เสรีพิศุทธ์ – สิระ จาก ‘ว่าที่ผู้สมัครเสรีรวมไทย’ สู่ ‘คู่แค้นไม่เผาผี’

สิระ - เสรีพิศุทธ์

เสรีพิศุทธ์ – สิระ จาก ‘ว่าที่ผู้สมัครเสรีรวมไทย’ สู่ ‘คู่แค้นไม่เผาผี’ 

สิระ เจนจาคะ ถูกมติ 7 ต่อ 2 ศาลรัฐธรรมนูญ สั่งพ้นส.ส.กทม. เพราะถูก พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ขุดอดีตพบว่า เคยต้องคำพิพากษาอันถึงที่สุด “ฐานฉ้อโกง” จากศาลแขวงปทุมวัน สั่งจำคุกนายสิระ ในคดีหมายเลขดำที่ 812/2538 คดีหมายเลขแดงที่ 2218/2538

นอกจากพ้นส.ส.ทันที เพราะมีคุณสมบัติต้องห้ามของคนเป็นส.ส. ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 98 (10) ยังจะมี ดาบ 2 และ 3 ตามมาเป็นซีรี่ย์

ดาบ 2 ต้นสังกัด สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร โดยสำนักการคลัง ต้องเร่งตรวจสอบเพื่อเรียกคืนเงินเดือน และรายได้ทั้งหมดของ นายสิระ ที่ได้จากสภาผู้แทนราษฎรทุกบาททุกสตางค์ ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2562 ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้พ้นจากส.ส.

ประกอบด้วย 1.เงินเดือนและเงินประจำตำแหน่ง เดือนละ 113,560 บาท ตั้งแต่วันที่ 24 เดือนมีนาคม 2562 ถึงวันที่ 22 ธันวาคม 2564 2.เงินเดือนผู้ช่วยส.ส. ของนายสิระ จำนวน 7 คน ตั้งแต่ 15,000-20,000 บาท 3.ค่าเบี้ยประชุม-ค่าเดินทางต่างๆ ของนายสิระ ระหว่างดำรงตำแหน่ง ส.ส.

และ ดาบที่ 3 อย่างที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ คู่แค้น เจ้าของเรื่องว่าไว้

โดย พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ได้ยื่น กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ดำเนินคดีอาญากับนายสิระต่อ กรณีให้การเท็จเรื่องคุณสมบัติการลงสมัครรับเลือกตั้ง ซึ่งคดีดังกล่าว มีโทษจำคุก 1-10 ปี ไม่มีรอลงอาญา และถูกตัดสิทธิทางการเมือง 20 ปี และอาจถูกสั่งให้ชดใช้ค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งซ่อมอีกด้วย

“ตอนนี้นายสิระ อายุ 57 ปี ถ้าผิดถูกศาลตัดสิทธิทางการเมือง อีก 20 ปีก็ครบ 77 ปี แล้วค่อยมาเจอกันหน่อย รวมถึงต้องชดใช้ค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งซ่อมใหม่ ซึ่งก็ยังไม่รู้ว่าเท่าไหร่ แต่เห็นว่า อวดร่ำอวดรวย ก็ขอให้จ่ายให้หมด”

นี่ยังไม่นับรวมคดีที่อาจเกิดขึ้นกับ พรรคพลังประชารัฐ และ กกต. ที่บกพร่องในการตรวจสอบประวัติของผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งด้วย

แน่นอน อย่างที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ว่าไว้อีกเช่นกันว่า คดีนี้จะไม่ถูกขุด หาก นายสิระ ไม่มาวิวาทะด้วย

“พฤติกรรมของนายสิระกร่างไปทั่ว ไปกร่างกับตำรวจที่ภูเก็ต และยังกร่างกับอดีต ผบ.ตร. เลยต้องให้รู้ดำรู้แดงว่า ถ้านายสิระรู้จักเป็นมิตรกับคนอื่นๆ เป็นมิตรกับตำรวจ เป็นมิตรกับผม เรื่องนี้ก็คงไม่เกิดขึ้น” พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ระบุ

ทั้งนี้ ต้องยอมรับว่า ก่อนที่ทั้งสอง จะเป็นคู่แค้นกันนั้น เคยสัมพันธ์ดีกันมาก่อน

โดย นายสิระ เคยมีชื่อจะร่วมพรรคเสรีรวมไทย เป็น 1 ในปาร์ตี้ลิสต์ลงเลือกตั้ง ร่วมกับ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ก่อนที่จะถูกพลังประชารัฐทาบทาม ได้เข้าสภาฯสมใจ เป็นส.ส.สมัยแรก ที่เขตหลักสี่

แม้ช่วงแรก ในที่ประชุมกมธ.ป.ป.ช.จะมีภาพขัดแย้งกัน จากการที่ นายสิระ เป็น 1 ที่เบื้องบนพลังประชารัฐวางไว้ให้เล่นบทเป็น 1 ในองครักษ์ ร่วมกับ ปารีณา ไกรคุปต์ กับ ไพบูลย์ นิติตะวัน เพื่อสู้ฝ่ายค้าน ที่พยายามใช้กลไกของ กมธ.ป.ป.ช. ขุดเรื่องของ 3 ป.คสช.มาตรวจสอบ

แม้ในเกมแรงแค่ไหน แต่เมื่อถึงเทศกาลปีใหม่ นายสิระ ก็ยังถือกระเช้าเข้าอวยพร พร้อมๆขออภัย พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ที่ได้ล่วงเกิน

แต่ทันทีที่ นายสิระ สวมบทรุกกลับ รื้อฟื้นคดีเก่าของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เพื่อตอบโต้ หลังพุ่งเป้าเล่น “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กรณีถวายสัตย์ไม่ครบ แบบไม่ยอมเลิกรา ทำความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็แทบจะเป็นศัตรูกับอย่างถาวร

โดยเฉพาะความพยายามที่ นายสิระ ไปรื้อฟื้นคดีสร้างท่าเทียบเรือ บ้านพักริมน้ำแม่น้ำเจ้าพระยา ย่านบางกระบือ ของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ โดยเล่นใหญ่ขนาดเหมาเรือ พาสื่อลงล่องไปถึงหน้าบ้าน จนหน่วยงานที่รับผิดชอบ นำเรื่องนี้แจ้งความอีกครั้ง ก่อนที่จะเด้งรับเข้ากมธ.กฎหมายที่ตนเองเป็นประธานอีกทอดหนึ่ง

นี่จึงเป็นที่มา “ศึกใหญ่ 2 กมธ.” ระหว่าง กมธ.ป.ป.ช. กับ กมธ.กฏหมายฯ 

แต่ที่สุด พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ มีหลักฐานเด็ดกว่า สามารถขุดอดีตของ นายสิระ จนพบ “จุดตาย” ของคดีนี้

กระทั่ง นายสิระ เคยลั่นวาจา ประกาศตัดขาด พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ แบบไม่เผาผีกัน

“ผมขอฝากถึง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ในเมื่อท่านจองเวรจองกรรมผม ผมก็ขอประกาศเลยว่า ถ้าผมตายท่านไม่ต้องมาเผาผีผม ถ้าท่านตายผมก็จะไม่เผาผีท่าน ผมขอพบท่านทุกภพทุกชาติไป”

โดยเฉพาะอดีตที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ขุดจนเจอว่า นายสิระ เคยใช้ชื่อ ชลสิทธิ์ และ สุรสิทธิ์ ก่อนจะเป็นชื่อมาเป็น นายสิระ นั้นเคยมีคุณสมบัติต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ เพราะเคยต้องโทษในคดีฉ้อโกงมาก่อน เมื่อปี 2538 ที่ศาลแขวงปทุมวัน ตัดสินจำคุก 8 เดือน แต่รับสารภาพ จึงลดโทษเหลือติดคุก 4 เดือน

เป็น 4 เดือนที่ “ดับอนาคตทางการเมือง” ของ ส.ส.หลักสี่ “สิระ เจนจาคะ” ลงได้แบบมืดสนิท 

ย้อนอ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon