หมายเหตุ – นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ให้สัมภาษณ์ “มติชน” เพื่อถอดบทเรียน ประสบการณ์ และแนวทางรับมือโควิด-19 ในปี 2565 และในอนาคต
⦁โชคดีไทยเข้าถึงวัคซีนหลายแพลตฟอร์ม
นายอนุทินกล่าวว่า ประเทศไทยรับมือกับโควิด-19 มาครบ 2 ปี เป็นประเทศแรกที่รายงานผู้ป่วยนอกประเทศ เป็นจุดเริ่มต้นของการระบาด สะท้อนถึงการเตรียมความพร้อมในการจัดการปัญหาโรคติดต่ออุบัติใหม่ ส่วนสถานการณ์ปัจจุบันเราไม่ควรเรียกว่าผ่อนคลายไปอย่างไรบ้าง แต่ต้องดูว่าทำอะไรไปบ้างเพื่อให้สถานการณ์ดีขึ้น เช่น เร่งฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 วันที่ 20 ธ.ค.2564 ฉีดครบ 100 ล้านโดส โชคดีไทยเข้าถึงแหล่งผลิตวัคซีนในหลายแพลตฟอร์ม มีความน่าเชื่อถือ ความก้าวหน้าในระบบการสาธารณสุข ทำให้การเจรจาซื้อวัคซีนบรรลุข้อตกลงกับผู้ผลิตได้โดยเร็ว นำเข้ามาฉีดให้คนไทยได้จำนวนมาก
เมื่อประชาชนมีภูมิคุ้มกันแล้ว ประกอบกับความร่วมมือที่เขาให้มาโดยตลอดในการเว้นระยะห่าง สวมหน้ากากอนามัย หลีกเลี่ยงการชุมนุมกันของผู้คนจำนวนมากก็ทำให้สถานการณ์ทั้งหลายเป็นไปได้ด้วยดียิ่งขึ้น ทุกภาคส่วนราชการร่วมมือ ทำงานบูรณาการ เช่น ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 หรือ ศบค. เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล ร่วมกันป้องกันการลักลอบเข้าเมือง การร่วมกันออกมาตรการต่างๆ ตามสถานการณ์ที่ดำเนินไป
นอกจากนั้น ยังได้รับการสนับสนุนในระดับรัฐบาล ตั้งแต่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และคณะรัฐมนตรี (ครม.) สนับสนุนงบประมาณให้ สธ.จัดเตรียมดูแลประชาชนในช่วงโควิด-19 อาทิ ยา เวชภัณฑ์ การขยายเตียงไอซียู เครื่องมือแพทย์ สนับสนุนการเปิดโรงพยาบาลสนามในช่วงระบาดรุนแรง และสนับสนุนให้สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ได้ครอบคลุมค่าใช้จ่ายเพื่อรักษาประชาชนจากโควิด-19 ทุกรูปแบบ ตั้งแต่การแยกกักที่บ้าน (Home Isolation) ศูนย์พักคอยในชุมชน (Community Isolation) ฮอสปิเทล (Hospitel) ตลอดจนการรักษาใน รพ.ที่มีเครื่องมือทันสมัย เป็นปัจจัยทำให้สถานการณ์ไม่ลุกลามไปจนถึงขั้นโกลาหลวุ่นวาย
⦁เผยเครือข่ายสธ.เข้มแข็งรับมือได้
นายอนุทินกล่าวว่า สถานการณ์ที่ผ่านมาเป็นสิ่งที่เกิดขึ้น ต้องขอชื่นชมผู้วางรากฐานระบบการสาธารณสุขไทย มีองค์ความรู้ต่างๆ มารับมือกับโรคระบาดต่างๆ ได้อย่างมั่นคง แข็งแกร่ง ตนเชื่อว่าไทยเป็นประเทศเดียวที่มี รพ.ทันสมัยทุกจังหวัด มี รพ.หลักประจำจังหวัด ดูแลประชาชนในพื้นที่เต็มที่ แต่ละจังหวัดมี รพ.อำเภอ ต่อให้อำเภอเล็กที่สุดก็ยังมี รพ.ที่มีความทันสมัยระดับหนึ่ง ด้วยระบบส่งต่อภายในจังหวัด และบริหารงานตามเขตสุขภาพทั้ง 13 เขต รวมกรุงเทพมหานคร ทำให้เชื่อมต่อกันภายในจังหวัด ส่งต่อไปยัง รพ.ศูนย์ในจังหวัดใหญ่ภายในเขตสุขภาพเดียวกันได้ มีหน่วยบริการสนับสนุน เช่น รพ.ศูนย์มะเร็ง กรมการแพทย์ รพ.จิตเวช กรมสุขภาพจิต มีเครือข่ายทั่วประเทศ ไปจนถึง รพ.เฉพาะทางสังกัดกระทรวงสาธารณสุข คอยสนับสนุนตลอดเวลา ขณะที่หน่วยย่อยที่สุดคือ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) เสมือนคลินิกดูแลประชาชนตามตำบล หมู่บ้านต่างๆ ดังนั้น เมื่อเรามีวิกฤตทางสาธารณสุขก็สามารถใช้ระบบเครือข่ายทั้งหมดของ สธ.รับมือได้
ความสำเร็จในการควบคุมโควิด-19 เกิดจากความร่วมมือของทุกฝ่าย และที่ประสบความสำเร็จที่สุดคือพี่น้องประชาชน ถ้าหากทุกท่านให้ความร่วมมือ ปฏิบัติตามมาตรการของรัฐเต็มที่ ป้องกันตนเองและผู้อื่นเต็มที่ตามมาตรการป้องกันขั้นสูงสุด (Universal Prevention) โอกาสที่เชื้อโควิด-19 จะแพร่กระจายไปก็ไม่มี ภาครัฐทำได้เพียงแนะนำแนวทางป้องกัน จัดหายา เวชภัณฑ์ บุคลากรสาธารณสุข และเตรียมทรัพยากรทางการแพทย์เพื่อรักษา ดังนั้น เราต้องร่วมกัน
⦁แจงคำปรามาสฉีดวัคซีนไม่ทันสถานการณ์
นายอนุทินกล่าวว่า ด้วยการควบคุมโรคโควิด-19 ของไทย ล่าสุด เมื่อวันที่ 9 ธ.ค.2564 มหาวิทยาลัยจอห์นฮอปกินส์ จัดอันดับประเทศทั่วโลกเรื่องความพร้อมรับสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งไทยได้อันดับดีขึ้น เลื่อนจากอันดับ 6 มาเป็น 5 และเป็นที่ 1 ของเอเชีย ด้วยระบบตรวจจับและรายงานโรครวดเร็ว (Early Detection and Reporting) ทำให้ไทยมีผลงานเป็นที่ประจักษ์จากการเฝ้าระวัง คัดกรองพบผู้ป่วยโควิดรายแรก ตั้งแต่วันที่ 8 ม.ค.2563 เสมือนการส่งสัญญาณให้ทั่วโลกตื่นตัวขึ้นมารับมือกับโควิด-19 ถือเป็นโรคระบาดครั้งใหญ่ของโลก (Pandemic) นับเป็นความสำเร็จและความภาคภูมิใจของทุกคนในประเทศ
เมื่อถามว่าคำปรามาสหนาหูตั้งแต่ไทยมีวัคซีนขวดแรกว่าจัดหาวัคซีนได้ไม่พอ เข้าไม่ถึงวัคซีน รวมถึงศักยภาพการฉีดไม่ทันสถานการณ์ระบาด จนมาถึงวันนี้ที่ไทยฉีดวัคซีนได้ครบ 100 ล้านโดส นายอนุทินกล่าวว่า เรามาทำงานในฐานะรัฐมนตรีว่าการ สธ. เราไม่ได้ทำตามอารมณ์ของเรา ไม่ได้ทำตามคำปรามาสของใคร หรือการใช้ความเป็นส่วนตัวตัดสินใจทำอะไรได้ ตนมาทำหน้าที่ ภารกิจถูกระบุไว้ชัดเจนคือดูเรื่องสุขภาพ คุณภาพชีวิตประชาชน ฉะนั้น วัคซีนเข็มแรกจนถึงเข็มที่ 100 ล้าน ถือเป็นหน้าที่ของ สธ.ต้องจัดหาสิ่งที่ดีที่สุด สร้างความปลอดภัยให้ประชาชนจากความเสี่ยงทั้งโรคระบาดและไม่ระบาด
ไม่ได้รู้สึกอะไรว่าที่ผ่านมามีคำวิพากษ์วิจารณ์มากมายว่า สธ.หรือตัวผมเองไม่มีความสามารถในการบริหารจัดการวัคซีน ไม่สามารถหาวัคซีนมาทันเวลา ไม่สามารถหาวัคซีนคุณภาพมาให้ประชาชน เอาวัคซีนเซินเจิ้นบ้าง วัคซีนไร้คุณภาพมา แต่กาลเวลาที่ผ่านไปพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ประชาชนที่ได้รับวัคซีนมีความปลอดภัยจากการติดเชื้อโควิด-19 หากติดเชื้อก็สามารถลดความรุนแรงของโรคได้ เป็นไปตามสรรพคุณวัคซีน
⦁แจงแผนจัดหาวัคซีนปี’65พร้อมฉีด
นายอนุทินกล่าวว่า ดังนั้น การที่คนไทยได้รับวัคซีนจำนวนมาก ไม่ว่าชนิดใด ทั้งชนิดไวรัลเวกเตอร์ ชนิดเชื้อตาย ชนิด mRNA หรือในอนาคตจะมีชนิดโปรตีนซับยูนิตเบส ทุกอย่างอยู่ที่ช่วงเวลาของการเข้ามาของวัคซีนนั้น ย้ำว่าวัคซีนที่ดีคือวัคซีนฉีดเข้าถึงตัวเราเร็วที่สุด พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเป็นไปตามนั้น ตนพูดได้อย่างเดียวว่า สธ.และรัฐบาลไทยจัดหาวัคซีนที่มีประโยชน์ สร้างเสริมภูมิคุ้มกันให้ประชาชนได้ นอกจากนี้ ยังสามารถยืนยันคำสั่งซื้อวัคซีนในสัญญาเพื่อนำมาเป็นเข็มเสริม หรือบูสเตอร์ โดส (Booster Dose) ให้ประชาชนในปี 2565 แล้ว รวมถึงได้ลงนามการจัดซื้อจัดหาวัคซีนในรุ่นต่อไปจะขยายการครอบคลุม ป้องกันสายพันธุ์อื่นได้เป็นที่เรียบร้อย
ส่วนแผนการจัดหาวัคซีนโควิด-19 สำหรับปี 2565 เบื้องต้นประกอบด้วย วัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า 60 ล้านโดสวัคซีนไฟเซอร์ 30 ล้านโดส และกำลังเจรจากับผู้ผลิตวัคซีนตระกูล หรือชนิดอื่นๆ เพื่อนำมาฉีดเป็นเข็มกระตุ้น และเพื่อสร้างเสริมภูมิคุ้มกันให้เด็กตั้งแต่อายุ 6-11 ปี จำนวนกว่า 5 ล้านคนในประเทศ เป็นวัคซีนในเจเนอเรชั่น 2 พร้อมใช้ ไม่ต้องผสมน้ำเกลือ ทำให้สะดวกในการให้บริการประชาชน ทั้งยังเตรียมงบประมาณสำหรับวัคซีนที่พัฒนาผลิตโดยสถาบันต่างๆ ของประเทศ เพื่อนำมาใช้ให้ประชาชนทุกคน ดังนั้น จำนวนวัคซีนปีหน้ารับประกันได้ว่าหากไม่มีโรคติดต่ออื่นที่ไม่เกี่ยวกับโคโรนาไวรัส วัคซีนเหล่านี้สามารถสร้างความปลอดภัยให้ประชาชนได้ที่สำคัญคือความเพียงพอที่ชัดเจน เนื่องจากเราจะฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นเติมภูมิคุ้มกัน นักวิชาการต่างๆ เองศึกษาทดลองวิธีการฉีดต่อเนื่อง หากได้รับการยืนยันทางวิชาการ มีแนวทางออกมา สธ.พร้อมฉีดให้ประชาชน เพราะมีวัคซีนพร้อม จะไม่ประสบภาวะวัคซีนขาดแคลนแน่นอน
⦁เปิดกลยุทธ์รับมือเตรียมอัดวัคซีนเพิ่ม
นายอนุทินกล่าวว่า ส่วนการบริการวัคซีนในปีหน้ายืนยันว่า ต้องฟรีเพื่อประชาชน รวมถึงการรักษาโควิด-19 ปีหน้า หากยังเป็นโรคติดต่อร้ายแรงทั่วโลก หรือแม้กระทั่งเป็นโรคประจำถิ่นแต่สามารถเกิดการระบาดได้ ในเรื่องค่าใช้จ่าย ความคุ้มครองก็ยังอยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของ สปสช. เป็นหน้าที่ของรัฐบาลต้องดูแลประชาชนคนไทยทุกคน ขณะเดียวกันชาวต่างชาติเข้ามายุคโควิด-19 ระบาดทั่วโลก จำเป็นต้องมีประกันสุขภาพ วงเงินคุ้มครอง 5 หมื่นเหรียญสหรัฐ ทำให้ไม่เป็นภาระประเทศไทยในการรักษาและมีรายได้เข้ามาตามวงเงินประกันสุขภาพนั้นๆ
ส่วนกลยุทธ์รับมือโควิด-19 ในปี 2565 ยังยืนยันว่าความร่วมมือของประชาชนเป็นสำคัญในการจะทำให้ปีหน้าเรากลับมาใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงปกติที่สุด ด้วยการเข้ารับวัคซีนครบตามเกณฑ์ ระวังตัวตามมาตรการป้องกันขั้นสูงสุด (UP) มาตรการ DMHTT รวมถึงมาตรการ VUCA จากตัวอักษรที่มีความหมายมาจาก V-Vaccines, U-Universal Prevention, C-Covid-19 Free Setting และ A-ATK จะทำให้การป้องกันตนเองของประชาชนเกิดความเรียบร้อย โอกาสแพร่เชื้อก็น้อยลง
ส่วนความพร้อมด้านเวชภัณฑ์ ยารักษาโรค มีจำนวนยาสำรองไว้เพียงพอต่อสถานการณ์ หากเลวร้ายลงเรามียาพอ มีบุคลากรทางการแพทย์ มีสถานพยาบาลดูแลผู้ป่วยเต็มที่ ทุกอย่างอยู่ในบริบทเตรียมเอาไว้ ยิ่งได้รับความร่วมมือจากประชาชนแล้ว การควบคุมสถานการณ์ได้ทั้งหมด ทำให้การระบาดโควิด-19 ลดความรุนแรง กลายเป็นเรื่องทั่วไป เมื่อขอให้มารับวัคซีนคนก็ไม่ต้องเป็นกังวลต่อไป อาจเกิดขึ้นได้ในปีหน้า
หวังว่าความพร้อมของเราคือการเตรียมความพร้อม ไม่ต้องนำมาใช้จริง เพราะหากได้รับความร่วมมือดี วัคซีนกระจายไปทั่วประเทศ โอกาสติดเชื้อโควิด-19 ก็ต้องลดลงมาก แม้จะมีสายพันธุ์ใหม่อย่างโอมิครอนก็ขออย่าตระหนกจนเกินไป เพราะไทยมีระบบคัดกรองผู้เข้ามาในประเทศ
⦁รัฐบาลสั่งจองยาต้านไวรัสไว้แล้ว
นายอนุทินกล่าวว่า นอกจากนี้ ช่วงสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศเริ่มผ่อนคลายขึ้น เตียงใน รพ.ถูกปรับไปใช้รักษาโรคตามปกติแล้ว ส่วนเตียงขยายเพิ่ม เช่น รพ.สนาม ศูนย์พักคอยในชุมชน หรือฮอสปิเทล อยู่ในโหมดสแตนด์บาย (Standby) พร้อมกลับมาเปิดใช้ได้ทันทีหากพบสถานการณ์ระบาดอีกครั้ง
เมื่อเกิดการระบาดโควิด-19 ขึ้นเราก็เดินหน้าพัฒนาระบบจัดการที่มีให้ดีขึ้น เราไม่ปล่อยให้ไวรัสมันชกเราอย่างเดียว แต่เราต้องเรียนรู้รับมือกับมัน จึงถือเป็นการวางระบบบริการทางด้านสาธารณสุขในภาวะฉุกเฉินให้ไทยพร้อมรับมือในทุกเวลา
ด้านยารักษาผู้ป่วย รัฐบาลสั่งจองยาต้านไวรัส ได้แก่ ยาโมลนูพิราเวียร์ (Molnupiravir) ผลิตโดยบริษัท เมอร์ค (Merck) จำนวน 50,000 คอร์ส ยาแพกซ์โลวิด (Paxlovid) ผลิตโดยบริษัท ไฟเซอร์ อีก 50,000 คอร์ส จึงไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องมาตรฐานการรักษาพยาบาล หากมียาใดมีผลการศึกษาว่าใช้ได้ดี รัฐบาลก็พร้อมสนับสนุนเต็มที่
ทุกจังหวัดเตรียมพร้อมขั้นสูงสุดกับการเปิดประเทศต้อนรับผู้เดินทางเพื่อฟื้นตัวเศรษฐกิจคนไทย มีการจัดประชุม 4 ภาค เพื่อให้ผู้บริหารทุกจังหวัดมาประชุมหารือแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ เตรียมความพร้อมของทุกพื้นที่ สธ.ก็เดินหน้าทำความเข้าใจประชาชนในเรื่องของชีวิตวิถีใหม่ (New normal) ให้ประชาชนรู้เรื่องการป้องกันโรคติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ รู้วิธีรักษาสุขภาพ และยังช่วยกระตุ้นเตือนให้ผู้ประกอบการคำนึงถึงการจัดสถานที่ สิ่งแวดล้อม เพื่อลดความเสี่ยงต่อการแพร่กระจายเชื้อ จะต้องทำให้ทุกสิ่งที่กล่าวมาข้างต้นเป็นการรับรู้สุขภาวะทางสุขภาพให้แก่ทุกคน เพื่อป้องกันตนเองในวิกฤตโรคระบาดต่อไป
⦁ยันงบประมาณพร้อมรับมือโควิด
นายอนุทินกล่าวว่า สำหรับงบประมาณดูแลโควิด-19 ต้องมี ตราบใดการระบาดยังรุนแรง ไม่ใช่ความผิดของประชาชน รัฐจะต้องดูแลสวัสดิภาพต่างๆ ส่วนบุคลากรสาธารณสุข รวมถึงอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ได้สร้างขวัญกำลังใจอยู่เรื่อยๆ ทำตามความควรแก่เหตุ เพราะข้าราชการ เจ้าหน้าที่ สธ.ทุ่มเทเพื่อประชาชน เสียสละเป็นพื้นฐานอยู่แล้ว การดูแลค่าตอบแทนจะเป็นไปตามสถานการณ์ที่รัฐต้องพิจารณาเป็นกรณี บุคลากรเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเองก็ไม่เคยมาเรียกร้องอะไรที่เกินกว่าเหตุ
ตราบใดที่รัฐยังสามารถให้ความมั่นใจว่าพวกท่านยังปลอดภัยจากการปฏิบัติหน้าที่ ภารกิจ เช่น เราต้องมีอุปกรณ์อำนวยความสะดวก มีเครื่องมือพร้อม ต้องทำให้เกิดความปลอดภัยสูงสุด เพื่อให้เขาเข้าไปทำหน้าที่ดูแลผู้ป่วยโควิด-19 อย่างเต็มกำลังความสามารถ และเสี่ยงน้อยที่สุด รัฐบาลสนับสนุนอย่างเต็มที่ ถือเป็นลำดับความสำคัญแรก (Priority) ต้องดูแลไม่ให้ขาดแคลน
ความคาดหวังที่สำคัญคือ การยกระดับการแพทย์ไทยให้เป็นหนึ่งในการฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศ เนื่องจากเรามีชื่อเสียงด้านการแพทย์ที่ทันสมัย เป็นที่ยอมรับจากทั่วโลก ประกอบกับนโยบายศูนย์กลางทางการแพทย์ในภูมิภาค (Medical Hub) ทำให้ระยะหลังจากการระบาดของโควิด-19 เราจะมีโอกาสขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เติบโตอีกครั้ง
จริงๆ แล้วเราไม่ได้ช่วยเหลือประชาชน เราเพียงแต่แนะนำแนวทางและข้อปฏิบัติเพื่อให้เกิดความปลอดภัย ไม่ติดเชื้อ และสามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติได้ เราเพียงขอให้ประชาชนร่วมมือกับรัฐเพื่อลดโอกาสติดเชื้อ แต่หากติดเชื้อก็อยู่ในวิสัยรัฐจะให้การบริการรักษา ไม่ให้ผู้ป่วยติดเชื้อ
ฝากข้อความถึงประชาชน สำหรับปี 2565 ว่าสิ่งที่ทุกท่านดำเนินการอยู่เป็นสิ่งที่ดี และขอให้ทำต่อเนื่อง สม่ำเสมอ ระมัดระวังตนเองในระดับสูงสุด ออกจากบ้านก็สวมหน้ากากอนามัย ล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ และเว้นระยะห่างจากผู้อื่น เลี่ยงการอยู่ใกล้ชิดกับคนไม่รู้จัก เลี่ยงการอยู่ในคนหมู่มาก ฉะนั้น หากทำได้เช่นนี้ก็ทำให้เราไม่ติดเชื้อ เพื่อให้เราได้ไปวางแผนชีวิต วางแผนการลงทุน วางอนาคตว่าจะเดินไปในแนวทางใดสำหรับแต่ละคนได้อย่างเต็มที่

