คนแรกของไทย ‘พาตีเมาะ สะดียามู’ รองผู้ว่าฯหญิงมุสลิม

จากคำสั่งของกระทรวงมหาดไทย ที่ 1126/2559 ลงวันที่ 7 ตุลาคม 2559 มีการพิจารณาแต่งตั้งข้าราชการให้ดำรงตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัด จำนวน 12 ราย และในจำนวนนี้มีชื่อของ นางพาตีเมาะ สะดียามู ที่ได้รับการพิจารณาให้ได้รับตำแหน่งดังกล่าว กลายเป็นสตรีมุสลิมคนแรกของประเทศไทยที่ก้าวขึ้นมาถึงตำแหน่งนี้ ในวัย 51 ปี นับเป็นความภาคภูมิใจของพี่น้องมุสลิมทั้งประเทศ

เมื่อกล่าวถึงประวัติของ นางพาตีเมาะ เกิดเมื่อ 19 พฤศจิกายน 2508 เป็นคนบ้านปีซัด หมู่ 1 ต.ลำใหม่ อ.เมือง จ.ยะลา

เริ่มต้นการศึกษาระดับประถมตอนต้น-ตอนปลายที่ ร.ร.วัดลำใหม่ และ ร.ร.พัฒนาวิทยา จ.ยะลา ตามลำดับ ก่อนเข้าเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้น-ตอนปลาย ที่ ร.ร.พัฒนาวิทยา จ.ยะลา และ ร.ร.สาธิต ม.สงขลานครินทร์ จ.สงขลา

ในระดับปริญญาตรี นางพาตีเมาะยังคงร่ำเรียนอยู่ในพื้นที่ภาคใต้ เข้าศึกษาคณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ (ม.อ.) ก่อนจะต่อระดับเสริมดีกรีปริญญาโท ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต (สาขาพัฒนาสังคม) สาขา การจัดการการพัฒนาสังคม คณะพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า)

เริ่มบรรจุรับราชการ เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2536 เป็นนักการข่าวนักบริหารงานทั่วไป ฝ่ายอำนวยการ สำนักงานจังหวัดระนอง แล้วก็เติบโตสายงานทั้งในสำนักงานจังหวัดยะลา และปัตตานี ก่อนจะเป็น ผอ.สำนักบริหารกลาง (อำนวยการสูง) ศูนย์อำนวยการบริการจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ตามด้วยหัวหน้าสำนักงานจังหวัดพัทลุง กระทั่งก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งรองผู้ว่าฯพัทลุง ในที่สุด

นางพาตีเมาะเป็นข้าราชการที่พี่น้องพร้อมด้วยองค์กรหน่วยงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้รู้จักดี จึงไม่แปลกในวันที่ได้รับตำแหน่งจะมีกลุ่มสตรีหลายองค์กรเข้าแสดงความยินดีอย่างไม่ขาดสาย

“ต้องขอบคุณพี่น้องประชาชนทั้งหลายที่ให้การต้อนรับ ให้แรงใจ แรงเชียร์เป็นอย่างสูง ยอมรับว่ากระแสค่อนข้างแรงมาก คือ เป็นสิ่งที่ดีที่ส่งผลทั้งรัฐและกระทรวงมหาดไทยที่ให้โอกาสและไว้วางใจให้ผู้หญิงมุสลิมให้ขึ้นมาทำหน้าที่พัฒนาจังหวัด” นางพาตีเมาะกล่าว

ก่อนจะกล่าวถึงนโยบายการทำงานถัดจากนี้ไป จะทำงานตามนโยบายของผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุงมอบหมายไว้เป็นการทำงานแบบทีมเดียวกัน ก่อนเป็นรองผู้ว่าฯ ก็เคยทำงานในตำแหน่งหัวหน้าสำนักงานจังหวัดที่พัทลุงอยู่แล้ว ร่วมกันวางแผนงานยุทธศาสตร์จังหวัด ดังนั้นสามารถสานงานต่อไปได้ทันที ไม่มีสะดุด

“การทำงานคาดว่าจะได้รับมอบให้ดูแลด้านสังคม เศรษฐกิจ เมื่อพูดถึงสังคม เศรษฐกิจ ก็จะไปเกี่ยวโยงกับคน ความเป็นอยู่ มุ่งเน้นเรื่องของคุณภาพของคนในจังหวัดพัทลุงในทุกมิติ เป็นโอกาสดีที่ได้ร่วมทำแผนยุทธศาสตร์ของจังหวัด ด้วยศักยภาพของพื้นที่ พัทลุงเป็นการเกษตร มีแหล่งผลิตอาหารสำหรับประชากรในกลุ่มชาติอาเซียน พัทลุงพร้อมเป็นฐานการผลิตเชื่อมโยงในเรื่องของอาหารฮาลาล สามารถตอบสนองพี่น้องชาวมุสลิมทั้งใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้และที่อื่นๆ ได้ทั้งหมด”


นางพาตีเมาะกล่าวถึงการมุ่งร่วมกันสร้างพัทลุงให้เป็นเมืองท่องเที่ยวเชิงนิเวศ เมืองสีเขียว สัมพันธ์เชื่อมโยงกับบริบทเมืองการเกษตร ที่ต้องการให้จังหวัดพัทลุงเป็นเมืองที่อยู่แล้วสบายใจ สุขใจ มีคุณภาพชีวิตที่ดี มีผู้ว่าราชจังหวัดพัทลุงเป็นแกนนำ ทุกภาคส่วนร่วมทำงานเป็นทีมเดียวกัน ขับเคลื่อนไปตามแผนยุทธศาสตร์พัทลุงที่วางไว้

“การทำงานที่ผ่านมาก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีและดีมากอยู่แล้ว คนพัทลุงเป็นคนที่ค่อนข้างให้โอกาสคนที่เข้ามาทำงาน ดิฉันเป็นคนจาก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของวิธีคิด หรือวิถีประจำวัน การแต่งกายก็จะไม่เหมือนใคร ด้วยในความไม่เหมือนเหล่านี้ยังได้รับการต้อนรับอย่างดี ช่วงตลอดระยะเวลา 10 เดือนที่ดำรงตำแหน่งเป็นหัวหน้าสำนักงานจังหวัดพัทลุง จึงได้รับการสนับสนุนดูแลเป็นอย่างดี”

รองผู้ว่าฯหญิงยังกล่าวถึงความเป็นข้าราชการหญิงที่ต้องทำงานใหญ่ว่า ที่ผ่านมาได้ใช้พลังความเป็นผู้หญิงในการประสานงานพื้นที่ มีคนมาให้กำลังใจช่วยลุ้นไปกับเราด้วยว่าจะก้าวผ่านตรงนี้ไปได้หรือไม่ แล้วในที่สุดทุกอย่างก็ผ่านไปด้วยดี สิ่งหนึ่งที่บ่งชี้ว่าเราได้การต้อนรับเป็นอย่างดีในการทำงานคือการลงพื้นที่พบกับประชาชน ทีมงานเครือข่ายได้รับทั้งรอยยิ้ม กำลังใจ และกระแสดีๆ ส่งไปยังพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วย

เมื่อถูกถามถึงความกดดันในการทำหน้าที่รองผู้ว่าฯ พัทลุง

“ถามว่าตรงนี้กดดันหรือไม่ ตลอดชีวิตการทำงานความกดดันมันอยู่กับเราตลอด ไม่ได้ไปหนักใจอะไร สิ่งสำคัญคือ ความท้าทาย ความท้าทายของเรา สิ่งที่ท้าทายคือการท้าทายในตัวตนของเรากับความท้าทายบริบทข้างนอก นำไปสู่ความคาดหวังโดยเฉพาะพี่น้องจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่คาดหวังไว้สูง โดยส่วนตัวแล้วยังขอสู้กับงานในมือเวลานี้มากกว่า นับเป็นความสำเร็จแล้วที่ได้รับโอกาสให้ทำหน้าที่รองผู้ว่าฯ และเป็นความสำเร็จของพี่น้องทุกคนกว่าที่เราจะมาถึงจุดนี้ เราไม่ได้เดินมาอย่างเดียว เราทำงานภายใต้แรงหนุนของทุกภาคส่วน ตั้งแต่เริ่มต้นการศึกษาสถาบันการศึกษาที่เป็นเป้าหลอมให้เรา ผู้บังคับบัญชาที่ได้สั่งสอนเรา วิถีชีวิตศาสนายังหล่อหลอมให้เป็นเรา เป็นสิ่งเดียวและความเป็นหนึ่งเดียวนี้จะต้องอยู่ให้ได้กับโดยรวมทั้งหมด เพราะเราเกิดจากภาครวมทั้งหมด”

นางพาตีเมาะกล่าวต่อว่า ยังมีอีกหนึ่งความหวังที่ต้องการจะเห็นพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เกิดความสงบสุข เกิดสันติสุขอีกครั้ง เหมือนกับที่พี่น้องชาวมุสลิมอยากให้วันนั้นคืนกลับมา

ด้าน นัฏฐพงศ์ สมจิตต์ อิหม่ามมัสยิดดารุ้ลอิสลาม อ.เมืองพัทลุง ได้กล่าวชื่นชมรองผู้ว่าฯ หญิงพัทลุงด้วยว่า เป็นประวัติศาสตร์ของชาวมุสลิมที่ได้รับความไว้วางใจให้ขึ้นมาดำรงตำแหน่งสูง อีกทั้งยังเป็นผู้หญิง ยิ่งมีความรู้สึกภูมิใจเป็นอย่างมากที่ผู้นำเป็นผู้หญิงและเป็นมุสลิม ช่วยทำให้การทำงานหรือการประสานงานระหว่างผู้นำทางศาสนาอิสลามและองค์กรภาครัฐ นับจากนี้จะมีมากขึ้น

“ที่ผ่านมาเราจะขาดการเชื่อมต่อระหว่างภาครัฐและผู้นำศาสนาทำให้การช่วยเหลือ การเข้าถึงน้อยไป เพราะขาดความเข้าใจเกี่ยวกับศาสนา นับเป็นโอกาสดีที่รองผู้ว่าฯหญิงกับทางพื้นที่จะช่วยประสานงานในทุกด้านๆ ได้ดียิ่งขึ้นต่อไป”

เป็นสัญญาณที่ดีสำหรับการดูแลประชาชนไม่ว่าจะเป็นศาสนาใด

บทความก่อนหน้านี้ล่าทีมคาร์บอมบ์ ลุยค้น ‘4จุดเสี่ยง’ หัวหมาก-มีน-ปากน้ำ ตรวจ ‘ไมมูณา’ อีก
บทความถัดไปข้าวนาปีกำลังออกรวงแล้ว แต่บึงกาฬเจอฝนทิ้งช่วงจนขาดน้ำ ต้องซื้อน้ำผันเข้านา