สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ โชว์คิวลุยงาน ภารกิจใหญ่ล่าวิชั่น

12.12.22 | 09:11 น.

สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ โชว์คิวลุยงาน ภารกิจใหญ่ล่าวิชั่น


หมายเหตุศ.คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดใจให้สัมภาษณ์ภายหลังดำรงตำแหน่ง 8 เดือน

“มีคนชมใครก็ชอบ

แต่คนทำงานก็ต้องถูกด่า เป็นเรื่องปกติ

Advertisement

ตอนนี้โดนจนชินแล้ว”

เปิดปมร้อนยิงสด‘บอลโลก’
ปัญหาลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลโลกปี 2022 จำนวน 600 ล้านบาท เมื่อมองย้อนกลับไปไม่คาดคิดว่า จะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ เพราะการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เข้าหารือเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน ด้วยความสิ้นหวังว่าไม่มีเงิน และจวนเจียนการแข่งขันที่จะเริ่มขึ้นในวันที่ 20 พฤศจิกายน จึงจะขอเงินสนับสนุนเป็นเงิน 38 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 1,200 ล้านบาท และเมื่อรวมภาษีและค่าใช้จ่ายต่างๆ วงเงินจะอยู่ที่ 42 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 1,600 ล้านบาท

กกท.รับปากว่าจะดำเนินการถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลโลกภายใต้กฎมัสต์แครี่ ประชาชนทั่วไปจะสามารถรับชมและเข้าถึงได้ โดยจะครอบคลุมการออกอากาศผ่านกิจการกระจายเสียงหรือกิจการโทรทัศน์ทุกประเภทที่อยู่ในการกำกับดูแลของ กสทช. หรือสำนักงาน กสทช. ตอนนั้นคิดว่า ถ้ามีเงินเพียงพอก็ให้ได้จึงพิจารณาเงินในกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ (กทปส.) มาเพื่อใช้สนับสนุน และศึกษาข้อมูลจากประเทศเพื่อนบ้านควบคู่ไปด้วย

‘จอดำ’คุ้มครองสิทธิ‘ทรู’
ต่อมาที่ประชุม กสทช.เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน จึงมีมติอนุมัติเงินสนับสนุน 600 ล้านบาท หรือคิดเป็น 50% ของมูลค่า 1,200 ล้านบาท ซึ่งเป็นหลักคิดเดียวกับกองทุน กทปส.เคยสนับสนุนเงิน 240 ล้านบาทจากทั้งหมด 480 ล้านบาท เพื่อซื้อลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดแข่งขันกีฬาโอลิมปิก และมีการทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (เอ็มโอยู) ระหว่าง กสทช.และ กกท. เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน

หลังจากนั้นก็คาดว่า จะมีการลงขันของภาคเอกชน แต่ไม่ทราบว่า กกท.จะมีการทำเอ็มโอยูร่วมกับ บริษัท ทรูโฟร์ยู สเตชั่น จำกัด, บริษัท ทรู วิชั่นส์ กรุ๊ป จำกัด และบริษัท ทรู ดิจิทัล กรุ๊ป จำกัด ในวันที่ 19 พฤศจิกายน ภายใต้กฎหมายการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา จนถัดมามีการยื่นฟ้องบริษัท ซุปเปอร์ บรอดแบนด์ เน็ทเวอร์ค จำกัด (SBN) ผู้ให้บริการเอไอเอส เพลย์บ็อกซ์ต่อศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง พร้อมยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งห้ามไม่ให้มีการละเมิดลิขสิทธิ์เป็นการชั่วคราว กระทั่งศาลทรัพย์สินทางปัญญาฯได้มีคำสั่งห้ามแพร่เสียงและแพร่ภาพการแข่งขันในแพลตฟอร์มอื่น เพื่อคุ้มครองสิทธิกลุ่มทรูในฐานะผู้ได้รับสิทธิ

ผิด‘เอ็มโอยู’เรียกคืน600ล้าน
เมื่อ กกท.ทำผิดเอ็มโอยูที่ได้ทำไว้กับ กสทช. ที่ประชุม กสทช.นัดพิเศษ เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม จึงมีมติ 6 ต่อ 0 เสียง แจ้งคำสั่งทางปกครองไปยัง กกท. เพื่อเรียกคืนเงินจำนวน 600 ล้านบาทภายใน 15 วันหลังจากที่ได้รับหนังสือแจ้งดังกล่าวแต่ก่อนหน้าที่จะมีมติดังกล่าว กสทช.ได้เชิญ กกท. รวมถึงกลุ่มทรู เข้าร่วมหารือ เพื่อกำชับให้ดำเนินการตามกฎมัสต์แครี่หลายครั้ง และ กกท.เองก็ยืนยันมาโดยตลอดว่า เข้าใจและจะปฏิบัติตามเอ็มโอยู แต่กลับไม่ดำเนินการ จากช่องโหว่ทางกฎหมายที่ไม่มีใครรู้มาก่อน จึงเป็นโอกาสสำหรับบางคน ซึ่ง กกท.เองก็อาจจะรู้หรือไม่รู้ หรือเลือกหลับตาข้างหนึ่ง ระหว่างนี้จึงต้องให้โอกาส กกท.ได้ทบทวน และจะเชิญเข้าหารือร่วมกันอีกครั้ง

สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้มองว่า เป็นการหักหลัง แม้รู้สึกว่าพลาดท่าบางอย่าง แต่ไม่ผิดหวังเพราะทุกคนได้รับประโยชน์จากเงินตั้งต้นที่ให้การสนับสนุน เพราะอย่างน้อยเรื่องแบบนี้จะต้องมีผู้ปิดทองหลังพระบ้าง ไม่ใช่ว่าอยากได้หน้า แต่ก็อยากได้ แม้จะแค่ช่วงแรกที่เวลาไปไหนมาไหนแล้วมีหลายคนเข้ามาขอบคุณ กสทช.ที่ทำให้ได้ชมการถ่ายทอดสดการแข่งขัน อาจจะมีคนด่าบ้าง ก็เฉพาะกลุ่มที่ไม่สามารถรับชมได้แค่นั้น ซึ่งเตรียมใจไว้อยู่แล้ว

มีคนชมใครก็ชอบ แต่คนทำงานก็ต้องถูกด่า เป็นเรื่องปกติ ตอนนี้โดนจนชินแล้ว แต่ไม่นิ่งเฉย เพื่อนำมาปรับปรุงแก้ไข

ฟ้องศาลเป็นทางเลือกสุดท้าย
อย่างไรก็ตาม ไม่คิดว่าจะได้เงินคืนจาก กกท. เพราะอ้อยเข้าปากช้างแล้ว คงยากจะได้คืน และไม่รู้ว่า กกท.จะนำเงินจากส่วนไหนมาคืน เพราะถ้ามีเงินคงไม่มาขอรับการสนับสนุนจาก กสทช. แต่ขอให้การต่อสู้กันในศาลปกครองเป็นเพียงทางเลือกหนึ่งเท่านั้นหาก กกท.ไม่นำเงินมาคืนภายใน 15 วัน แต่ถ้า กกท.ยกเลิกเอ็มโอยูที่ทำร่วมกับกลุ่มทรู และเปิดให้ประชาชนได้รับชมการแข่งขันฟุตบอลโลกได้อย่างทั่วถึง กกท.ก็มีสิทธิที่จะไม่คืนเงินได้ และเป็นทางหนึ่งในการแก้ปัญหานี้

แม้ กสทช.จะเป็นองค์กรกำกับดูแล แต่ไม่สามารถเข้าไปก้าวก่ายเอ็มโอยูระหว่าง กกท.และกลุ่มทรูได้ มองว่าปัญหาที่เกิดขึ้น เป็นเพราะเอ็มโอยูทั้ง 2 ฉบับมีตัวบทกฎหมายที่แตกต่างกันระหว่างกฎมัสต์แครี่และกฎหมายการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ดังนั้น จึงต้องชั่งน้ำหนักว่าอะไรสำคัญหรือมีน้ำหนักมากกว่า แต่คงไม่สามารถละเมิดอำนาจศาลได้ ซึ่งยอมรับว่าหนักใจ และจะมีการปรึกษาสำนักงานอัยการสูงสุดต่อไป

ในส่วน กสทช.มองว่ากฎมัสต์แครี่มีน้ำหนักและควรปฏิบัติตาม และหวังอย่างยิ่งว่าการแข่งขันฟุตบอลโลกนัดชิงชนะเลิศ คนไทยจะสามารถรับชมได้ทุกแพลตฟอร์ม และหลังจบการแข่งขันต้องมีการทบทวนกฎมัสต์แครี่ เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

ยอมรับรักษาคนไข้ง่ายกว่า
ในด้านการทำงานในช่วง 8 เดือนของบอร์ดชุดใหม่ หากเปรียบเทียบกับบอร์ดชุดเก่า หลายคนอาจมองว่ามีการทำงานที่แตกต่างกัน แต่ผมเห็นว่า เป็นเพราะบอร์ดชุดใหม่อยู่ในช่วงเริ่มต้น จึงไม่สนิทสนมหรือพูดคุยกับผู้สื่อข่าวจึงไม่มีข่าวออกมามากนัก ส่วน กสทช.ชุดเก่าทำงานมานานจึงคุ้นเคยกันมากกว่า ซึ่งเรื่องที่สื่อมวลชนเสนอให้มีการแถลงข่าวทุกครั้งที่มีการประชุมบอร์ด กสทช. ก็จะลองไปพิจารณาดู และถ้าให้เทียบการรักษาคนไข้ถือว่าง่ายกว่าการประชุม กสทช.เยอะ

อีกทั้ง ก่อนจะพูดเราเป็นนาย แต่พูดไปแล้วคำพูดกลายเป็นนายเรา ดังนั้น จึงต้องระวังพอสมควร ไม่ถึงขนาดว่ากลัวสื่อมวลชน แต่เกรงใจเพราะทำงานตรงนี้ ก็ต้องเจอกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และไม่เคยห้ามกรรมการ กสทช.ให้ข่าวกับสื่อมวลชน สามารถทำได้ เพียงกำชับว่าอะไรที่เปิดเผยได้ให้เปิดเผย และทุกอย่างต้องเป็นไปตามกฎหมาย แต่อย่าลืมว่า นั่นไม่ใช่มติของ กสทช. เป็นความคิดเห็นเฉพาะกรรมการ กสทช.แต่ละคน และต้องสามารถยืนยันได้

งานใหญ่ปีหน้าจ่อคิวอื้อ
สำหรับโรดแมปการทำงานของบอร์ด กสทช.ในปี 2566 อาจแถลงให้ทราบช่วงต้นปีหน้า ระหว่างนี้ก็ได้หารือร่วมกับสำนักงาน กสทช.ในเบื้องต้นแล้ว โดยปีหน้าจะมีหลายเรื่องใหญ่ อาทิ การจัดการประมูลสิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียม, กรณีเอไอเอสเข้าซื้อกิจการ 3BB, การให้ใช้คลื่นความถี่ย่าน 6 กิกะเฮิรตซ์ รวมถึงสงครามเซมิคอนดักเตอร์ ระหว่างจีนและสหรัฐอเมริกา จึงเป็นเรื่องที่ต้องคิดและเตรียมแผนในการรับมือ ซึ่งก็ต้องเอาใจทั้งสองฝ่าย และต้องแบ่งรับแบ่งสู้ โดยยึดผลประโยชน์ที่จะได้รับสูงสุด

นอกจากนี้ กสทช.ได้เร่งดำเนินการโครงการเทเลเมดิซีน หรือแพทย์ทางไกล โดยร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ซึ่งเป็นไปตามแนวทางปฏิบัติการแพทย์ทางไกลหรือโทรเวช เพื่อรองรับระบบดูแลสุขภาพทางไกล โดยเป็นการทำเทคโนโลยีดิจิทัล อาทิ 5G และระบบปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) มาใช้เป็นเครื่องมือช่วยแพทย์ ในการรักษาผู้ป่วย เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยทั่วประเทศ โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกล หรือชายขอบ ที่มีปัญหาในการเดินทางเข้ามาใช้บริการยังโรงพยาบาลในพื้นที่ต่างๆ

ตอนสมัครเข้ามาเป็น กสทช. ได้โชว์วิสัยทัศน์ในเรื่องแพทย์ทางไกล เมื่อได้รับเลือกแล้ว จึงเป็นสิ่งที่ต้องเร่งดำเนินการ ตามนโยบายที่ได้ประกาศไว้ ถือเป็นสิ่งสำคัญ เพราะการเข้ามาเป็น กสทช. จะสามารถผลักดันโครงการนี้ได้ดีกว่า การอยู่ในตำแหน่งอื่น หรือหน่วยงานอื่นๆ เพราะมีระยะเวลาทำงานยาวถึง 6 ปี โดยตอนนี้ได้มีการแต่งตั้งคณะทำงานขึ้นมาทำงานแล้ว และกำลังเร่งทำงานในเรื่องนี้ โดย กสทช.จะเป็นหนึ่งในหน่วยงานที่ขับเคลื่อนในเรื่องนี้

เพื่อทำให้คนไทยทุกคนมีแพทย์ประจำตัว ที่คอยให้คำปรึกษาเวลาเจ็บป่วย ซึ่งการรักษาและให้คำปรึกษาของแพทย์ในบางกลุ่มโรคไม่จำเป็นต้องเดินทางมาที่โรงพยาบาล หากใช้เทเลเมดิซีน โดยการวิดีโอคอล เพื่อให้เห็นหน้า พูดคุยถึงอาการ ก็จะสามารถนำมาวินิจฉัยพร้อมสั่งยา และสามารถรอรับอยู่ที่บ้านได้ ซึ่งช่วยในการประหยัดเวลา และค่าเดินทางได้มาก โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ชนบทห่างไกล โดยคาดว่าจะเห็นโครงการนี้เป็นรูปธรรมได้ในเดือนพฤษภาคม 2566