เปิดโรดแมปบันได 4 ขั้น สู่เป้า‘เพื่อไทย’แลนด์สไลด์
หมายเหตุ – นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน หัวหน้าพรรค พร้อมด้วย นายสุทิน คลังแสง รองหัวหน้าพรรค และประธานคณะทำงานด้านการขจัดปัญหาความยากจนและความเหลื่อมล้ำนายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ประธาน ส.ส.พรรค และประธานคณะทำงานด้านวางระบบเกษตรกรรม นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รองเลขาธิการพรรค และคณะทำงานด้านยกเครื่องเศรษฐกิจ นางณหทัย ทิวไผ่งาม กรรมการบริหารพรรค และประธานคณะทำงานด้านการส่งเสริมศักยภาพการแข่งขันของประเทศและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย และประธานคณะทำงานด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม ร่วมเปิดตัวนโยบายเพื่อไทย เพื่อชัยชนะแบบแลนด์สไลด์ ในงานฟอรั่มนโยบายครั้งที่ 1 “พรุ่งนี้เพื่อไทยเพื่อรายได้ใหม่” ที่ห้อง ThinkLab ชั้น 1 พรรคเพื่อไทย

นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว
ส.ส.น่าน หัวหน้าพรรค พท.
การชนะเลือกตั้งแบบแลนด์สไลด์ จะเป็นกุญแจดอกเดียวที่จะช่วยพี่น้องประชาชนให้มีชีวิตใหม่ที่ดีขึ้นและลืมตาอ้าปากได้อีกครั้ง โดยพรรคเพื่อไทยได้เตรียม 3 เสาหลักสู่ชีวิตใหม่ของประชาชนพร้อมแล้ว คือ (1) ผู้แทนราษฎรที่เข้าถึงพื้นที่ เข้าใจประชาชน (2) นโยบายที่ตอบโจทย์การแก้ปัญหาและทำได้จริงตามที่สัญญาไว้ (3) ผู้เสนอตัวเป็นนายกรัฐมนตรี เป็นบุคคลที่มีศักยภาพและความสามารถ ประชาชนสามารถฝากความหวังและมอบความไว้วางใจนำพาประเทศพ้นวิกฤต วันนี้เพื่อไทยจัดงานขึ้นเพื่อเปิดตัวเสาหลักนโยบาย “ชุดนโยบายชุดเศรษฐกิจ” ภายใต้แนวคิด “พรุ่งนี้เพื่อไทย เพื่อรายได้ใหม่ของประชาชน” ส่วนนโยบายชุดอื่นๆ จะมีการเปิดตัวในลำดับถัดไป รับรองไม่ให้ประชาชนผิดหวังอย่างแน่นอน
ประเทศไทยอยู่ในวิกฤต ประชาชนเป็นทุกข์เพราะรายได้น้อย เป็นหนี้ ไม่มีกำลังซื้อ ร้านค้าขายของไม่ได้ โรงงานผลิตไม่ได้ ไม่จ้างงาน รัฐก็เก็บภาษีไม่ได้ รัฐบาลประยุทธ์แก้หนี้ด้วยการสร้างหนี้ แต่เพื่อไทยคิดต่าง เราจะทำให้เศรษฐกิจดีด้วยรายได้ใหม่ เพื่อไทยจะแก้หนี้ด้วยการสร้างรายได้ และรายได้นั้นจะต้องเป็นรายได้ใหม่ที่เพิ่มขึ้นให้กับคนทุกกลุ่ม ประเทศและประชาชนจะต้องถูกปลดปล่อยศักยภาพที่ซ่อนเร้นอยู่มากมาย เพื่อไทยวางทิศโดยมีเป้าเพื่อกอบกู้สถานการณ์ย่ำแย่ของประเทศไทย
ขอให้เชื่อมั่นว่าเพื่อไทยทำได้จริง เพราะเราทำสำเร็จมาแล้วในอดีต ประชาชนไทยจะต้องอยู่ดีกินดีอีกครั้ง

แพทองธาร ชินวัตร
ประธานคณะทำงานด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม
เสนอนโยบาย “1 ครอบครัว 1 ศักยภาพ ซอฟต์เพาเวอร์” (One Family One Soft power : OFOS) ว่า คือการสร้างเงินจากสมองและสองมือ
หากเพื่อไทยเป็นรัฐบาล จะทำสิ่งสำคัญ 3 อย่างคือ
1.พัฒนาศักยภาพคนไทยผ่านศูนย์บ่มเพาะที่อยู่ในชุมชน ทักษะต่างๆ เช่น อาหาร แฟชั่น กีฬา การเขียนโปรแกรม และความสามารถทาง E-sport จะถูกถ่ายทอดฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย พร้อมส่งเสริมผลักดันให้ความสามารถนั้นออกไปสู่เวทีใหญ่จนก้าวไปถึงระดับนานาชาติ
2.สร้างสภาพแวดล้อมที่ดีให้อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ โดยแก้กฎหมายที่ปิดกั้นโอกาส สร้างพื้นที่สร้างสรรค์ให้มากพอ และเชื่อมภาคเอกชนเข้ากับภาคประชาชน หรือคือการเชื่อมผู้ผลิตเข้ากับแหล่งวัตถุดิบ จะทำให้แก้ปัญหาได้ตรงจุด
3.ออกแบบนโยบายต่างประเทศ เน้นการส่งออกสินค้าและบริการทางวัฒนธรรม ใช้การทูตขยายอุตสาหกรรมซอฟต์เพาเวอร์ด้วยการเปิดตลาดใหม่ๆ เพราะศักยภาพของทุกคนสามารถสร้างเป็นรายได้อย่างไม่สิ้นสุด
ในสนามการเลือกตั้งครั้งนี้ นโยบายของพรรคเพื่อไทยจะดำเนินการด้วยโรดแมป “บันได 4 ขั้นเพื่อหมุดหมายชีวิตใหม่ของประชาชน” คือ
บันไดขั้นที่ 1 “เพื่อศักยภาพใหม่” ของประเทศและประชาชนไทย
บันไดขั้นที่ 2 “เพื่อรายได้ใหม่” แก้หนี้สินด้วยการเพิ่มพูนรายได้ทวีคูณ ให้เศรษฐกิจประเทศไทย เป็นเศรษฐกิจใหม่ที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง
บันไดขั้นที่ 3 “เพื่อสังคมใหม่” ความมั่นคงคือความปลอดภัยของทุกคนอย่างเท่าเทียม
บันไดขั้นที่ 4 “เพื่อการเมืองใหม่” ที่หลักนิติรัฐนิติธรรมเข้มแข็ง รัฐธรรมนูญต้องมีที่มาจากประชาชน วุฒิสภาต้องไม่มีอำนาจในการเลือกนายกรัฐมนตรี และรัฐของราชการต้องถูกเปลี่ยนเป็นรัฐของประชาชนอย่างแท้จริง
เวลาของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หมดแล้วตอนนี้ถึงเวลานับถอยหลังสู่ความเข้มแข็งของประชาชน และความมั่นคงทางเศรษฐกิจภายใต้การนำของรัฐบาลเพื่อไทย เพื่อศักยภาพใหม่ เพื่อรายได้ใหม่เพื่อสังคมใหม่ เพื่อการเมืองใหม่ คือบันได 4 ขั้นสู่แลนด์สไลด์ “พรุ่งนี้เพื่อไทย เพื่อชีวิตใหม่ของประชาชน”

เผ่าภูมิ โรจนสกุล
รองเลขาธิการพรรค และคณะทำงานด้านยกเครื่องเศรษฐกิจ
เสนอนโยบาย “เขตธุรกิจใหม่” (New Business Zone : NBZ) วันนี้ประเทศไทยถูกตีกรอบ สตาร์ตอัพไร้การสนับสนุน ในสายตานักลงทุนเราเป็นประเทศที่ตามหลังและถูกลืม 3 กับดักคือ กฎหมายในประเทศไทยควบคุมไม่ให้โต กีดกันไม่ให้แข่ง ทั้งกฎหมายที่ดิน กฎหมายการค้า รวมถึงกฎหมายด้านภาษี ทำลายโอกาสการทำธุรกิจ
กับดักที่ 2 แต้มต่อ ความพร้อมด้านแรงงาน โครงสร้างพื้นฐานที่ล้าหลัง สิทธิประโยชน์ภาครัฐที่เบาบางไม่ตรงจุด ตลาด 30 ล้านคน มักเทียบกับ 300 ล้านคนของอินโดนีเซียเสมอ และมักถูกเทียบกับเวียดนามในเรื่องสนธิสัญญาระหว่างประเทศ ซึ่งเราแพ้ทั้งสองเรื่อง จากแต้มต่อกลายเป็นแต้มตาม และตลาดเล็กและแคบ
อีอีซีและบีโอไอ เป็นการแต่งหน้าทาปาก แต่แก่นหลักของประเทศไม่ได้ถูกแก้ไข การกิโยตีนกฎหมายช้า และทำไม่ได้จริง แต่พรรคเพื่อไทยเปลี่ยนโอกาส ใส่กุญแจ 3 ดอก ใส่ธุรกิจใหม่ เพื่อดึงเงินนอก ปลุกเงินใน เปลี่ยนเงินที่หลับใหลเป็นเงินที่สร้างเงิน ด้วยเขตธุรกิจใหม่ 4 แห่งเชียงใหม่ กรุงเทพฯ ขอนแก่น และหาดใหญ่ โดยในเขตธุรกิจใหม่นี้ พรรคเพื่อไทยจะเดินหน้าสร้างกุญแจ 3 ดอกให้กับประเทศ คือ
กุญแจดอกที่ 1 กฎหมายธุรกิจชุดใหม่ เพื่อปลดล็อกปัญหาการทำธุรกิจในทุกมิติ รวมถึงดึงการลงทุนจากต่างชาติ เข้าแก้ปัญหาทั้งด้านใบอนุญาต แรงงาน นำเข้าส่งออก และการธุรกรรมระหว่างประเทศ กุญแจดอกที่ 2 สิทธิประโยชน์ใหม่ ภาษีจากกำไร ภาษีเงินได้ ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง รวมถึงภาษีนำเข้า จะได้สิทธิประโยชน์ไม่แพ้ที่ใดในโลก จะเป็นสวรรค์ของนักลงทุน
กุญแจดอกที่ 3 ระบบนิเวศใหม่ เพื่อขยายตลาดและระบบนิเวศทางธุรกิจไม่ให้เล็กและแคบอย่างที่เป็นอยู่ โดยการสร้างสาธารณูปโภคและโครงสร้างพื้นฐานใหม่ ระบบการศึกษาและการผลิตคนใหม่ และระบบธนาคารใหม่ เป็นกองหลังเพื่อผลักกองหน้าซึ่งได้แก่ภาคเอกชนให้ขับเคลื่อนได้ โดยกุญแจทั้ง 3 ดอกจะถูกสร้างขึ้นในเขตธุรกิจใหม่ และรายได้ใหม่จะถูกสร้างให้กับประชาชน

วิสุทธิ์ ไชยณรุณ
ประธาน ส.ส.พรรค ในฐานะประธานคณะทำงานด้านวางระบบเกษตรกรรม
ขอนโยบาย “ผ่าตัดเกษตรกรรม” รดน้ำที่ราก สร้างเงินจากดิน พลิกเปลี่ยนชีวิตเกษตรกรให้หายจนอย่างถาวร ว่า ประเทศไทยติดหล่ม การเกษตรไทยตกหลุม เพราะเกาไม่ถูกที่คัน จึงทำให้การเกษตรไทยอยู่ในวงเวียนวัฏจักรแบบเดิมๆ คือเจ็บและจน ดังนั้นการเกษตรจะต้องเปลี่ยนวิธีคิดใหม่ด้วยหลักการ ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้ คือผลิตสิ่งที่ตลาดต้องการ ใช้ความรู้และเทคโนโลยีสมัยใหม่เพื่อลดต้นทุนเพิ่มผลผลิต พร้อมหาโอกาสใหม่ๆ เช่น ใช้ความรู้สมัยใหม่เพิ่มผลผลิตจากพืชที่ปลูกอยู่แล้ว อาทิ ข้าว และยาง ผลิต “พืชอาหารสัตว์” อาทิ ข้าวโพด ถั่วเหลือง เพื่อทดแทนการนำเข้า และขยายการส่งออก ด้วยโครงการโคขุนเงินล้าน
สำหรับการบรรเทาทุกข์ระยะเร่งด่วน นโยบายพักหนี้เกษตรกร พร้อมๆ กับการสร้างรายได้จะถูกนำกลับมาใช้อีกครั้ง
สำหรับการบรรเทาทุกข์ระยะเร่งด่วน นโยบายพักหนี้เกษตรกร พร้อมกับการสร้างรายได้จะถูกนำกลับมาใช้อีกครั้ง
อย่างไรก็ตามเราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ด้วยโครงการบำนาญเกษตรกร ซึ่งจะทำเพื่อดูแลเกษตรกรรุ่นบุกเบิกและดึงดูดเกษตรกรรุ่นใหม่ เปลี่ยนเงินให้เปล่าเป็นต้นทุนสร้างชีวิตผลิตรายได้ให้เกษตรไทยอย่างยั่งยืน
โดยมีหลักทำงานคือ ดินนำ น้ำดี มีต้นพันธุ์ ยืนยันราคา จัดหาแหล่งทุน สนับสนุนกรรมสิทธิ์ มีเป้าเปลี่ยนผืนแผ่นดินเดิมจากที่เคยสร้างรายได้ 10,000 บาท/ไร่/ปีเพิ่มเป็น 30,000 บาท/ไร่/ปี ประชาชนไทยทุกคน ทุกภาคส่วนได้ประโยชน์

สุทิน คลังแสง
รองหัวหน้าพรรค ในฐานะประธานคณะทำงาน
ด้านการขจัดปัญหาความยากจนและความเหลื่อมล้ำ
ขอเสนอนโยบาย “เงินโอน คนสร้างตัว” (Earn Income Tax : EIT) พรรคเพื่อไทย ต่อสู้กับ “ความจน” เพื่อประชาชนมาอย่างยาวนาน และผลงานที่ผ่านมาพิสูจน์แล้วว่าได้ช่วยลดความยากจนลงได้อย่างต่อเนื่อง เสนอนโยบายแก้ความยากจนผ่านระบบสวัสดิการของรัฐ เรียกว่าเงินโอน คนสร้างตัว โดยสำรวจคนที่มีรายได้ต่ำกว่าเส้นความยากจนและอยู่ภายใต้ค่าแรงขั้นต่ำใหม่ โดยให้เงินแบบขั้นบันได ทำมากได้มาก ทำน้อยได้น้อย เพื่อจูงใจให้คนทำงานเพื่อมีรายได้มากขึ้นเมื่อมีรายได้ไปถึงเส้นค่าแรงขั้นต่ำ และเข้าสู่รายได้ใหม่ แตะที่ 12,000 บาทต่อเดือน จากนั้นภาครัฐลดการให้ลง ทั้งนี้เมื่อประชาชนมีรายได้มากขึ้นจะกลับมาเสียภาษีเข้ารัฐ ในวันนั้นจะไม่มีคนไทยอยู่ใต้เส้นความยากจนใต้เส้นค่าแรงขั้นต่ำเป็นการทำให้ประชาชนแข็งแกร่ง รัฐก็เข้มแข็งตามมา เรื่องนี้ต่างประเทศทำแล้วลดความเหลื่อมล้ำได้จริง
เรื่องนี้เป็นนโยบายเร่งด่วนล่วงหน้า ถ้าถามว่าทำได้หรือไม่ ยากกว่านี้เราเคยทำได้ ถ้าถามว่าใช้เงินเยอะหรือไม่ เงินกู้มาใกล้เคียงกับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ใกล้เคียงโครงการคนละครึ่ง แต่เรามีกลยุทธ์ที่ทำให้เกิดความยั่งยืนถาวร มีอย่างเดียวที่เราคิดว่าจะทำไม่ได้คือ หากเราไม่แลนด์สไลด์ ถ้าแลนสไลด์ให้โอกาสเรา ให้อำนาจเรา เราทำได้ และเราเคยทำได้ในสิ่งที่ยากกว่านี้

ณหทัย ทิวไผ่งาม
กรรมการบริหารพรรค และประธานคณะทำงานด้านการส่งเสริมศักยภาพ
การแข่งขันของประเทศ และพัฒนาทรัพยากรมนุษย์
ขอเสนอนโยบาย “เรียนรู้มีรายได้ เรียนรู้ง่าย ตลอดชีวิต” (Lifelong Learning Lifelong Earning) ว่าเพื่อไทยจะสร้าง “แพลตฟอร์ม” จับคู่สมรรถนะของคนเข้ากับงานที่ใช่ เพื่อช่วยให้มีงานทำเร็วที่สุด ตรงกับสมรรถนะของตนเองมากที่สุด และสร้างรายได้ที่ดีที่สุด เป็นการกระจายอำนาจให้ประชาชนได้เข้าถึงการศึกษาอย่างเท่าเทียม โดยในแพลตฟอร์มนี้ผู้ใช้จะสามารถเข้าถึงองค์ความรู้ที่หลากหลายได้ตลอดเวลา สะสมเครดิตการเรียน และเทียบคุณวุฒิเพื่อไปต่อยอดการทำงานโดยไม่มีวันหมดอายุ และในภาพกว้าง
นอกจากนี้ข้อมูลจากแพลตฟอร์มนี้จะถูกนำมาใช้เพื่อเป็นยุทธศาสตร์ในการสร้าง Big Data พัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เพื่อให้ประเทศไทยและคนไทยแข่งขันได้ในเวทีโลกอย่างไม่ด้อยกว่าชาติใด

