หากถามว่าอำนาจทางการเมืองของ “ลุงป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) เป็นอำนาจอันวางอยู่บนฐานทางการทหารหรือฐานทางการเมือง ต้องยอมรับว่าในสมัยเดือนพฤษภาคม 2557 ในตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมคุมงานด้านความมั่นคงและคุมสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แต่ ณ วันนี้ตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรียังเป็นของ “ลุงป้อม” พล.อ.ประวิตร แต่ไม่ได้ควบตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม งานตำรวจก็มิได้อยู่ในมือ สถานะของ “ลุงป้อม” จึงเป็นสถานะทางการเมืองที่มีตำแหน่งหัวหน้าพรรคพปชร.เป็นฐานการเมืองให้รัฐบาลลุงตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
แต่สถานะทางการเมืองของ “ลุงป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ในฐานะหัวหน้าพรรคพปชร. กลับโดดเด่น และเป็นผู้ถือดุลทางการเมือง ถือได้ว่าเป็นบุคคลที่สามารถกำหนดความเป็นไปของรัฐบาลลุงตู่ ในยามนี้ อันเนื่องมาจากบุคลิกและบารมีของ “ลุงป้อม” ความใจถึงพึ่งได้ ที่ช่วยเหลือทุกคนที่มีเรื่องเดือดร้อนเข้ามาหาไม่เคยปฏิเสธ ไม่ว่าจะเป็นส.ส. หรือบุคคลจากสาขาอาชีพใด ถ้าไม่เหลือบ่ากว่าแรง “ลุงป้อม” ช่วยทุกคน ด้วยบุคลิกแบบนี้ทุกคนที่เข้ามาหาจึงรัก “ลุงป้อม” นอกเหนือจากการบริหารงานของพรรคที่ “ลุงป้อม” เป็นศูนย์รวมใจของ ส.ส.ในพรรค ถึงแม้ว่าจะมีกันหลายกลุ่ม ภายใต้ความหลากหลาย แต่ถ้า “ลุงป้อม” ขอทุกคนก็พร้อมทำตาม
นั่นย่อมแสดงให้เห็นว่า สถานะทางการเมืองของ “ลุงป้อม” โดดเด่นและท้าทายยิ่ง โดยส่วนตัว “ลุงป้อม มีบุคลิกที่เด็ดขาดคำไหนคำนั้น เป็นบุคลิกที่สืบทอดมาจากความเป็นชายชาติทหาร กระนั้นในทางการเมือง “ลุงป้อม” ก็เหมือนน้ำที่สามารถไหลรวมเข้าได้กับทุกสรรพสิ่ง อันเป็นสถานะที่น่าสนใจยิ่ง ทำให้สายน้ำทุกสายทางการเมืองย่อมที่จะไหลรวมเข้ามาสู่ในดุลอำนาจทางการเมืองภายใต้การบริหารทางการเมืองของ “ลุงป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพปชร. กระนั้นก็ดีบทบาทของ “ลุงป้อม” ในฐานะ รองนายกรัฐมนตรี ก็โดดเด่นไม่แพ้กันแม้อายุจะล่วงเลยไปถึง 76 ปีแล้วก็ยังช่วยงานรัฐบาลลุงตู่ ในหลายๆ ด้าน
ดูแลงานหลายด้าน ทั้งแก้ปัญหาการจราจร การแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 แก้ปัญหาความยากจน โดยการเชื่อมโยงข้อมูล ใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐเชื่อมข้อมูลทุกหน่วยงาน ช่วยประชาชนโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงการแพร่ระบาดโควิด 19 “ลุงป้อม” ทำมาต่อเนื่อง นี่ยังไม่รวมการช่วยเหลือเกษตรกรเรื่องที่ดินทำกิน ชาวสวนปาล์ม เรื่องการบริหารจัดการน้ำ ซึ่งได้ผลงานที่เป็นรูปธรรม ได้แหล่งน้ำเพิ่มขึ้นกว่า 26,000 แห่ง ทั่วประเทศ “ลุงป้อม” ยังช่วยดูแล แก้ปัญหาการค้ามนุษย์ โดยตั้งเป้าขึ้นเทียร์ 2 ให้ได้ปีนี้ ทำงานทุกวันไม่มีวันหยุด
ด้วยความมีบารมีและความโดดเด่นด้านการบริหารการเมืองและการบริหารราชการแผ่นดิน รวมกับบุคลิกภาพที่ใจถึงพึ่งได้และเป็นศูนย์รวมทางการเมือง “ลุงป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ จึงเปรียบเสมือนต้นน้ำที่เป็นศูนย์รวมของแม่น้ำทุกสาย ถือได้ว่าเป็นผู้ถือดุลอำนาจทางการเมืองที่น่าจับตาเป็นอย่างยิ่งในทศวรรษนี้

