“ลุงป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา “ลุงป้อม” นั่งหัวโต๊ะประชุมขับเคลื่อนพัฒนาเมืองอัจฉริยะ มุ่งมั่นพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ ของประชาชน ให้มีความอยู่ดี กินดี โดยการพัฒนาประเทศไทยมีพื้นที่ที่ได้รับการรับรองเป็นเมืองอัจฉริยะรวม 30 พื้นที่ใน 23 จังหวัด ก่อให้เกิดการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนกว่า 20 ล้านคน ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวจะได้รับการส่งเสริมการลงทุนสำหรับกิจการพัฒนาพื้นที่เมืองอัจฉริยะ และกิจการพัฒนาระบบเมืองอัจฉริยะจากบีโอไอ โดย 15 เมืองอัจฉริยะประเทศไทย และยังได้สนอเมืองเข้าร่วมเป็นสมาชิกเครือข่ายเมืองอัจฉริยะอาเซียน (ASEAN Smart Cities Network: ASCN) เพิ่มเติม ประกอบด้วย เชียงใหม่ ขอนแก่น ระยอง และฉะเชิงเทรา ซึ่งเดิมมีเมืองที่เข้าร่วมแล้วคือ กรุงเทพฯ ชลบุรี และภูเก็ต ทั้ง 7 เมืองนับเป็นเป้าหมายการพัฒนาเมืองอัจฉริยะของรัฐบาล พัฒนากำลังคนดิจิทัลรุ่นใหม่ ควบคู่ไปกับการยกระดับทักษะด้านดิจิทัลให้กับเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น กิจกรรมส่งเสริมและสร้างความตระหนัก อาทิ การจัดประกวด The Smart City Solution Awards 2022 เพื่อมอบรางวัลแก่ผู้ที่นำเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้เพื่อการบริการภาคประชาชน นับเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จของรัฐบาล ที่มี “ลุงป้อม” พล.อ.ประวิตร กำกับดูแลงานด้านนี้

ขณะที่สัปดาห์หน้าจะมีงานใหญ่ระดับชาติ “ลุงป้อม” ยังแรงดีไม่มีตก ใช้ใจบันดาลแรง เป็นหลักในการเตรียมการทุกหน่วยซักซ้อมแผนเผชิญเหตุรองรับการจัดการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจ เอเปค โดยเป็นประธานคณะอนุกรรมการ ในการตรวจเยี่ยมการซักซ้อมแผนเผชิญเหตุรองรับการจัดการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจ เอเปค และการประชุมที่เกี่ยวข้อง ในช่วงที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ จัดการประชุม เอเปค ปี พ.ศ.2565 ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ “ลุงป้อม” เป็นกำลังหลักของรัฐบาล ภารกิจสำคัญระดับชาติให้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี เพื่อชื่อเสียงของประเทศ โดยบรูณาการทุกหน่วยงานร่วมแรงร่วมใจรักษาความปลอดภัยและความสะดวกด้านการจราจร ให้ผ่านพ้นไปด้วยดี ด้วยบุคลิกภาพที่เป็นผู้นำ มากด้ยประสบการณ์ และบารมีทางการเมือง ผลงานที่ผ่านมาน่าจะการรันตี ให้ บรรดาเหล่า ส.ส.ในพรรคพลังประชารัฐ มีความอุ่นใจได้เป็นอย่างดีว่า ตราบใดที่มีหัวหน้าพรรค ชื่อ “บิ๊กป้อม” หรือ “ลุงป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ก็ย่อมแต่ใจได้ว่า การทำงานโดยใช้ใจบันดาลแรงของหัวหน้าพรรค ในการทำงานเพื่อประโยชน์ของประเทศและประชาชน จะสามารถนำพาพรรคพลังประชารัฐ ยืนหนึ่งในการเลือกตั้งคราวหน้าแน่นอน เห็นได้จาก เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายนที่ผ่านมา “ลุงป้อม” เปิดประชุมคอนเฟอเนซ์ เปิดรับฟังความคิดเห็นภาคประชาสังคม ร่วมพัฒนา จ.ชายแดนภาคใต้ กว่า 300 องค์กรเข้าร่วม หวังพลิกฟื้นและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในทุกมิติโดยอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเป็นการเปลี่ยนแปลงวิธีการทำงานที่จะทำให้องค์กร ภาคประชาชน และภาคประชาสังคม มีความเข้มแข็ง ตามวิถีทางประชาธิปไตย
“ลุงป้อม” ทำงานการเมืองโดยรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน และทุกภาคส่วน นี่ย่อมแสดงถึงวิสัยทัศน์ ของ นักการเมืองที่มากด้วยประสบการณ์ สมกับเป็นผู้ใหญ่ของบ้านเมือง ที่ทำงานเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง และเมื่อการเลือกตั้งตั้งที่จะมาถึง ประชาชนก็จะเป็นผู้ตัดสิน ก็หวังให้ “ลุงป้อม” ในฐานะ หัวหน้าพรรคพปชร. เป็นหัวหน้ารัฐบาลในสมัยหน้าอีกตำแหน่งนะท่าน

