เช็กความพร้อมเปิดจังหวัด ลุ้นโควิดต่ำร้อยคลายล็อก

หมายเหตุสถานการณ์การเตรียมความพร้อมผ่อนคลายกิจการกิจกรรมของจังหวัดต่างๆ หากยอดผู้ติดเชื้อโควิด ต่ำกว่าวันละ 100 ราย ศบค.เตรียมผ่อนคลายมาตรการให้เปิดให้บริการได้

นพ.สุริยะ คูหะรัตน์
นายแพทย์สาธารณสุข จ.สมุทรสาคร

แนวโน้มจังหวัดสมุทรสาครมีผู้ติดเชื้อรายวันลดลงต่อเนื่อง บางวันมีผู้ติดเชื้อต่ำกว่า 100 ราย บางวันอาจจะขยับมากกว่า 100 รายบ้าง วันที่พบผู้ติดเชื้อมากกว่า 200-300 ราย ส่วนใหญ่จะอยู่ในกลุ่มโรงงานแฟคตอรี่ แซนด์บ็อกซ์มีกระบวนการตรวจคัดกรอง แยกผู้ติดเชื้อ และรักษาชัดเจนอยู่แล้ว ถ้าเมื่อไหร่มีการแบ่งผู้ติดเชื้อระหว่างกลุ่มโรงงานกับชุมชนชัดเจน การดำเนินการก็ไม่ยุ่งยาก เพราะโรงงานมีพื้นที่ขอบเขตชัดเจน ส่วนชุมชนจะให้ทีมชุดปฏิบัติงานสอบสวนและควบคุมโรคที่มีอยู่ทั้งหมดใน 3 อำเภอ เพิ่มความเข้มแข็งมากขึ้นในการสอบสวนโรคและยับยั้งการแพร่กระจายเชื้อในชุมชน ขั้นตอนนั้นหากเจอผู้ป่วย จะรีบแยกกักตัวผู้ติดเชื้อและผู้สัมผัสเสี่ยงสูงในชุมชนทันที แล้วนำเข้าสู่ระบบการทำลายเชื้อในโพรงจมูก กับทำลายเชื้อในสิ่งแวดล้อมให้มากขึ้น ในอนาคตพื้นที่สาธารณะเป็นพื้นที่ติดโรคจะลดลง เช่น ถ้าวันนี้เจอผู้ติดเชื้อในตลาด ต้องทำลายเชื้อในตลาด วันรุ่งขึ้นตลาดก็เปิดได้ตามปกติ เป็นต้น นอกจากนี้ ยังจะต้องสอบสวนโรคโดยละเอียดในชุมชนให้มากขึ้น หรือเข้มข้นขึ้นด้วย

แต่ถ้าเป็นในส่วนของโรงงาน หรือสถานประกอบการ จะสุ่มตรวจก่อนแล้ว ถ้าในโรงงานมีเพิ่มมากขึ้นอีก จะไม่สอบสวนแล้ว แต่จะควบคุมโรคในเขตโรงงานนั้นทันที กรณีแรงงานต่างด้าวในโรงงาน แต่พักในชุมชนด้านนอกโรงงาน ให้ดำเนินการตามหลักการเน้นปฏิบัติคือทำลายเชื้อในสิ่งแวดล้อมทั้งด้านนอกและด้านในโรงงาน ภายใต้การรับผิดชอบของโรงงาน ต้องเพิ่มวัคซีนให้แก่กลุ่มเหล่านี้มากขึ้น จะทำให้การปนเปื้อน หรือการติดเชื้อลดลง รองรับการเปิดเมืองได้มากขึ้น อย่างที่ได้ดำเนินการมาบ้างแล้วคือ ตรวจเยี่ยมร้านค้าขายอาหารเจ บริเวณริมเขื่อนหน้าศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสมุทรสาคร มีมาตรการเข้มข้นขึ้น ให้ผู้ประกอบการ หรือผู้ขายอาหารทุกร้านค้า แสดงประวัติการฉีดวัคซีนป้องกันโควิดอย่างน้อย 2 เข็ม มีประวัติตรวจ ATK มาติดแสดงไว้หน้าร้านชัดเจน ที่สำคัญคือ มาตรการป้องกันด้วยการสวมแมสก์กับใส่เฟซชีลด์ ต้องสวมใส่ถุงมือ แม้จะปฏิบัติกันบ้างแล้ว แต่ยังไม่ครบถ้วน จึงให้ทุกร้านถือปฏิบัติให้ครบ 100 เปอร์เซ็นต์ ถ้าร่วมกันปฏิบัติได้ อนาคตพฤศจิกายนสมุทรสาครจะจัดงานเทศกาลกินปลาทูอร่อยที่ท่าฉลอม ก็มีโอกาสเป็นไปได้

ถ้ามีการผ่อนปรนมาตรแล้วเกิดพบผู้ติดเชื้อในร้านค้า กิจการ หรือกิจการต่างๆ จะเน้นสอบสวนโรคก่อน ต้องทำเร็วที่สุด ต้องดูจากข้อมูลผู้พบเชื้อ หรือผู้สัมผัสเสี่ยงสูงได้รับวัคซีนแล้วหรือยัง คนไทยในสมุทรสาครได้รับวัคซีนแล้วกว่า 80-90 เปอร์เซ็นต์ หากเป็นผู้เสี่ยงสูงได้รับวัคซีนไปแล้วก็นำเข้าสู่การตรวจด้วยวิธี ATK หรือ RT-PCR ถ้าเจอเชื้อก็นำเข้าโรงพยาบาล แต่ถ้าไม่เจอเชื้อก็ทำระบบ DMHTT เข้มข้นขึ้น แต่ให้ปฏิบัติหน้าที่ หรือทำงานได้เหมือนเดิม แล้วตรวจซ้ำอีกครั้งตามกำหนดระยะเวลา

วิเชียร จันทรโณทัย
ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา

ขณะนี้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับภารกิจเฝ้าระวัง ป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้ประชุมหารือวางมาตรการป้องกันยับยั้งควบคุมโรคไม่ให้แพร่ระบาด โดยเฉพาะคลัสเตอร์ตลาดสด โรงงานอุตสาหกรรมได้เชื่อมโยงสู่ครอบครัวมากขึ้นและพบหลายพื้นที่ เน้นกิจกรรมต่างๆ ที่มีการรวมตัวของประชาชนในชุมชน เช่น การจัดงานศพไม่จำเป็นต้องจัดเลี้ยงอาหารให้ผู้มาร่วมงาน เปลี่ยนเป็นการแจกอาหารกล่องแทน ล่าสุดพบคลัสเตอร์งานศพ ต.หินดาด อ.ด่านขุนทด ผู้มาร่วมงานติดเชื้อกว่า 100 ราย และผู้สัมผัสเสี่ยงสูงกว่า 300 ราย ต้องปิดหมู่บ้าน ทำให้ตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่ไม่ลดลงเป็นที่น่าพอใจ อยู่ระดับ 100-200 ราย

แนวทางเดิมได้กำหนดคลายล็อกเปิดจังหวัด เฟสสองวันที่1 ธันวาคมนี้ ภาพรวมสถานการณ์ดีขึ้นตามลำดับ ดังนั้นจึงเร่งรัดให้เปิดจังหวัดได้ในเฟสแรก วันที่ 1 พฤศจิกายน ให้ได้ นำร่องเปิดบางพื้นที่ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวและแหล่งเศรษฐกิจสำคัญ ตามโครงการ โคราชกรีนบ็อกซ์ (Korat Green Box) และโควิดฟรีโซน มีเป้าหมาย 5 อำเภอ ได้แก่ อ.เมือง อ.ปากช่อง อ.วังน้ำเขียว อ.พิมาย และ อ.สีคิ้ว แต่ต้องประเมินสถานการณ์การควบคุมโรคใช้แบบประเมินของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย มีสาธารณสุขจังหวัดเป็นผู้ประเมิน ก่อนส่งให้ส่วนกลาง เพื่อให้ ครม. และกระทรวงสาธารณสุข พิจารณาภายในวันที่ 15 ต.ค. รวมทั้งรวบรวมข้อมูลความจำเป็น เพื่อขอให้กระทรวงสาธารณสุขจัดสรรวัคซีนมาเพิ่มเติมให้ครบจำนวนที่กำหนดไว้ ล่าสุดกลุ่มเป้าหมาย อายุ 18 ปี ขึ้นไป 2,112,381 คน ฉีดวัคซีนเข็มแรก 1,102,514 ราย ร้อยละ 52.19 เข็มที่ 2 จำนวน 723,099 คน ร้อยละ 34.23 และเข็มที่ 3 1,869,542 โดส หลักเกณฑ์การเปิดจังหวัดในพื้นที่ 5 อำเภอ ประชาชนทั่วไปต้องฉีดวัคซีนร้อยละ 70 ส่วนผู้ประกอบการและผู้ให้บริการต้องฉีดวัคซีนร้อยละ 90 และการวางแผนจัดตั้ง อัลเทอร์เนทีฟ ควอรันทีน เตรียมพร้อมรองรับการเปิดเมือง 5 อำเภอถอดบทเรียนจาก ภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์ เพื่อกักตัวผู้ติดเชื้อเข้ามาในพื้นที่มิให้แพร่กระจายเชื้อ รวมทั้งทำประชาพิจารณ์สอบถามความคิดเห็นและสร้างการมีส่วนร่วมกับประชาชนในพื้นที่

เป็นการเตรียมรับกิจกรรมหลากหลายช่วงธันวาคมนี้ เช่น งานเขาใหญ่มาราธอน ไทยแลนด์เบียนนาเล่ งานมหกรรมศิลปะนานาชาติระดับโลก กิจกรรมปั่นจักรยานลอยฟ้า ประชาชนต้องร่วมด้วยช่วยกันปฏิบัติตามมาตรการสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด ศบค.ส่วนกลางจะประเมินวันที่ 15 ต.ค.นี้ เพื่อประกาศพื้นที่ จ.นครราชสีมา มีระดับความรุนแรงการระบาดของโรค หรือปรับจากสีแดงเข้มเป็นสีที่อ่อนกว่า หากผ่านการประเมินจะสามารถคลายล็อกเปิดจังหวัดก่อนกำหนดเฟสแรก 1 พ.ย.นี้

พญ.ปาจรีย อารีย์รบ
นายแพทย์สาธารณสุข จ.ราชบุรี

จ.ราชบุรี ทางกระทรวงมหาดไทยให้สำรวจตรวจสอบมาตรการที่วางแผนสามารถผ่อนคลายได้ช่วงเวลาอีก 15 วัน ต่อจากนี้ทำอะไรได้บ้าง มีบางประเด็นเห็นด้วยกับ ศบค.อยู่ บางมาตรการยังคงไว้ มาตรการบางอย่างที่ผ่อนคลายคงเหมือนเดิม เช่น เปิดร้านค้า ร้านอาหารถึงเวลาที่ ศบค.กำหนด งดดื่มแอลกอฮอล์ในร้านยังคงเห็นความสำคัญอยู่ สิ่งที่เจอปัจจุบันเรื่องติดเชื้อจากการสัมผัสร่วมบ้าน ร่วมกิจกรรมยังคงมีอยู่ ใช้เวลานั่งนานผิดปกติ ทำให้การจัดการลำบาก
เรื่องจำนวนคนที่สามารถรวมกลุ่มทำกิจกรรมนั้นอาจต้องพิจารณาเพิ่มมากขึ้น ถ้าจะผ่อนคลาย เช่น เดิมกำหนดอยู่ 25 คน อาจต้องมากกว่านั้น 50 คน หรือ 100 คน อยู่ที่การประเมินความเสี่ยงของกิจกรรมนั้นๆ ระยะห่างการจัดกิจกรรมคงต้องใช้การจัดการพื้นที่ที่สามารถเว้นระยะห่างตัวบุคคลได้

ส่วนยอดผู้ติดเชื้อราชบุรีแนวโน้มลดลงไม่เกิน 300 คนต่อวัน ชะลอตัวลดลงแต่ไม่เร็วมาก จำนวนสถานประกอบการใหญ่ๆ ผู้ติดเชื้อลดน้อยลง ด้วยมาตรการหลายเรื่อง แต่ปัญหาคือ สถานประกอบการขนาดเล็กไม่เข้าข่ายต้องทำ FAI กับมีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น แต่ละแห่งไม่ได้มีปริมาณเยอะมาก แต่มีหลายแห่งรวมกัน กับพื้นที่เสี่ยงอื่นๆ เช่น ตลาด หรือชุมชนต่างๆ แนวโน้มลดลง

วิเชียร เจนตระกูลโรจน์
ประธานหอการค้า จ.กาญจนบุรี

มองว่าเป็นเรื่องที่ดีที่รัฐบาลจะผ่อนคลายมาตรการควบคุมลง เนื่องจากผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตน้อยลงตามลำดับ ผู้ได้รับวัคซีนมากขึ้น การเปิดให้ผู้ประกอบการได้มีโอกาสออกมาทำธุรกิจ และผู้ประกอบการรายย่อยสามารถสร้างรายได้ จะส่งผลให้เศรษฐกิจเดินต่อไปได้ แต่รัฐบาลต้องระดมวัคซีนเข้ามาให้เพียงพอและรวดเร็ว เพราะหากรัฐบาลประกาศผ่อนคลายมาตรการ แต่ไม่มีวัคซีน ก็จะสวนทางกับนโยบาย และความปลอดภัยของประชาชน

ช่วงรัฐบาลล็อกดาวน์นานหลายเดือน ผู้ประกอบการขาดรายได้ บางรายต้องปิดกิจการ ดังนั้นต้องอาศัยเวลาและแรงหนุนจากรัฐ โดยเฉพาะเรื่องเงินทุน ภาษี การตลาด เป็นต้น จะช่วยให้รายย่อยกลับมาเริ่มต้นทำธุรกิจใหม่ หรือฟื้นตัวเร็วขึ้น หากรัฐบาลเห็นความสำคัญ ให้เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ เพื่อให้ผู้ประกอบการกลับมาพลิกฟื้นธุรกิจ หรือกิจการได้ ก็เป็นเรื่องดี

กรณีรัฐบาลออกมาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ หรือ ซอฟต์โลน (Soft Loan) ให้รายย่อย แต่เมื่อผ่านแบงก์พาณิชย์แล้ว รายย่อยยังเข้าถึงยากมาก เพราะติดเกณฑ์ต่างๆ อยากให้รัฐบาลให้ความสำคัญในเรื่องนี้วงเงินไม่กี่แสนบาทจะต่อชีวิตผู้ประกอบการรายเล็กได้เป็นอย่างดี แม้อาจมีหนี้เสียบ้าง แต่หากพลิกฟื้นธุรกิจได้กว่า 80% จากจำนวนผู้กู้ทั้งหมด ถือว่าคุ้ม จะเป็นฐานรองรับการบริโภคจากต่างประเทศเข้ามาในอนาคต

นิพนธ์ สุวรรณนาวา
ประธานกิตติมศักดิ์ สภาหอการค้า และสภาอุตสาหกรรม จ.ประจวบคีรีขันธ์

ไม่ว่ารัฐผ่อนคลาย หรือมีมาตรการเข้มงวดอย่างไร ประชาชนก็ควรจะต้องพึ่งตนเองในการป้องกันโรคทั้งการฉีดวัคซีน การสวมหน้ากากอนามัย ไม่ไปสถานที่เสี่ยงที่มีประชาชนจำนวนมาก เพราะสถานการณ์โควิดในประเทศ หรือคลัสเตอร์ใหญ่ๆ ในจังหวัดยังไม่ยุติในเวลาสั้น แม้ว่าภาครัฐจะมีหลักเกณฑ์เข้มงวด แต่หน่วยงานรัฐบางแห่งไม่ปฏิบัติงานเต็มที่ทำให้หละหลวม ประกอบกับประชาชนก็ยังฝ่าฝืนข้อห้าม ทำให้ปัญหาโรคระบาดบานปลายตั้งแต่เมษายนที่ผ่านมา

ทางออกการป้องกันโควิดระยะยาว หากฉีดวัคซีนสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ให้กับคนไทยได้เพียงพอแล้ว ควรให้ความสนใจกลุ่มแรงงานต่างด้าว 3 สัญชาติ ภาครัฐต้องยอมรับความจริงว่าแหล่งเพาะเชื้อของโควิดบางคลัสเตอร์มาจากกลุ่มแรงงานต่างด้าว ประเทศไทยน่าจะเป็นประเทศเดียวในโลกยอมให้มีผู้ติดตามผู้ใช้แรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายเข้ามาอาศัยอยู่ในประเทศ จากการตรวจสอบพบว่าผู้ติดตามแรงงานมีจำนวนมาก แรงงาน 1 คน จะมีพ่อแม่ลูกเมียเข้ามาอยู่ร่วมกัน แต่คนเหล่านี้ไม่มีสิทธิได้รับวัคซีน หากเป็นไปได้ ตามหลักมนุษยธรรมก็ควรฉีดวีคซีนให้คนกลุ่มนี้ หรือหากเห็นว่ามาอยู่โดยผิดกฎหมาย ก็อาจจะเก็บค่าใช้จ่ายค่าวัคซีน

สำหรับการผ่อนคลายมาตรการ ควรเริ่มตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน จากนั้นเลื่อนเวลาเคอร์ฟิวเป็นเที่ยงคืน ให้ร้านอาหารเปิดจำหน่ายตามมาตรการเว้นระยะห่าง ตรวจคัดกรองผู้ใช้บริการ เชื่อว่าบทเรียนจากการปิดร้านนานพอสมควร ทำให้ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ต้องเคร่งครัดการปฏิบัติ ไม่มีใครอยากเห็นร้านค้ามีไทม์ไลน์ผู้ติดเชื้อ และควรเปิดให้ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร้านอาหารได้ เพราะใช้แก้วคนละใบ ดีกว่าปล่อยให้ไปมั่วสุมดื่มในเคหสถาน ใช้แก้วเดียวเวียนเทียนทั้งวง ส่วนตัวเชื่อว่าสถานบันเทิงทั้งผับ บาร์ คาราโอเกะ ยังไม่มีโอกาสได้เปิดบริการลูกค้าในระยะสั้น เพราะห่วงว่าจะเป็นคลัสเตอร์ใหญ่ หรือหากจะเปิดให้บริการ ก็คงไม่มีใครสวมแมสก์เข้าไปดื่มกิน หรือต้องเว้นระยะห่าง

ก่อนกำหนดมาตรการต่างๆ รัฐบาลต้องนำผู้มีประสบการณ์ หรือจากสมาคมภัตตาคาร ชมรมร้านอาหาร เสนอแนะแนวทาง กำหนดหลักเกณฑ์ปฏิบัติได้จริง เพื่อควบคุมโรค และควรสอดคล้องความเป็นจริงกับสังคมไทยตอบโจทย์ประชาชนทุกระดับ เนื่องจากหลายวันที่ผ่านมามีการปลดล็อกกิจการหลายอย่าง แต่ยังไม่ตอบโจทย์ ไม่กระตุ้นเศรษฐกิจได้จริงตามเป้าหมาย

กลุ่มข้าราชการมีเงินเดือนประจำ ไม่มีผลกระทบอะไรเหมือนภาคแรงงานบางส่วนต้องหยุดงาน ข้าราชการทุกคนรับเงินเดือนปกติ ก็มีโอกาสออกมาจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น ทำให้เม็ดเงินหมุนเวียนในระบบ ต้องยอมรับว่าประชาชนหรือผู้บริโภคส่วนใหญ่ยังไม่มั่นใจสถานการณ์ของโรคระบาด จึงไม่ต้องการแบกรับความเสี่ยงกับการติดเชื้อ

หลังมีการระบาดของโควิด-19 นานหลายเดือนในระลอกล่าสุด วันนี้สัญญาณการใช้มาตรการบังคับทางสังคม เริ่มมีประสิทธิภาพมากกว่าหลักเกณฑ์ของภาครัฐ จะพบว่าร้านอาหาร โรงแรม ร้านค้า โรงงานอุตสาหกรรม องค์กรเอกชนขนาดใหญ่ วางกฎเกณฑ์สำหรับผู้ใช้บริการ อย่างน้อยต้องฉีดวัคซีนครบโดส ต้องทำตามข้อปฏิบัติที่กำหนด ถือเป็นนิมิตหมายที่ดี ไม่เช่นนั้นปัญหาจะไม่จบ

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้สะวิงฟาวเดอร์ส คัพ รอบแรกแข่งไม่จบ ‘โค จิน ยอง’ นำเดี่ยว 8 อันเดอร์
บทความถัดไปสนธยา คุณปลื้ม พ่อเมืองพัทยา ถกแขนเสื้อบูสเตอร์ช็อต โดส 3