นักวิชาการฟันธง ‘บิ๊กตู่’ลาออก…ยาก จี้ปรับตัว-ทีมแก้วิกฤต

นักวิชาการฟันธง ‘บิ๊กตู่’ลาออก...ยาก จี้ปรับตัว-ทีมแก้วิกฤต

นักวิชาการฟันธง ‘บิ๊กตู่’ลาออก…ยาก จี้ปรับตัว-ทีมแก้วิกฤต

หมายเหตุความเห็นจากนักวิชาการกรณีที่พรรคร่วมฝ่ายค้านเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ลาออก เนื่องจากบริหารจัดการแก้ปัญหาการระบาดโควิดล้มเหลว

สุขุม นวลสกุล
นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ อดีตอธิการบดี มหาวิทยาลัยรามคำแหง

เรื่องให้ พล.อ.ประยุทธ์ลาออกได้ยินบ่อย นั่นเป็นจุดยืนของฝ่ายค้าน ไม่มีอะไรผิดปกติ พล.อ.ประยุทธ์ก็ไม่เคยรับปากว่าจะลาออก จะลาออกได้อย่างไร ยังเคยพูดด้วยซ้ำว่ายังอยู่ในตำแหน่ง ไม่ได้คิดที่จะลาออก ดังนั้น สัญญาณการลาออกจึงเป็นศูนย์

ถึงแม้จะยุบสภา ก็ยังแก้ไขปัญหาไม่ได้ เพราะรัฐธรรมนูญยังไม่ได้แก้ไขอะไร ถ้ายุบสภาตอนนี้ อาจถูกกล่าวหาว่าเอาเปรียบด้วยซ้ำไป เนื่องจากตนเองเป็นฝ่ายได้เปรียบอยู่ตลอด เลือกตั้งอย่างไรก็คงมีโอกาสกลับมา โอกาสไม่ใช่สูงกว่าคนอื่น แต่คนอื่นแทบไม่มีสิทธิ ทุกคนที่ตามการเมืองคิดเห็นอย่างนั้น เพราะเขาคิดว่า ส.ว.นั้น นายกฯ เป็นคนตั้งคนเดียว

ส่วนที่ฝ่ายค้านมีท่าทีออกมานั้น ก็เป็นการเรียกร้อง เพื่อให้ประชาชนเรียกร้องตาม

เราคงไม่ได้เห็นแนวทาง อย่างการตั้งรัฐบาลแห่งชาติ หรือนายกฯคนนอก แต่ที่เราควรเฝ้าระวังคือ กลัวจะกลายเป็น “รัฐบาลเผด็จการกลุ่มเดียว” จนสุดท้ายให้อำนาจนายกฯ เพียงคนเดียว ถ้าเขาจะไป ให้ระวังทางนี้ เพราะตอนนี้ นายกฯดึงอำนาจจากกระทรวงไปไว้ที่ท่านด้วย

ความหวังและหนทางในตอนนี้ ประการแรกคือ“สวดมนต์” ประการต่อมา “ต้องมีความหวัง” ว่า เอกชนจะเข้ามาร่วมด้วยในการแก้ไขปัญหาเรื่องการระบาดของโควิด อาจจะทำให้คืบหน้าตามแผนการที่กำหนด ทำได้รวดเร็วขึ้น หรืออย่างน้อยทันไทม์ไลน์ที่ว่าไว้ สิ้นปีนี้ต้องมีคนไทยฉีดวัคซีนครบ 60%

ส่วนฝ่ายค้าน ก็เรียกร้องในทุกสิ่ง ที่คิดว่าจะเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น เช่น การแก้รัฐธรรมนูญ เรียกร้องให้ผู้คนออกมาตรวจสอบรัฐบาล ให้คลายความเป็นเผด็จการ

วิโรจน์ อาลี
นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

พล.อ.ประยุทธ์คงไม่สนใจคำแนะนำของฝ่ายค้าน คงไม่สะทกสะท้าน เนื่องยังมีคำอธิบายจากการบริหารจัดการได้ว่าเหตุใดจึงเป็นแบบนี้ และรัฐบาลก็ไม่ยอมรับว่าทำงานล่าช้า นอกจากนั้น เป็นเรื่องที่ค่อนข้างยากลำบากในการจัดการให้นายกฯลาออก จากผลของการทำงานในสภาวะที่ไม่เป็นปกติ ซึ่งจากการติดตามพบว่ามีการทำงานในลักษณะวิ่งตามปัญหา ไม่ได้แก้ไขอะไรที่ยั่งยืน ยกเว้นการซื้ออาวุธของกองทัพเดินหน้าไปได้ตลอดไม่มีอะไรติดขัด

ขอแนะนำให้ พล.อ.ประยุทธ์พิจารณาตัวเอง ว่าควรปรับการทำงานอย่างไร ให้มีผลงานและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

สำหรับฝ่ายค้านที่ออกมาขยับเรื่อง คงไม่ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์หวั่นไหว แต่อาจสะเทือนบ้าง ถ้าพรรคร่วมรัฐบาลเริ่มไม่พอใจ อย่าลืมว่า พล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้ยึดโยงกับใคร แต่ในส่วนอื่นที่ทำงานร่วมกันที่มาจากตัวแทนพรรคการเมือง ทำให้ประชาชนเห็นแล้วว่า เริ่มไม่มีผลงาน ก็อาจจะส่งผลถึงการเลือกตั้งคราวหน้า

ไม่กี่วันที่ผ่านมา ก็เริ่มมีเสียงสะท้อนจากกลุ่มคนที่ทำงานกับรัฐบาล โดยเฉพาะการโพสต์เฟซบุ๊กของ ส.ส.พรรคภูมิใจไทยบอกว่ามีการรวบอำนาจไปหมด ก็สะท้อนว่า หากทำงานแบบนี้ไปเรื่อยๆ พรรคที่ร่วมรัฐบาลจะมีความรู้สึกว่าอาจจะมีปัญหาถูกวิพากษ์วิจารณ์

ต้องจับตามองว่า พรรคประชาธิปัตย์ และพรรคภูมิใจไทย จะกล้าออกมาพูดหรือไม่ ว่าการทำงานรวบอำนาจแบบนี้ เกิดประสิทธิภาพค่อนข้างน้อย ไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์กับประชาชน และนักการเมืองที่ร่วมรัฐบาล

หากการระบาดของโควิดรุนแรงมากขึ้น มีผู้เสียชีวิตในบ้านจากปัญหาไม่มีเตียงรักษา หากพรรคร่วมรัฐบาลขยับเรื่องนี้บ้างก็คงไม่มีโอกาสได้เห็นการยุบสภา และการเลือกตั้ง

ดังนั้นประเด็นสำคัญต้องดูว่า พรรคร่วมรัฐบาลจะเขย่าอย่างไรให้ พล.อ.ประยุทธ์สนใจการแก้ไขปัญหาให้มีประสิทธิภาพมากกว่านี้ ขณะที่การเมืองก็ยังไม่มีทางออกที่ประชาชนจะเลือกบุคคลอื่นที่มีประสิทธิภาพเข้ามาบริหาร เพราะหากเลือกตั้งใหม่ก็หนีไม่พ้น พล.อ.ประยุทธ์อยู่ดี และวันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ถือว่ายังมีแต้มต่อ

สำหรับการแก้ไขปัญหาโควิด ไม่เชื่อว่า พล.อ.ประยุทธ์รวบอำนาจมากขึ้นแล้วจะทำได้สำเร็จ อยากให้ พล.อ.ประยุทธ์เปิดใจกว้างให้ทุกฝ่ายทางการเมืองที่มีประสบการณ์ มีความเชี่ยวชาญเข้ามามีส่วนร่วม เร่งแก้ไขผลกระทบจากวิธีการบริหารจัดการที่ล่าช้า

นพพร ขุนค้า
นักวิชาการด้านรัฐประศาสนศาสตร์
คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์

แม้พรรคฝ่ายค้านจะไม่ออกมา แต่ประชาชนส่วนใหญ่ทราบดีว่าการทำงานของรัฐบาลมีความล้มเหลวอย่างไรในการแก้ไขปัญหาโควิด และอย่ามองว่าที่ฝ่ายค้านให้นายกฯลาออก หรือยุบสภา เป็นการซ้ำเติมภาวะวิกฤตของประเทศ ส่วนตัวขอยืนยันไม่มีผลกระทบ

ที่ผ่านมาประชาชนได้เห็นความผิดพลาดในการบริหารประเทศ จึงขอให้ พล.อ.ประยุทธ์ทบทวนตัวเอง จึงเห็นด้วยกับข้อเสนอของฝ่ายค้าน เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนได้ตัดสินใจทางการเมืองอีกครั้ง เพื่อเลือกบุคคลที่เชื่อว่าจะมีความรู้ ความสามารถเข้ามาแก้ไขปัญหาประเทศได้ดีกว่านี้

หาก พล.อ.ประยุทธ์ไม่ยุบสภา หรือไม่ลาออกก็ควรตัดสินใจปรับ ครม. เพื่อนำบุคคลที่มีความเชี่ยวชาญในการแก้ปัญหาเข้ามาทำงานในกระทรวงสำคัญให้ทันกับสถานการณ์โรคระบาดและแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ

ข้อเรียกร้องแบบนี้เชื่อว่า พล.อ.ประยุทธ์ทราบดีว่าจะแก้ไขวิกฤตศรัทธาประชาชนได้บ้าง แต่ในข้อเท็จจริงคงทำได้ยากมาก

หาก พล.อ.ประยุทธ์มั่นใจว่ายังมีประชาชนที่ชื่นชอบการทำงาน ก็ยุบสภา หรือลาออก แฟนคลับที่นิยมชมชอบในผลงานก็จะเลือกกลับมาเหมือนเดิม ดังนั้นการเลือกตั้งใหม่ จึงเป็นคำตอบว่าจากวิกฤตที่เกิดขึ้น ประชาชนยังเชื่อมั่นในการทำงานของรัฐบาลชุดนี้อีกหรือไม่ ซึ่งการเลือกตั้งใหม่กลับไปถามประชาชนไม่ได้ทำให้บ้านเมืองเสียหายไปมากกว่านี้

ที่สำคัญ พล.อ.ประยุทธ์ยังมีแต้มต่อจากการใช้รัฐธรรมนูญ 2560 ยังมี 250 ส.ว.ให้การสนับสนุน และไม่แน่ใจว่า หากยุบสภา เลือกตั้งใหม่ พล.อ.ประยุทธ์อาจจะกลับมาทำหน้าที่เดิมอีก

สำหรับพรรคประชาธิปัตย์ และพรรคภูมิใจไทยไม่ว่าจะมีวิกฤตอะไรเกิดขึ้นรุนแรงมากกว่านี้ หรือจะถูกมองว่าเป็นเบี้ยล่างทางการเมือง เชื่อว่า 2 พรรคนี้จะไม่ถอนตัวอย่างเด็ดขาดและจะเกาะเก้าอี้แน่นยิ่งกว่าตีนตุ๊กแก เพราะการเป็นพรรครัฐบาลเป็นความใฝ่ฝันของทุกพรรคการเมือง

รวมทั้ง 2 พรรคนี้ได้คุมกระทรวงสำคัญ จะได้ใช้จ่ายงบในปีงบประมาณ 2565 สำหรับแกนนำพรรคที่อาจมีความบาดหมางกับ พล.อ.ประยุทธ์บ้างก็ต้องอดทน และการเลือกตั้งครั้งหน้า 2 พรรคนี้ก็ต้องเกาะ พล.อ.ประยุทธ์ต่อไป โดยไม่ได้คำนึงถึงสถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบัน

แม้ว่า พล.อ.ประยุทธ์จะไม่ลาออก ไม่ยุบสภา ก็ต้องมีสติถามตัวเองว่าประเทศชาติบ้านเมือง ถ้าต้องเดินต่อไปภายใต้วิกฤตการบริหารงานที่ล้มเหลว จะเป็นการทิ้งมรดกบาปไว้ให้กับประชาชนคนรุ่นหลังหรือไม่

เพราะฉะนั้นขอให้นายกฯ ยอมรับว่าตัวเองไม่ได้เก่งทุกเรื่อง อย่าทำงานแบบเสี่ยงดวง ควรลดทิฐิ ควรสรรหาบุคคลที่มีความรู้เข้ามาช่วยเหลือ หรือรับฟังคำแนะนำที่มีประโยชน์ด้วยความจริงใจ เพื่อพาประเทศให้พ้นวิกฤต

ฐิติพล ภักดีวานิช
คณบดีคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี

เป็นไปไม่ได้ที่ พล.อ.ประยุทธ์จะลาออก หากดูตั้งแต่เรื่องรัฐธรรมนูญ ก็ร่างไว้เพื่อให้ คสช.อยู่ในอำนาจ จัดตั้งรัฐบาลได้อย่างมีเสถียรภาพในระดับหนึ่ง อีกทั้งยังมีโครงสร้าง คสช.ด้วย ดังนั้นการที่ พล.อ.ประยุทธ์จะตัดสินใจลาออก จึงเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยากมาก

ถ้าดูจากพื้นฐานความเป็นมา ตั้งแต่เกิดรัฐประหาร ส่วนหนึ่งของการอยู่ในอำนาจ ก็เพื่อปกป้องกลุ่มของ คสช. นี่คือสิ่งสำคัญ การกดดันเช่นนี้เราก็เห็นกันมาแล้ว ซึ่งไม่น่าจะนำไปสู่การลาออกได้ง่ายๆ

การที่ไม่ลาออก ไม่ใช่ว่ามีเงื่อนไข แต่อาจจะมองว่าเป็นการไม่แสดงความรับผิดชอบทางการเมือง ไม่ได้เป็นวัฒนธรรรมการเมืองไทย อย่างที่เราเคยเห็นนายกฯลาออก เมื่อบริหารงานล้มเหลว เช่น ญี่ปุ่น เมื่อมีการบริหารล้มเหลว นายกฯ หรือรัฐมนตรี ก็แสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออก แต่ในไทยไม่มี

อีกประการ คือตัวนายกฯ และรัฐบาล ไม่เคยยอมรับความผิดพลาดจากการบริหาร ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ ฉะนั้น พล.อ.ประยุทธ์ และรัฐบาล ไม่ได้มองว่าเป็นข้อเรียกร้องที่มีเหตุผล ขณะที่ข้อมูลเชิงประจักษ์ เราก็เห็นอยู่แล้วว่า ตั้งแต่มีรัฐบาลนี้มา มีเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน การแต่งตั้งพรรคพวกเข้ามาในหน่วยงานของรัฐบาล ใช้อำนาจเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวและของกลุ่ม เหล่านี้เป็นสิ่งที่ พล.อ.ประยุทธ์ และรัฐบาลไม่เคยยอมรับ ดังนั้น ข้อเรียกร้องของฝ่ายค้านคงไม่ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ และรัฐบาล พิจารณา

ณ ตอนนี้ หากยุบสภา โดยยังไม่แก้รัฐธรรมนูญที่ให้อำนาจ 250 ส.ว.ก็จะเหมือนเดิม เพราะมีสิทธิเลือกนายกฯ ดังนั้นการยุบสภา แล้วเลือกตั้งใหม่ ก็คงไม่มีนัยสำคัญกับการเปลี่ยนแปลง ถ้าจะมีการเลือกตั้งใหม่ อย่างน้อย ส.ว.ต้องหมดอำนาจไปก่อน การเลือกนายกฯ ควรมาจากการลงคะแนนโดยสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมาจากเสียงของประชาชน แต่ปัจจุบันยังเอื้อ เพื่อให้ทหารและกลุ่มของ พล.อ.ประยุทธ์ คงอำนาจอยู่

ส่วนเรื่องรัฐบาลแห่งชาติ ไม่เห็นด้วย คงไม่ต่างจากรัฐบาลที่เรามีอยู่ เพราะกลไกต่างๆ น่าจะทำให้ผู้มีอำนาจสามารถควบคุมสิ่งต่างๆ ได้ หากจะแก้ไขปัญหาจริงๆ พล.อ.ประยุทธ์ ควรยอมรับว่ามีความผิดพลาดอะไรบ้าง และเปิดโอกาสให้ตรวจสอบอย่างแท้จริง ซึ่งก็คงเป็นไม่ได้ เพราะแม้กระทั่งองค์กรอิสระเอง ผลการตรวจสอบก็ยังไม่ได้ยืนอยู่บนหลักการ นี่คือปัญหาใหญ่

การที่ฝ่ายค้านออกมาเรียกร้องเช่นนี้ เป็นเรื่องดีอย่างน้อยทำให้ประชาชนได้รับรู้ รับทราบข้อมูล การออกมาเรียกร้องยังคงเป็นสิ่งสำคัญอยู่ ถึงแม้ว่าจะไม่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลง แต่การเรียกร้องของฝ่ายค้าน เป็นการให้ข้อมูลกับสาธารณะ ทำให้คนสนใจในประเด็นต่างๆ มากขึ้น แม้จะไม่ได้นำไปสู่ผลที่ต้องการ

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon