‘ชัชชาติ’ ผ่าตัดเมืองหลวง 214 นโยบาย ทำได้จริงหรือ?

‘ชัชชาติ’ ผ่าตัดเมืองหลวง 214 นโยบาย ทำได้จริงหรือ?

หมายเหตุความเห็นของนักวิชาการกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ตั้งข้อสงสัยนโยบาย 214 เรื่องของนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ว่าที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร อาจไม่สามารถปฏิบัติได้จริงทั้งหมด

ผศ.วันวิชิต บุญโปร่ง
รองคณบดีคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต

สิ่งที่ พล.อ.ประยุทธ์ถามตั้งข้อสงสัยนโยบายของนายชัชชาติจะทำได้หรือไม่ ก็ไม่ต่างอะไรกับคำว่า การที่พรรคพลังประชารัฐ หรือใครก็ตามพยายามชูนโยบายต่างๆ ของ พล.อ.ประยุทธ์ขึ้นมา ทำได้บ้างหรือไม่ อย่าลืมว่าประชาชนยังไม่ลืม สมัยที่พรรคพลังประชารัฐหาเสียงค่าแรงขั้นต่ำ 425 บาท จนทุกวันนี้ ไม่มีการพูดถึงอีก ก็เป็นเรื่องเช่นเดียวกัน จึงไม่แปลกที่อีกฝ่ายอีกขั้วหนึ่งจะเกิดความเชื่อมั่นว่าคุณชัชชาติทำได้

Advertisement

บางครั้งอาจจะต้องสำรวจตัวเองบ้างว่า ฝ่ายตรงข้ามได้เคยทำอะไรประสบความสำเร็จบ้าง นี่คือสิ่งสำคัญ

ประการต่อมา ในแง่หนึ่ง นโยบายต่างๆ ของนายชัชชาติมีเยอะจริง แต่สิ่งที่จะเป็นอุปสรรคขวากหนามในการผลักดันนโยบายให้สำเร็จได้ คืองบประมาณต่างๆ ซึ่งต้องเกี่ยวพันกับกระทรวงมหาดไทยว่า จะเล่นเกมทางการเมืองนำไปสู่ความยากลำบากในการขอผ่านงบสำหรับนโยบายนายชัชชาติหรือไม่ ตรงนี้ประชาชนอาจจะจับตามองว่าเป็นประเด็นทางการเมือง ถ้านายชัชชาติทำไม่สำเร็จเพราะขาดการสนับสนุนด้านการเงินเอง สิ่งนี้จะเป็นข้อกังขามากกว่าสิ่งที่ พล.อ.ประยุทธ์ถาม

ว่าที่ผู้ว่าฯกทม.คนปัจจุบัน แตกต่างจาก พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง อดีตผู้ว่าฯกทม.อย่างมาก แสดงให้เห็นว่าตัวของนายชัชชาติเป็นคนที่เข้าถึงง่าย ยินดีรับฟังประชาชนอย่างแท้จริง สิ่งสำคัญคือนายชัชชาติพยายามควงแขนกับ ส.ก.ต่างพรรค ต่างอุดมการณ์ทางการเมือง ลงหลายพื้นที่ที่ตัวเองจะต้องเข้าไปรับผิดชอบในอนาคต แสดงให้เห็นภาพของความร่วมมือ การปรองดองทางการเมืองว่าได้เริ่มนับ 1ไปแล้ว ชี้ให้เห็นว่าความขัดแย้งแก้ไขได้ ถ้าทุกคนมองว่าปัญหาของประชาชนเป็นเรื่องที่ต้องได้รับการแก้ไขก่อน

อีกสิ่งที่สำคัญคือ ประชาชนเกิดความเชื่อมั่นในตัวนายชัชชาติมากกว่า พล.ต.อ.อัศวิน ที่ไม่เคยชี้หรือแสดงภาพตรงนี้ให้เห็น คิดว่าจุดนี้จะเป็นมิติใหม่สะท้อนภาพว่านักการเมืองกับประชาชน มีระยะห่าง หรือช่องว่างลดน้อยลงไปโดยปริยาย

อย่างไรก็ดี อำนาจระหว่างนายกรัฐมนตรีกับผู้ว่าฯกทม.ไม่เหมือนกันเสียทีเดียว ด้วยข้อจำกัดการใช้อำนาจของผู้ว่าฯกทม. แน่นอนว่าในการเมืองท้องถิ่น อย่างน้อยยังต้องปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต้องทำงานประสานกับกระทรวงมหาดไทย เพียงแต่ กทม.อาจจะมีในแง่ของการขับเคลื่อนการทำงานที่คล่องตัวมากกว่า

ดังนั้น การที่นายกรัฐมนตรีมาตั้งคำถามแบบนี้ก็ไม่ถูกเสียทีเดียว บางครั้งจะกลายเป็นกระจกสะท้อนตัวเองที่เคยชูว่าจะทำโน่น ทำนี่ ที่สุดแล้วทำให้เห็นเป็นรูปธรรมบ้างหรือไม่ เอาเวลาที่เหลืออยู่ประมาณ 1 ปีสุดท้าย มาขับเคลื่อนผลงานให้เป็นรูปธรรมให้เกิดประโยชน์สูงสุดจะดีกว่าไปตั้งข้อสงสัยต่อนโยบายของนายชัชชาติ

สำหรับนโยบายของนายชัชชาติ มองว่ามิติแรกที่เป็นนิมิตหมายอันดี คือการที่นายชัชชาติตอบรับข้อเสนอของนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ให้นำนักโทษมาช่วยลอกท่อระบายน้ำเพื่อช่วยการระบายน้ำใน กทม. ซึ่งจะลดโอกาสน้ำท่วมได้มาก แค่มิติทางความร่วมมือโดยไม่เกี่ยงงอนว่าใครเป็นคนที่ขอความร่วมมือหรือไปมองในแง่ขั้วทางการเมืองจนเกินไป เพียงแค่นี้ก็ได้ใจคนแล้ว

แน่นอนว่า ข้าราชการ กทม.ต้องรีบตื่นตัวในการปรับเปลี่ยนนโยบาย 5 ปี 5 เดือนที่ พล.ต.อ.อัศวินเคยทำไว้ การทำงานของข้าราชการจะต้องมีการปรับขนานใหญ่ทีเดียว แต่คงไม่ยากจนเกินไป หากดูในแง่ของนโยบายที่นายชัชชาติจะขับเคลื่อน มีสิทธิที่จะเป็นไปได้ หากข้าราชการ กทม. มุ่งมั่น ตั้งใจ ทำตามนโยบาย เพียงแต่เป็นห่วง และให้กำลังใจ เนื่องจากว่า นายชัชชาติยังไม่รับตำแหน่งแบบเต็มตัว แต่หลายคนที่ไม่สบอารมณ์หรือกลุ่มไม่เอานายชัชชาติ ตั้งแง่ ตั้งข้อกังขาว่าจะทำได้จริงหรือ และเรียกร้องสิ่งนั้นสิ่งนี้ ซึ่งสมัย พล.ต.อ.อัศวินไม่เห็นมีการขับเคลื่อนหรือเคลื่อนไหวทางการเมืองในลักษณะแบบนี้

ตรงนี้จึงอยากให้กำลังใจว่า อย่าไปรับฟังเสียงวิจารณ์เล็กๆ น้อยๆ ไม่เกิดประโยชน์ อยากให้ตั้งใจทำงานให้เต็มที่ เหมือนอย่างที่พยายามจะปวารณาตัวเองว่า ยินดีรับใช้ชาว กทม.ทุกคน

ผศ.ดร.โอฬาร ถิ่นบางเตียว
อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา

ในการแก้ไขปัญหาของ กทม. นายชัชชาติอาจต้องปรับเปลี่ยนวิธีการทำงานจากแบบเดิม มาเป็นการทำงานการปกครองท้องถิ่นรูปแบบใหม่ หมายถึงการบริหารงานแบบหุ้นส่วนการพัฒนา โดยดึงศักยภาพขององค์กรธุรกิจ ภาคประชาสังคม รวมถึงภาคเอกชนเข้ามาแก้ไขปัญหาด้วยกัน เช่น ปัญหาขยะ แต่เดิมอยู่ในความรับผิดชอบของ กทม. ก็อาจเริ่มจากการแก้ไขปัญหาขยะในชุมชน โดยให้ประชาชนในชุมชนคัดแยกขยะด้วยตนเอง อาจจะมีบริษัทในพื้นที่มาร่วมด้วย และการที่มีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาขยะอาจนำไปลดหย่อนภาษีได้ ซึ่งจะดีกว่าจะให้กทม.ทำเองทั้งหมด โดยให้องค์กรในพื้นที่มาช่วยเหลือกันอีกทางหนึ่ง โดย กทม.สนับสนุนในเรื่องงบประมาณ มีผู้ว่าฯกทม.เป็นผู้เชื่อมประสาน และคิดว่านายชัชชาติจะทำแนวทางนี้เหมือนกัน เพราะคงไม่สามารถดูแลได้ทั้งหมดกว่า 200 นโยบาย

หากต้องการให้ กทม.เป็นเมืองพิเศษจริงๆ จะต้องไปแก้กฎหมายอะไรที่เป็นข้อจำกัด จะต้องดำเนินการแก้ไขให้หมด และต้องดูว่ากฎหมายของส่วนราชการอะไรบ้างที่ยังคาบเกี่ยวกับการพัฒนา กทม.ที่ทำให้เกิดการติดขัด จะต้องแก้ไขทั้งหมดเช่นกัน รวมทั้งอาจจะต้องมีคณะกรรมาธิการในรัฐสภาเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาการปกครองส่วนท้องถิ่นทั้งหมดทั่วประเทศ โดยเฉพาะการปกครองท้องถิ่นพิเศษทั้ง กทม.และเมืองพัทยา เพื่อให้เป็นเมืองพิเศษจริงๆ ถึงแม้ว่าจะต้องใช้เวลาก็ตาม แต่ควรเริ่มทำทันที หากไม่ทำ เชื่อว่าปัญหาทั้ง กทม.และเมืองพัทยามีขึ้นอย่างแน่นอน เพราะติดระเบียบข้อกฎหมาย รวมทั้งตัวบุคคลคือข้าราชการ เพราะไม่อยากทำอะไรที่เกินเลยนอกระบบ ระเบียบ

สำหรับนโยบาย 200 ข้อ เชื่อว่านายชัชชาติจะเข้ามาจัดลำดับความสำคัญของปัญหาว่า จะทำอะไรก่อนหลังให้ครบวาระทั้งหมด 4 ปี และคงทำได้ไม่ครบได้ทั้งหมด หากมองในแง่ของคนที่แพ้การเลือกตั้งก็คงต้องพยายามจะติดตามนโยบายของนายชัชชาติที่ประกาศไว้ในช่วงของการหาเสียง ซึ่งการติดตามตรวจสอบก็ถือว่าดี เพราะหากสัญญากับประชาชนไว้แล้ว จะมีผลต่อความน่าเชื่อถือ ความศรัทธา และมีผลต่อการเลือกตั้งสมัยหน้า

หากมองนโยบายกว่า 200 ข้อ หากพิจารณาตามโครงสร้างของ กทม.ในขณะนี้ คิดว่าอาจจะมีปัญหาในการทำตามนโยบาย เพราะติดขัดในเรื่องระเบียบ กฎหมาย หากอาจารย์ชัชชาติอธิบายให้กับคน กทม.ได้ว่าเกิดปัญหาอะไรขึ้น และเรียกร้องให้ชาว กทม.ช่วยกันสนับสนุนในการแก้ไขกฎหมายก็ได้ ซึ่งอาจจะเป็นเทคนิคทางการเมือง ทำตามนโยบายไปครึ่งหนึ่งและขอให้สนับสนุนเป็นผู้ว่าฯกทม.สมัยที่สอง เพื่อเข้ามาแก้ไขปัญหา ซึ่งจะเป็นเทคนิคทางการเมืองก็ได้ จากทั้งหมดทำได้ประมาณ 100 นโยบายก็พอ ที่เหลือขอความเชื่อมั่นเลือกอีก 1 สมัย เข้ามาทำงานให้กับคนกรุงเทพฯ เพื่อมาแก้ไขปัญหาอีกสมัย มองได้อีกทางหนึ่งว่าเป็นเทคนิคทางการเมือง

ธเนศวร์ เจริญเมือง
อาจารย์คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

ก่อนเป็นนโยบาย 200 ข้อ นายชัชชาติได้ประกาศตัวลงสมัครเป็นผู้ว่าฯกทม. และลงพื้นที่พบปะประชาชนมา 2 ปีเต็มแล้ว เพื่อรับฟังและสะท้อนปัญหา นำมาวิเคราะห์รวบรวมเป็นนโยบายดังกล่าว ซึ่งเป็นนโยบายของท้องถิ่นหรือการปกครองรูปแบบพิเศษ ที่มีปัญหาหมักหมมและสะสมมายาวนาน

กรุงเทพฯ เป็นการปกครองรูปแบบพิเศษที่ใกล้ชิดและดูแลประชาชนโดยตรง เช่นเดียวกับองค์กรปกครองท้องถิ่น (อปท.) ทั่วประเทศ แต่มีขนาดใหญ่และงบประมาณมาก ดังนั้น นโยบายนายชัชชาติจึงสะท้อนความต้องการ หรือตอบโจทย์ประชาชน ไม่ใช่การแสวงหาอำนาจ เพราะประชาชนที่เลือกนายชัชชาติต้องการความเปลี่ยนแปลง และเป็นผู้รับใช้ตามคำสั่งประชาชน

ต้องยอมรับว่า นายชัชชาติและทีมงานทำการบ้านมาดี เพราะกรุงเทพฯคือศูนย์รวมอำนาจ และปัญหาทุกรูปแบบที่รอการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อพัฒนาและยกระดับคุณภาพชีวิตคนกรุงเทพฯให้ดีกว่าเดิม

สำหรับนโยบาย 9 มิติ 200 ข้อของนายชัชชาติถือเป็นความหวังของประชาชนที่รอให้นายชัชชาติและทีมงานเข้ามาสะสางปัญหาที่สะสมมานาน อาทิ การจราจร ระบบขนส่งมวลชน น้ำท่วม โครงสร้างพื้นฐานและความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สิน โดยเฉพาะการแก้ปัญหาสังคมและเศรษฐกิจในระดับฐานราก ซึ่งสังเกตจากการลงพื้นที่ของนายชัชชาติเมื่อ 2-3 วันที่ผ่านมา ได้เชิญว่าที่สมาชิกสภากรุงเทพฯ (ส.ก.) ทุกพรรคการเมือง มาพูดคุยหารือแก้ปัญหาร่วมกัน โดยไม่แบ่งฝ่าย แบ่งข้าง เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาไปในทิศทางเดียวกัน

กรณี พล.อ.ประยุทธ์ตั้งข้อสงสัยนั้น ไม่ใช่สาระสำคัญ เพราะ กทม.เป็นการปกครองตนเอง ไม่ใช่การบริหารประเทศของรัฐบาล ดังนั้น พล.อ.ประยุทธ์ควรตั้งคำถามตัวเองและพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ว่า นโยบายรัฐบาลที่บริหารประเทศมา 8 ปี ทำได้กี่ข้อ และตอบโจทย์ประชาชนได้หรือไม่ มากกว่าตั้งคำถามกับว่าที่ผู้ว่าฯกทม.คนใหม่ อยากให้ พล.อ.ประยุทธ์ชื่นชมและแสดงความยินดีกับนายชัชชาติมากกว่า ที่ลงพื้นที่รับฟังปัญหาจากประชาชนโดยตรง เพื่อนำปัญหามาแก้ไขภายใต้นโยบายดังกล่าว ไม่ควรจับผิดหรือประชดประชันว่า ถ้าทำได้ มีอำนาจมากกว่านายกฯเสียอีก เพราะสะท้อนความเป็นภาวะผู้นำประเทศ

ที่สำคัญอย่าหลงประเด็น หรือเบี่ยงเบนศรัทธาและความต้องการคนกรุงเทพฯ ที่สนับสนุนนายชัชชาติ เพราะไม่เกิดประโยชน์และยังเป็นการดูถูกประชาชนที่เลือกนายชัชชาติ พล.อ.ประยุทธ์ควรกลับไปทำหน้าที่ตนเองให้ดีเสียก่อน ไม่ต้องไปวิจารณ์ใครอีก

นโยบาย 200 ข้อ นายชัชชาติทำได้หรือไม่นั้น เวลาจะเป็นผู้ให้คำตอบเอง

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image