เลือกตั้งสนามเล็กใน กทม. ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ประสบชัยชนะแบบถล่มทลายคว้าใจคนกรุงเทพไปครอง ในเก้าอี้ ผู้ว่าฯกทม. หรือแม้แต่คะแนน ส.ก.ของพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) ก็พ่ายแพ้ต่อ คะแนน ส.ก.ของพรรคก้าวไกลและ ส.ก.ของพรรคเพื่อไทยความปราชัยในการเลือกตั้งท้องถิ่นเป็นแรงกระตุ้นที่ดีให้หัวหน้าพรรคพปชร. อย่าง “ลุงป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ออกมาเดินหน้าลุย กระตุ้น ส.ส.ในพรรค ให้เร่งทำงานลงพื้นที่ช่วยประชาชน แก้ปัญหาให้อย่างเป็นรูปธรรมเพื่อเตรียมตัวสำหรับศึกเลือกตั้งสนามใหญ่ในครั้งหน้า
ส่วนตัว “ลุงป้อม” เองยังลุยงานไม่หยุดวันก่อนลงพื้นที่หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวผ่านการประชุม กพต.สัญจร พบปะกลุ่มผู้ประกอบการด้านเศรษฐกิจเดินหน้าฟื้นฟูการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจจังหวัดชายแดนใต้ ที่ผ่านมา “ลุงป้อม” ในฐานะหัวหน้าพรรคพปชร. เดินหน้าลุยงานเพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชนมาอย่างต่อเนื่องผลงานที่เป็นรูปธรรมมีมากมายเช่นที่ผ่านมาปี 63-64
ในฐานะที่ “ลุงป้อม” คุมงานเรื่องการบริหารจัดการน้ำได้ขับเคลื่อนทุกหน่วยงานสร้างแหล่งน้ำต่างๆ มากกว่า 26,000 แห่งทั่วประเทศ แก้ไขปัญหาภัยแล้งและป้องกันน้ำท่วมได้เกิดผลเป็นรูปธรรมนอกจากนั้น “ลุงป้อม” ยังช่วยเกษตรกรสร้างอาชีพสร้างรายได้หาที่ดินทำกินให้เกษตรกรในช่วงการระบาดของโรค โควิด-19 โดยตั้งเป็นวิสาหกิจชุมชนใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเข้ามาช่วยเหลือในทุกภูมิภาคแล้วยังเร่งขับเคลื่อนเชื่อมโยงสิทธิของคนทุกกลุ่มโดยผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐทำให้ประชาชนเข้าถึงการใช้สิทธิพื้นฐานจากหน่วยงานของรัฐได้อย่างเต็มที่ในทุกรูปแบบแล้วที่เห็นได้เด่นชัดเมื่อมีเวลาว่าง “ลุงป้อม” ลงพื้นที่ดูแลทุกข์สุขของพี่น้องประชาชนในทุกภาคหลายจังหวัดอย่างต่อเนื่องแก้ไขปัญหาความยากจนของกลุ่มพี่น้องประชาชนที่เดือดร้อนได้อย่างเป็นรูปธรรมได้ใจพ่อแม่พี่น้องในต่างจังหวัดในทุกกลุ่ม

ในส่วนงานทางการเมือง “ลุงป้อม” สามารถคุมเสียงของพรรคร่วมรัฐบาลได้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันเห็นได้จากหลังจากที่อภิปรายงบประมาณของสภาผู้แทนราษฎรที่ผ่านมาได้เสียงโหวตผ่านตามที่ “ลุงป้อม” ประกาศิตไว้ นั่นยิ่งแสดงถึงว่าทางด้านงานการเมืองบารมีของ “ลุงป้อม” ยังคงมีมนต์ขลัง ทุกกลุ่มก๊วนการเมือง ยังมีความเชื่อในประสบการณ์และความมีบารมีของหัวหน้าพรรคพปชร. ที่ชื่อ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ จากคำพูดที่ติดปากของลุงป้อมว่าไม่รู้ไม่รู้ แต่ในความเป็นจริง “ลุงป้อม” นั้นอาจจะรู้ทุกเรื่องและรู้มากกว่า นักการเมืองที่แสดงว่าตัวเองมีความรู้มากกว่าคนอื่นก็เป็นไปได้ อยู่ที่ว่าจะเลือกจังหวะสื่อสารออกมาแค่ไหน อย่างไร
ดังนั้นการเลือกตั้งในสนามใหญ่ ที่กำลังจะมาถึงคงไม่ได้วัดกันที่ความนิยมส่วนบุคคลหรือกระแสความนิยมใน โซเชียล แต่ต้องวัดกันที่ผลงานที่ผ่านมาในการทำงานให้ประชาชนพึงพอใจ และความน่าเชื่อถือบวกกับบารมีทางการเมือง ถึงจะสามารถนำพาชัยชนะ ในการเลือกตั้งสนามใหญ่มาได้คอยติดตาม

