แคนดิเดตนายกฯ-กับสเปกในฝัน เก่งบริหารจัดการ-แก้ ศก.

14.10.22 | 09:11 น.

แคนดิเดตนายกฯ-กับสเปกในฝัน เก่งบริหารจัดการ-แก้ ศก.

หมายเหตุความเห็นจากภาคเอกชนถึงแคนดิเดตนายกฯ ที่แต่ละพรรคการเมืองทยอยเปิดรายชื่อออกมา และความคาดหวังถึงนายกฯคนใหม่ ที่อยากให้มุ่งเน้นแก้ปัญหาเศรษฐกิจเป็นหลัก เพราะคาดว่าจะยังมีวิกฤตต่อเนื่อง

จุลนิตย์ วังวิวัฒน์
ประธานหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่

จากที่พรรคการเมืองต่างๆ ทยอยเปิดตัวแคนดิเดตนายกฯในการเลือกตั้งครั้งหน้านั้น ส่วนตัวอยากได้ผู้นำประเทศและทีมงาน ที่มีศักยภาพพัฒนาและขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศไปข้างหน้า หรือเติบโตอย่างมั่นคง ต้องมีองค์ความรู้ด้านเศรษฐกิจและทันต่อสถานการณ์โลก โดยเฉพาะการส่งออก ที่สร้างรายได้ปีละหลายแสนล้านบาท เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจประเทศให้ฟื้นคืนมาอีกครั้ง

Advertisement

ชื่อแคนดิเดตนายกฯที่เป็นข่าว อย่างพรรคเพื่อไทย จะเสนอชื่อ นายเศรษฐา ทวีสิน ประธานอำนวยการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) และ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ประธานคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรมพรรคเพื่อไทย หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย

พรรคภูมิใจไทย เสนอชื่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ส่วนพรรคสร้างอนาคตไทย จะเสนอชื่อนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ประธานพรรคสร้างอนาคตไทย ขณะที่พรรคไทยสร้างไทยเสนอชื่อคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรค ไทยสร้างไทย และพรรคก้าวไกลเสนอชื่อนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล นั้นล้วนมีพื้นฐานทำธุรกิจมาก่อน และเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงที่ประชาชนรู้จัก ย่อมมีโอกาสขึ้นมาเป็นนายกฯคนใหม่ได้ทั้งสิ้น

ถ้าผู้นำประเทศเป็นคนรุ่นใหม่ ที่มีความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ และมีวุฒิภาวะ ที่สามารถรับแรงกดดันได้ดี พร้อมสร้างเสถียรภาพการเมืองเข้มแข็งมากขึ้นเชื่อว่าประชาชนหรือผู้มีสิทธิเลือกตั้งสนับสนุนเป็นนายกฯคนใหม่มากกว่า

อย่างไรก็ตาม ต้องรอทุกพรรคเปิดตัวแคนดิเดตนายกฯเพื่อศึกษาวิเคราะห์แนวคิดและนโยบายก่อนว่าตอบโจทย์ประชาชนได้มากน้อยแค่ไหน

แต่อยากฝากนายกฯคนใหม่ ต้องแก้ปัญหาและฟื้นเศรษฐกิจประเทศเป็นอันดับแรก เพราะเป็นเรื่องปากท้องประชาชน ส่งเสริมการท่องเที่ยว เพื่อกระจายรายได้สู่ชุมชน ป้องกันปราบปรามยาเสพติดอย่างเข้มงวด พร้อมกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น เป็นกลไกขับเคลื่อนพัฒนาอย่างยั่งยืน และปฏิรูประบบราชการ ก้าวสู่ระบบดิจิทัล ให้สอดคล้องการเปลี่ยนแปลงโลก

ปัญหาในการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง คือ รัฐบาลไม่มีเสถียรภาพ เพราะแสวงหาอำนาจและผลประโยชน์เท่านั้น โดยไม่ตอบสนองความต้องการประชาชนส่วนใหญ่ จึงเกิดความเสื่อมศรัทธา ความไม่น่าเชื่อถือในสายตาประชาชน และนักลงทุนต่างชาติ จึงเป็นโจทย์ผู้นำประเทศและรัฐบาลชุดใหม่ จะแก้ปัญหาเหล่านี้อย่างไร เพื่อขับเคลื่อนพัฒนาประเทศในทุกมิติไปข้างหน้าอย่างมั่นคงและยั่งยืน

หัสดิน สุวัฒนะพงศ์เชฏ
เลขาธิการสภาอุตสาหกรรมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

พรรคการเมืองต่างๆ ที่ทยอยเปิดตัวแคนดิเดตนายกฯออกมา ถือเป็นเรื่องที่ดีที่จะทำให้ประชาชนได้เห็นหน้าตา ประวัติ ผลงาน ประกอบการตัดสินใจในการใช้สิทธิเลือกตั้ง

โดยส่วนตัวแล้วอยากเห็นนายกฯคนใหม่ที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกล มีความรู้และประสบการณ์ด้านเศรษฐกิจระดับนานาชาติ ไม่มีภาพของความขัดแย้งในสังคม พร้อมทำงานได้กับทุกกลุ่มการเมือง เท่าที่ดูจากการเปิดตัวตอนนี้ ยังไม่ตรงสเปกนัก

สำหรับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จากพรรคพลังประชารัฐนั้น ผมมองว่ายังยึดติดอยู่กับความเป็นทหารมากเกินไป สังเกตเห็นได้ว่าคณะที่ปรึกษาส่วนใหญ่จะเป็นทหาร เดิมทีอาจจะอ้างว่า เพื่อต้องการสร้างความมั่นคงของชาติในช่วงที่บ้านเมืองเกิดปัญหาความแตกแยกในสังคม แต่ในสถานการณ์ขณะนี้บ้านเมืองสงบแล้ว จะมาอ้างปัญหาด้านความมั่นคงเหมือนเดิมอีกไม่ได้ เพราะปัญหาใหญ่คือเรื่องของเศรษฐกิจ เรื่องปากท้องของประชาชน ที่อยู่ในขั้นวิกฤตมาก โดยที่คณะทำงานด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลไม่สามารถแก้ไขได้เลย ยิ่งเป็นเรื่องเศรษฐกิจระดับนานาชาติ แทบจะรับมือไม่ได้

ถ้า พล.อ.ประยุทธ์จะมาเป็นนายกฯอีก สิ่งที่ควรแก้อันดับแรกเลยคือการลบภาพทหารออกให้หมด แล้วหาทีมที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจใหม่ทั้งหมด

ส่วนนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ยังมีภาพด้านลบอยู่หลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการปลดล็อกกัญชาเสรี ที่กำลังเป็นปัญหาในขณะนี้ และการเป็นอดีตผู้บริหารบริษัทผู้รับเหมาขนาดใหญ่ ซึ่งพรรคภูมิใจไทยผูกขาดดูแลกระทรวงคมนาคมอย่างยาวนาน จนเป็นที่ครหาของหลายฝ่าย

ขณะที่นายจุรินทร์ ลักษณะวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ แต่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม อีกทั้งยังไม่สามารถกอบกู้ความศรัทธาของประชาชน ที่มีต่อพรรคให้กลับมายิ่งใหญ่เหมือนในอดีตได้

สำหรับ ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ประธานพรรคสร้างอนาคตไทย บางคนอาจจะคิดว่าเคยสร้างผลงานแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้ในยุคพรรคไทยรักไทยเป็นรัฐบาล แต่เมื่อมาเป็นรองนายกฯด้านเศรษฐกิจ ยุคพรรคพลังประชารัฐเป็นรัฐบาล กลับทำไม่ได้เหมือนเดิม เหตุนี้จึงชัดเจนว่าสมัยพรรคไทยรักไทย ผลงานต่างๆ มาจากที่ปรึกษาของนายทักษิณ ชินวัตรอดีตนายกฯ ดังนั้นการเป็นแคนดิเดตนายกฯครั้งนี้ ถือว่ายังไม่ถึงขั้น

ส่วนคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย ก็ถือว่ายังมีผลงานไม่ชัดเจนนัก อีกทั้งเพาเวอร์ที่จะรวบรวมเสียงข้างมากสนับสนุนยังไม่น่าจะพอ

สำหรับนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล แม้จะมีกลุ่มคนรุ่นใหม่สนับสนุนอยู่มาก อีกทั้งพรรคยังได้รับเงินบริจาคเข้ามาจำนวนมาก แต่ประสบการณ์ยังน้อย ยังต้องสั่งสมประสบการณ์ทางการเมืองอีกสักระยะ ถึงจะมีโอกาส

ขณะที่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร จากพรรคเพื่อไทย ยังติดภาพครอบครัวชินวัตรอยู่ และยังคงมุ่งมั่นที่จะนำนายทักษิณ ชินวัตร กลับมาประเทศไทยให้ได้ การนำกลับมาก็ไม่ผิดอะไร ขอให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม แต่ภาพของตระกูลชินวัตร อาจทำให้เกิดความขัดแย้งในสังคมขึ้นมาอีกครั้ง

ดังนั้น การเสนอชื่อนายเศรษฐา ทวีสิน ขึ้นมาเป็นแคนดิเดตนายกฯของพรรคเพื่อไทยอีกคน ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง แต่พรรคเพื่อไทยต้องให้ความชัดเจนว่าใครจะเป็นแคนดิเดตคนที่ 1 คนที่ 2 ถ้าคนที่ 1 เป็นนายเศรษฐา ภาคเอกชนก็ให้การตอบรับค่อนข้างดี เนื่องจากมีประสบการณ์ด้านบริหารบริษัทอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่มาแล้ว อีกทั้งภาพลักษณ์ความขัดแย้งก็ไม่มีด้วย

ตอนนี้ที่เห็นจะสูสีกันมีอยู่ 2 คน คือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จากพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งมีความได้เปรียบจากเสียงสนับสนุนของ ส.ว. 250 เสียง กับนายเศรษฐา ทวีสิน จากพรรคเพื่อไทยเท่านั้น

ชัยชาญ เจริญสุข
ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.)

สิ่งที่อยากจะฝากถึงรัฐบาลชุดใหม่และนายกฯคนใหม่ในสมัยหน้านั้น ในแง่ของภาคส่งออกในปี 2566 ถือเป็นปีที่มีความท้าทาย เพราะปัจจัยเสี่ยงหลายๆ อย่างยังคงอยู่ อาทิ สงครามรัสเซียกับยูเครน ซึ่งเป็นปัจจัยที่กดดันให้ราคาน้ำมันยังทรงตัวสูง และความกังวลเรื่องสินค้าเกษตรขาดแคลน

ดังนั้น สิ่งที่จะฝากถึงนายกฯคนใหม่คือการเข้ามาดูแลเรื่องราคาพลังงาน ขอให้เป็นนโยบายต่อเนื่อง เพราะราคาพลังงานเป็นต้นทุนของภาคการส่งออกทุกตัว รวมทั้งอยากให้ตรึงราคาน้ำมันดีเซลต่อเนื่อง และพิจารณาเรื่องค่าไฟฟ้าผันแปร (เอฟที) ให้เหมาะสม ขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป อย่าขึ้นก้าวกระโดดเหมือนในปีนี้ เนื่องจากเอกชนปรับตัวไม่ทัน

เรื่องต่อมาที่ต้องเข้ามาดูแลคือการรักษาเสถียรภาพค่าเงิน พร้อมทั้งช่วยเหลือสภาพคล่องของผู้ประกอบการโดยเฉพาะผู้ประกอบการรายเล็กและพิจารณาเรื่องการขยายตลาดต่างประเทศให้มากขึ้น โดยเฉพาะตลาดใหม่ อาทิ แอฟริกา เอเชียใต้ และตะวันออกกลาง ส่วนใหญ่เป็นนโยบายต่อเนื่อง ไม่อยากให้รัฐบาลชุดใหม่เข้ามาเปลี่ยนนโยบาย โดยเฉพาะนโยบายที่ดีอยู่แล้วก็ให้ทำอย่างต่อเนื่องต่อไป

ส่วนนโยบายใหม่ๆ ที่ต้องเร่งพัฒนาเพื่อให้เกิดประโยชน์กับภาคการส่งออก คงเป็นเรื่องการเร่งขยายตลาดการค้าระหว่างชายแดน และการแก้ไขปัญหาอุปสรรค ในเรื่องกฎหมายที่ล้าสมัย เป็นอีกประเด็นที่นายกฯคนใหม่ต้องเร่งเข้ามาผลักดันให้เกิดขึ้นจริง เพื่อขยายโอกาสและขีดความสามารถทางการแข่งขันให้กับผู้ส่งออก รวมถึงในภาคการค้าการลงทุนในประเทศต่อไป

ภาพรวมเศรษฐกิจในปี 2566 ยังเป็นปีที่ท้าทาย และนักวิเคราะห์เศรษฐกิจหลายสถาบันเห็นตรงกันว่าเศรษฐกิจในปี 2566 จะไม่เติบโตดีเหมือนปี 2565 ผลมาจากการปรับตัวของสหรัฐ ทั้งเรื่องการขึ้นอัตราดอกเบี้ย และยังมีความกังวลเรื่องเงินเฟ้อในประเทศ การอ่อนค่าของค่าเงินทั่วโลก ยังเป็นผลกดดันต่อเนื่องไปจนถึงปีหน้า แต่มองว่าไม่ถึงขั้นเศรษฐกิจถดถอย เป็นความท้าทายมากกว่า ซึ่งผู้ส่งออกต้องดูแลตัวเอง โดยเฉพาะเรื่องสภาพคล่องทางการเงิน และการพัฒนาสินค้าเพื่อส่งออกให้ไปสู้กับตลาดโลก อย่ายึดติดกับตลาดเดิม

ประเมินว่าจากปัจจัยลบต่างๆ ส่งผลให้ในปี 2566 การส่งออกจะเติบโตอยู่ที่ 3-5% จากปี 2565 คาดว่าการส่งออกจะเติบโตอยู่ที่ 8-10% เนื่องจากปีนี้ได้อานิสงส์หลายอย่าง อาทิ เรื่องเงินบาทอ่อนค่า ความต้องการสินค้าเกษตรที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ปี 2566 ยังต้องติดตามปัญหาที่อาจเกิดขึ้นอีก จากเดิมที่มีปัจจัยลบต่อเนื่องอยู่แล้ว

วิศิษฐ์ ลิ้มลือชา
รองประธานสภาหอการค้าไทย

ผู้ที่จะขึ้นมาเป็นนายกฯต้องเข้าใจสถานการณ์เศรษฐกิจมากๆ หรือเป็นผู้นำที่ทีมเศรษฐกิจมีความสามารถ คอยสนับสนุนและคอยดูตรงส่วนนี้ เพราะภาวะเศรษฐกิจตอนนี้กำลังเข้าสู่ปัญหาใหญ่ ซึ่งไม่ใช่ของไทยอย่างเดียวแต่เป็นไปทั่วโลก จึงต้องเข้ามาช่วยฝ่าฟันปัญหานี้ให้ได้ เพราะว่าก่อนนี้ก็สะสมปัญหาทางเศรษฐกิจมานานตั้งแต่ช่วงโควิด ดังนั้น หลังจากนี้จะทำอะไรก็ยากมากๆ

ตอนนี้แต่ละประเทศเองก็เริ่มเปิดประเทศแล้วแต่ยังคงมีปัญหาอยู่ โดยเฉพาะเรื่องการจัดการเงินเฟ้อของหลายประเทศที่ส่งผลให้เกิดภาพเศรษฐกิจถดถอย ดังนั้น ตอนนี้ปัญหาเศรษฐกิจถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด เพราะมีปัญหารออยู่เยอะ

ขณะนี้หลายพรรคการเมืองกำลังเฟ้นหาตัวบุคคลที่เป็นภาพลักษณ์ของพรรคเพื่อเสนอชื่อเป็นแคนดิเดตนายกฯออกมา แต่ที่สำคัญกว่านั้น ไม่ใช่แค่หัวหน้าพรรคหรือแคนดิเดตนายกฯอย่างเดียว ต้องเป็นทีมที่มีความพร้อมเรื่องการดูแลเศรษฐกิจด้วย เชื่อว่าคงจะค่อยๆ ทยอยปล่อยรายชื่อแคนดิเดตนายกฯออกมาเรื่อยๆ

ดังนั้น เชื่อว่าประชาชนยังมีโอกาสในการตัดสินใจอยู่ และเชื่อว่าทุกพรรคคงรู้และเข้าใจดีว่าเรื่องเศรษฐกิจสำคัญมาก