เสียงสะท้อนนักวิชาการ เพื่อไทยขยับ ปมม.112,116

รายงานหน้า 2 : เสียงสะท้อนนักวิชาการ พท.ขยับปม ม.112,116

รายงานหน้า 2 : เสียงสะท้อนนักวิชาการ พท.ขยับปม ม.112,116

หมายเหตุความเห็นนักวิชาการกรณีพรรคเพื่อไทยออกแถลงการณ์แสดงจุดยืนพร้อมนำข้อเสนอของภาคประชาชนในประเด็นการบังคับใช้กฎหมาย มาตรา 112,116 ประมวลกฎหมายอาญาเข้าสู่การพิจารณาของสภา

ยอดพล เทพสิทธา
อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

รายงานหน้า 2 : เสียงสะท้อนนักวิชาการ พท.ขยับปม ม.112,116

ในขณะที่หลายฝ่ายก็มองว่ากฎหมายไม่ได้มีปัญหา แต่มีปัญหาเรื่องของการบังคับใช้ การที่พรรคเพื่อไทยออกแถลงการณ์ คงประเมินดีแล้วว่าน่าจะเป็นผลดีมากกว่าการนิ่งเฉย ถ้าดูจากการประชุมของพรรคเพื่อไทยที่ขอนแก่น มีคนเสื้อแดงออกมาบอกว่าอย่าลืมคนเสื้อแดง ซึ่งต้องไม่ลืมว่ามีคนเสื้อแดงหลายคนถูกดำเนินคดีในมาตรานี้ ดังนั้น ถ้าพรรคเพื่อไทยไม่ทำอะไรเลยก็จะทำให้มวลชนฐานเสียงของพรรคเพื่อไทยโดยเฉพาะคนเสื้อแดงตั้งคำถามว่าตกลงพรรคเพื่อไทยทิ้งเขาแล้วใช่ไหม

และต้องเข้าใจว่าฐานเสียงของพรรคเพื่อไทยกับพรรคก้าวไกลมีความทับซ้อนกันอยู่ทั้งในแง่ของอุดมการณ์และแนวทางของพรรค ต้องไม่ลืมว่ามันมีหลายส่วนที่พรรคเพื่อไทยแข่งกับพรรคก้าวไกล ก็ต้องพยายามดึงฐานเสียงของเยาวชนกลับมาถ้าดูจากการชุมนุมที่ผ่านมาหลายๆ ครั้ง จะเห็นว่าคนที่ออกมาชุมนุมส่วนใหญ่เป็นนักเรียนอายุประมาณสิบกลางๆ ค่อนปลาย ซึ่งเขาอาจมีสิทธิเลือกตั้งภายใน 1 หรือ 2 ปีข้างหน้านี้ เพราะฉะนั้นจะเป็นคะแนนเสียงที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้เลย อย่างไรก็ต้องคำนึงถึง ดังนั้น การออกแถลงการณ์ของเพื่อไทย ส่วนตัวมองว่าส่วนหนึ่งเพราะต้องการคะแนนเสียงจากคนรุ่นใหม่ที่มองเห็นประเด็นปัญหา

ตอนนี้พรรคการเมืองที่พูดถึงเรื่องนี้มีสองพรรค คือ พรรคก้าวไกลและพรรคเพื่อไทย แต่จริงๆ เรื่องการแก้ไขกฎหมายมาตรานี้ถ้าย้อนไปเกือบ 10 ปีที่แล้วมีคณะรณรงค์แก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 (ครก.112) มีหลายกลุ่มที่ออกมาบอกว่าการใช้กฎหมายตรงนี้มันมีปัญหาอย่างไร ถามว่าจะมีกลุ่มอื่นอีกไหม ถ้าเป็นพรรคการเมืองคิดว่าน่าจะไม่มีในเรื่องของการแก้ไข

แต่พรรคเพื่อไทยก็ต้องคำนึงว่าการที่จะแก้ไขในกรณีที่เป็นการเลือกตั้งใหม่ข้างหน้า ก็ต้องมีเสียงของตัวเองบวกกับพรรคก้าวไกลที่มีแนวทางเดียวกันมากเกินกว่ากึ่งหนึ่งของ ส.ส. อันนี้ต้องมั่นใจได้ ถ้าประเมินแล้วว่าอย่างไรการเลือกตั้งคราวหน้าก็แพ้ตรงนี้มันไม่มีประโยชน์ ต้องไม่ลืมว่าการแก้กฎหมายมันต้องใช้เสียงของสมาชิกรัฐสภาซึ่งก็จะมีหลายด่าน แต่ก็ถือว่าเป็นนิมิตหมายที่ดีที่เพื่อไทยได้มาพูดในประเด็นนี้ อย่างที่ได้พูดในตอนแรกว่าฐานเสียงของเพื่อไทยหรือคนเสื้อแดงเองก็มีหลายคน มีจำนวนพอสมควรเลยที่ถูกดำเนินคดีในกฎหมายมาตรานี้ที่บางคนไม่มีสิทธิที่จะพิสูจน์ด้วยซ้ำผิดหรือถูกอย่างไร เพราะฉะนั้นก็ถือว่าเป็นการส่งสัญญาณที่ดี

จุดเปลี่ยนที่ทำให้พรรคเพื่อไทยออกแถลงการณ์แก้ไขมาตรา 112 คิดว่าน่าจะเกิดจากการประเมินสถานการณ์ในปัจจุบันกับการที่มีแฟนคลับของเพื่อไทยเองหรือแฟนคลับของก้าวไกลออกมาพูดถึงว่าทำไมพรรคที่อ้างว่าเป็นฝ่ายประชาธิปไตยถึงไม่พูดปัญหาของกฎหมายนี้ คิดว่านี่ก็เป็นความจำเป็นหนึ่งที่เพื่อไทยจำเป็นจะต้องออกแอ๊กชั่นบางอย่าง ประกอบกับการไปประชุมพรรคที่ขอนแก่น ก็มีคนเสื้อแดงมาชุมนุมกันบอกว่าพรรคเพื่อไทยอย่าทิ้งคนเสื้อแดง มันมีจุดเปลี่ยนตรงนี้จริงๆ ถ้าคนเสื้อแดงบอกว่าไม่เอาแล้ว คนเสื้อแดงเองตอนนั้นถูกดำเนินคดีกฎหมายมาตรานี้เยอะแต่เพื่อไทยไม่ขยับเลย กลายเป็นอีกพรรคการเมืองหนึ่งขยับ เขาก็ไปเลือกตรงนั้นดีกว่า ถึงแม้ว่าจุดขายของพรรคเพื่อไทยอยู่ที่นโยบายทางเศรษฐกิจ ที่กระตุ้นเศรษฐกิจ กระจายรายได้ แต่ต้องไม่ลืมว่าประเด็นในเรื่องของกฎหมายและความยุติธรรมผมคิดว่ามันถูกหยิบยกขึ้นมาในปัจจุบันเป็นประเด็นที่สำคัญไม่แพ้ในเรื่องของเศรษฐกิจ

อย่างไรก็ตาม แม้นำเรื่องนี้เข้าสภาแล้ว ส่วนตัวคิดว่าการชุมนุมเรียกร้องภาคประชาชนคงไม่ลดลง เพราะต้องไม่ลืมว่าในอดีตในประมวลกฎหมายอาญามาตรานี้มีหลายแนวทาง 1.คือการแก้ไข 2.คือยกเลิก ยกเลิกไม่มีปัญหา ยกเลิกก็คือยกเลิก แต่การแก้ไขมีหลายแนวทาง และการแก้ไขของแต่ละกลุ่มก็จะไม่เหมือนกัน บางกลุ่มแก้น้อย บางกลุ่มแก้มาก บางกลุ่มแก้โครงสร้างไปเลย หรือบางกลุ่มเสนอให้ไปใช้กฎหมายอื่น ตรงนี้ก็มีปัญหาที่จะต้องคุยกันในเรื่องของการแก้ไขว่าแก้แล้วจะไปทางไหน แต่คิดว่าคงไม่ทำให้การเคลื่อนไหวในภาคประชาชนถูกยกเลิก เพราะถ้าเข้าใจไม่ผิดเยาวชนที่ไปร่วมชุมนุมเขาขอยกเลิก ซึ่งก็ต้องดูท่าทีพรรคการเมืองแต่ละพรรคว่าจะไปทางไหน จะไปยกเลิกหรือแก้ไข และแก้ไขอย่างไร

—–

พนัส ทัศนียานนท์
อดีตคณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

รายงานหน้า 2 : เสียงสะท้อนนักวิชาการ พท.ขยับปม ม.112,116

การเสนอแก้ไขเป็นเรื่องที่ดี เพราะยังมีประเด็นที่ควรเสนอให้แก้ไข อย่างที่มีข้อเรียกร้องนานแล้ว การแก้ไขที่ถูกต้องก็ควรเสนอให้แก้กฎหมาย หากพรรคการเมืองเป็นฝ่ายริเริ่ม รับเป็นเจ้าภาพโอกาสที่จะแก้ไขสำเร็จก็จะมีมากขึ้น ดีกว่าให้ภาคประชาชนออกมาเรียกร้องกันเองแล้วในที่สุดก็ไปไม่ถึงไหน เข้าชื่อแล้วก็ไปไม่รอด แต่สำหรับพรรคการเมืองฝ่ายค้านที่เสนอให้แก้ไขกฎหมายก็คงไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะพรรคการเมืองฝ่ายรัฐบาลที่มีเสียงมากกว่าอาจจะไม่เห็นด้วย กฎหมายคงผ่านได้ยาก แต่ก็ยังดีกว่าอยู่นิ่งเฉยไม่ทำอะไรเลย

การแก้ไขให้กฎหมายบังคับใช้ในลักษณะใด ก็จะอยู่ที่เหตุผลจากข้อเรียกร้อง โดยเฉพาะการเสนอแก้ไขเพื่อให้การพิจารณากฎหมายมีความเป็นธรรมมากขึ้น หรือโทษเดิมที่มีความรุนแรงอาจจะลดลงมาได้หรือไม่ หรือไม่ควรนำกฎหมายนี้มาใช้กลั่นแกล้งกันทางการเมือง สำหรับบางประเทศก็ยังไม่ยกเลิก เช่น อังกฤษไม่ได้เลิก แต่ไม่ได้ใช้มาเป็นร้อยปีแล้ว ส่วนสาเหตุที่ยังไม่ยกเลิกเพราะประมุขของประเทศก็ต้องมีการคุ้มครองตามสมควร

สำหรับการมีส่วนร่วมของพรรคการเมืองเพื่อแก้กฎหมาย ก็อยู่ที่นโยบายของแต่ละพรรค อย่างพรรคเพื่อไทยตามที่มีจดหมายเปิดผนึก ก็ชัดเจนว่าจะเสนอให้แก้ไข ไม่ได้เสนอให้ยกเลิก ส่วนตัวก็หวังว่าข้อเสนอของพรรคเพื่อไทยจะแก้ไขกฎหมายเพื่อพิจารณาโทษให้เบาลง หรือกระบวนการก่อนมีคดี ไม่ควรปล่อยให้ผู้ฟ้องเป็นใครก็ได้ไปแจ้งความเหมือนทุกวันนี้

เชื่อว่าข้อเสนอให้แก้ไขกฎหมายของพรรคเพื่อไทย น่าจะต้องมีอะไรแปลกใหม่ให้เห็นบ้าง ดีกว่าอยู่นิ่งเฉย ทำเป็นทองไม่รู้ร้อน และต้องติดตามว่าจะเสนอแก้กฎหมายเพียงพรรคเดียวหรือไม่ หรือพรรคฝ่ายค้านเห็นตรงกัน ก็ต้องดูกันต่อไป แม้ว่าการเสนอให้แก้ไขของพรรคเพื่อไทย อาจทำให้กลุ่มที่ออกมาเคลื่อนไหวนอกสภายังไม่พอใจ เพราะมีเจตนาต้องการจะยกเลิก มีการทำกิจกรรมเข้าชื่อยื่นหนังสือให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการยกเลิกกฎหมายนี้ในประมวลกฎหมายอาญา

แน่นอนว่าเรื่องนี้จะกลายเป็นประเด็นทางการเมือง เพียงแต่ใครจะใช้ประเด็นนี้ไปทางไหนเท่านั้นเอง อย่างพรรคเพื่อไทยจำเป็นต้องทำเรื่องนี้ เพราะเป็นกระแสการเรียกร้องที่แรงมากขึ้น หากพรรคไม่สนใจก็จะต้องตกขบวน ขณะที่พรรคก้าวไกลสนใจเรื่องนี้มาก่อน น่าจะมีข้อเสนอตามแนวทางการปฏิรูปที่ก้าวหน้ามากกว่า แต่เชื่อว่าอย่างน้อยหลังจากพรรคเพื่อไทยออกมาแสดงจุดยืน คณะทำงานของพรรคฝ่ายค้านก็จะต้องพูดคุยกัน

แต่ส่วนตัวคิดว่าการแก้กฎหมายให้ยกเลิกทันทีคงทำได้ยาก แต่ถ้าทำให้โทษเบาลง หรือทำให้กระบวนการมีความเป็นธรรม ป้องกันไม่ให้ใครก็ได้อาศัยกฎหมายนี้กลั่นแกล้งกันทางการเมือง ก็เชื่อว่าจะทำให้บรรยากาศหลายอย่างดีขึ้น

————

ชัยเกษม นิติสิริ
ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมืองพรรคเพื่อไทย

รายงานหน้า 2 : เสียงสะท้อนนักวิชาการ พท.ขยับปม ม.112,116

ได้ออกจดหมายเปิดผนึกผ่านเพจพรรคเพื่อไทย

ปัญหาการใช้กฎหมายอาญาดำเนินคดีเพื่อจำกัดความคิดเห็นทางการเมืองที่แตกต่างอย่างล้นเกิน ไม่ว่าจะเป็นประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 มาตรา 116 พระราชบัญญัติการกระทำอันเป็นความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ฯ หรือความผิดฐานฝ่าฝืนประกาศที่ออกตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน สร้างผลกระทบให้ประชาชนเสียหายจากกระบวนการยุติธรรมที่ประชาชนสงสัยว่า ไม่เป็นไปตามหลักนิติรัฐนิติธรรม และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้ปฏิบัติหน้าที่ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับคดีดังกล่าวโดยมิชอบด้วยหลักกฎหมายและสิทธิมนุษยชน ซึ่งทำให้ประชาชนขาดความเชื่อมั่นในหลักกฎหมายและหลักความยุติธรรมของประเทศ

ตามที่ภาคประชาชนได้เรียกร้องและเสนอร่างแก้ไขข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการกระทำดังกล่าว พรรคเพื่อไทยในฐานะพรรคที่มีเสียงสมาชิกมากที่สุดในสภาผู้แทนราษฎร พร้อมนำข้อเสนอดังกล่าวเข้าสู่วาระการประชุมรัฐสภา เพื่อตรวจสอบระบบการทำงานของบุคคลในกระบวนการยุติธรรม ตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตำรวจ อัยการ ศาล และราชทัณฑ์ ว่าได้ปฏิบัติหน้าที่หรือใช้ดุลพินิจไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมายหรือไม่ และตรวจสอบการสั่งการโดยรัฐบาล รวมถึงการแก้ไขกฎหมาย ระเบียบปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม เพื่อให้นักโทษทางความคิดได้รับการปล่อยตัว และไม่ให้เกิดนักโทษทางความคิดเพิ่มขึ้นอีก ซึ่งจะเป็นจุดเริ่มต้นของการฟื้นฟูความเชื่อมั่นในระบบยุติธรรมของประเทศไทย

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon