ให้ประธานรัฐสภานำร่างรัฐธรรมนูญขึ้นทูลเกล้าฯ และให้นำความในมาตรา 81 วรรคสอง และมาตรา 146 มาใช้บังคับโดยอนุโลม และให้ประธานรัฐสภาเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ
ในกรณีที่มีคะแนนเสียงให้ความเห็นชอบไม่ถึงกึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา ให้ดำเนินการจัดให้มีการประชามติเพื่อให้ประชาชนออกเสียงลงคะแนนว่าจะเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญที่ ส.ส.ร.เสนอ
มาตรา 256/16 ในกรณีที่จะต้องดำเนินการให้ประชาชนออกเสียงประชามติตามมาตรา 256/15 ให้ประธานรัฐสภาส่งร่างรัฐธรรมนูญดังกล่าวไปยัง กกต.ภายในเจ็ดวัน นับแต่วันที่รัฐสภามีมติไม่เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญที่ ส.ส.ร.เสนอ เพื่อให้ กกต.ดำเนินการจัดให้มีการออกเสียงประชามติของประชาชนว่าจะเห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญหรือไม่
ให้ กกต.ประกาศกำหนดวันออกเสียงประชามติซึ่งต้องไม่เกินหกสิบวัน แต่ไม่น้อยกว่าสี่สิบห้าวัน นับแต่วันที่ได้รับร่างรัฐธรรมนูญจากรัฐสภา และวันออกเสียงประชามติให้กำหนด เป็นวันเดียวกันทั่วราชอาณาจักร โดยเริ่มตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น.
หลักเกณฑ์และวิธีการออกเสียงประชามติให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น เท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญนี้ ให้ กกต. คณะรัฐมนตรี และหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องจัดให้มีการเผยแพร่เนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญให้ประชาชนรับทราบเป็นการทั่วไปผ่านช่องทางต่างๆ และให้นำเทคโนโลยีการสื่อสารมาสนับสนุนเพื่ออำนวยความสะดวกในการเผยแพร่
ทั้งนี้ โดยคำนึงถึงสิทธิและความเสมอภาคในการแสดงความคิดเห็นกับร่างรัฐธรรมนูญภายใต้กรอบของกฎหมาย เมื่อการออกเสียงประชามติเสร็จสิ้น ให้ กกต.ประกาศผลการออกเสียงประชามติให้แล้วเสร็จภายในสิบห้าวัน นับแต่วันออกเสียงประชามติ
หากคะแนนการออกเสียงประชามติเห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญ ให้ดำเนินการตามมาตรา 256/17 ต่อไป แต่หากคะแนนการออกเสียงประชามติไม่เห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญหรือผู้มีสิทธิออกเสียงมาออกเสียงลงคะแนนไม่ถึงหนึ่งในห้าของจำนวนผู้มีสิทธิออกเสียง ให้ร่างรัฐธรรมนูญนั้นเป็นอันตกไป และให้แจ้งผลการออกเสียงประชามติให้ประธานรัฐสภาและประธาน ส.ส.ร.ทราบโดยเร็ว
มาตรา 256/17 เมื่อผลการออกเสียงประชามติเห็นชอบด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญ ให้ประธานรัฐสภานำร่างรัฐธรรมนูญขึ้นทูลเกล้าฯ และให้นำความในมาตรา 81 วรรคสอง และมาตรา 146 มาใช้บังคับโดยอนุโลม และให้ประธานรัฐสภาเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ
มาตรา 256/18 ส.ส.ร.สิ้นสุดลงในกรณี ดังต่อไปนี้ (1) ส.ส.ร.มีจำนวนสมาชิกเหลืออยู่ไม่ถึงกึ่งหนึ่ง (2) ส.ส.ร.จัดทำร่างรัฐธรรมนูญไม่แล้วเสร็จภายในกำหนดระยะเวลาตามมาตรา 256/13 วรรคหนึ่ง (3) เมื่อร่างรัฐธรรมนูญตกไปตามมาตรา 256/13 วรรคหก หรือมาตรา 256/16 วรรคห้า (4) เมื่อร่างรัฐธรรมนูญได้ประกาศใช้บังคับเป็นรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแล้ว
ในกรณีที่ ส.ส.ร.สิ้นสุดลงตาม (2) ให้ดำเนินการจัดให้มีสมาชิก ส.ส.ร.ขึ้นใหม่ตามหมวดนี้ภายในเก้าสิบวัน นับแต่วันสิ้นสุดระยะเวลาตามมาตรา 256/13 วรรคหนึ่ง ทั้งนี้ บุคคลซึ่งเคยเป็นสมาชิก ส.ส.ร.ชุดเดิม จะเป็นสมาชิก ส.ส.ร.อีกไม่ได้
มาตรา 256/19 ในกรณีร่างรัฐธรรมนูญที่จัดทำขึ้นตามหมวดนี้ตกไป คณะรัฐมนตรี หรือ ส.ส.จำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร หรือ ส.ส.และ ส.ว.มีจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา มีสิทธิเสนอญัตติต่อรัฐสภา เพื่อให้รัฐสภามีมติให้มีการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ตามหมวดนี้อีกได้ การออกเสียงลงคะแนนให้ความเห็นชอบของรัฐสภาต้องได้เสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา
ทั้งนี้ บุคคลผู้ที่เคยเป็นสมาชิก ส.ส.ร.จะเป็นสมาชิก ส.ส.ร.อีกมิได้ เมื่อรัฐสภามีมติอย่างหนึ่งอย่างใดตามวรรคหนึ่งแล้ว จะมีการเสนอญัตติตามวรรคหนึ่งอีกมิได้ เว้นแต่จะมีการเลือกตั้งทั่วไปครั้งใหม่แล้ว
มาตรา 5 ในวาระเริ่มแรก ให้ตราพระราชกฤษฎีกากำหนดให้มีการรับสมัครเลือกตั้งเป็นสมาชิก ส.ส.ร.ตามมาตรา 256/1 (1)ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม โดยรัฐธรรมนูญนี้ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่รัฐธรรมนูญนี้ใช้บังคับ และให้ดำเนินการตามมาตรา 256/6 ของรัฐธรรมนูญ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยรัฐธรรมนูญนี้ให้แล้วเสร็จภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่รัฐธรรมนูญนี้ใช้บังคับ เมื่อได้มีพระราชกฤษฎีกาตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้เริ่มดำเนินการให้ได้มาซึ่งสมาชิก ส.ส.ร. ตามมาตรา 256/1 (2) (3) และ (4) ของรัฐธรรมนูญ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยรัฐธรรมนูญนี้ ให้แล้วเสร็จภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่รัฐธรรมนูญนี้ใช้บังคับ

