ข่าวพิเศษ-ข่าวดังแห่งปี2565
ร.10-พระราชินีทรงรับผู้นำเอเปค
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จออกพร้อมด้วย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ณ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง ทรงรับพระประมุข ประธานาธิบดี และพระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นายกรัฐมนตรี และผู้แทนประเทศ ซึ่งเป็นผู้นำเขตเศรษฐกิจ และแขกพิเศษ พร้อมด้วยคู่สมรส เฝ้าฯ ในโอกาสที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ‘การประชุมกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก หรือ เอเปค ครั้งที่ 29’ ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2565
การนี้ ทรงรับ เจ้าชายมุฮัมมัด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมาร และนายกรัฐมนตรี ซาอุดีอาระเบีย และคณะ ในฐานะแขกของรัฐบาล ในโอกาสที่เสด็จฯ เยือนประเทศไทย ทรงมีพระราชปฏิสันถาร และฉายพระบรมฉายาลักษณ์ร่วมกัน
อีกทั้ง ทรงรับผู้นำเขตเศรษฐกิจ พร้อมด้วยคู่สมรส จำนวน 21 เขตเศรษฐกิจ ทรงมีพระราชปฏิสันถาร และฉายพระบรมฉายาลักษณ์ร่วมกัน ได้แก่ สมเด็จพระราชาธิบดี พระองค์ที่ 29 และเจ้าชายอับดุล มาทีน รัชทายาทลำดับที่ 6 ประเทศบรูไนดารุสซาลาม, นายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีสาธารณรัฐประชาชนจีน, นายเอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส, นายแอนโทนี แอลบาเนซี นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย, นายจัสติน ทรูโด นายกรัฐมนตรีแคนาดา, นายโจโก วีโดโด ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย, นายฟูมิโอะ คิชิดะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น, นายฮัน ด็อก-ซู นายกรัฐมนตรีเกาหลีใต้, นายกาบริเอล โบริก ฟอนต์ ประธานาธิบดีชิลี, นางคามาลา แฮร์ริส รองประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา, นายเหวียน ซวน ฟุก ประธานาธิบดีเวียดนาม, นายตัน ซรี ดะโต๊ะ เซอรี โมฮามัด ซูกี บิน อาลี เลขาธิการรัฐบาลมาเลเซีย, นางสาวจาซินดา อาร์เดิร์น นายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์
นางดินา เอร์ซิเลีย โบลัวร์เต เซการ์รา รองประธานาธิบดีเปรู คนที่ 1, นายแฟร์ดีนันด์ โรมูอัลเดซ มาร์โคส จูเนียร์ ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์, นายเจมส์ มาราเป นายกรัฐมนตรีปาปัวนิวกินี, นายอันเดรย์ เบโลอูซอฟ รองนายกรัฐมนตรีสหพันธรัฐรัสเซีย คนที่ 1 และนายลี เซียน ลุง นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์
ความสำเร็จไทยเจ้าภาพเอเปค
การเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเอเปค 2022 ถือเป็นเรื่องสำคัญและยังเป็นหนึ่งในความสำเร็จสำคัญของไทยในปีนี้ ด้วยการเป็นเจ้าภาพการประชุมต่างๆ กว่า 100 การประชุมตลอดปี ก่อนที่จะปิดท้ายด้วยการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค โดยมีการกระจายไปจัดประชุมในทุกภูมิภาคทั่วประเทศ
สิ่งสำคัญที่ถือเป็นผลงานสำคัญของไทย คือการที่ผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปคได้ให้การรับรอง “เป้าหมายกรุงเทพฯ ว่าด้วยเศรษฐกิจชีวภาพ-เศรษฐกิจหมุนเวียน-เศรษฐกิจสีเขียว” (Bangkok Goals on BCG Economy) ซึ่งเป็นการปลูกฝังจริยธรรมเพื่อให้มีการประกอบธุรกิจที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งสอดรับไปกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อโลก เพื่อให้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจในเอเปคตามแนวทางดังกล่าวอย่างต่อเนื่องต่อไป
ขณะเดียวกันภาพที่บรรดาผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปคเดินทางมาร่วมประชุมในไทย รวมถึงแขกของเจ้าภาพเอเปคอย่างประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส และเจ้าชายมุฮัมมัด บิน ซัลมาน บิน อับดุลอะซีซ อัล ซะอูด มกุฎราชกุมารและนายกรัฐมนตรีซาอุดีอาระเบีย
ในระหว่างนั้นยังมีการเยือนไทยอย่างเป็นทางการของผู้นำ 3 ประเทศ ประกอบด้วย ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน นายเหวียน ซวน ฟุก ประธานาธิบดีเวียดนาม และเจ้าชายมุฮัมมัด ก็เต็มไปด้วยความชื่นมื่น และสร้างความประทับใจให้กับแขกบ้านแขกเมืองทุกคนเป็นอย่างดี
‘ชัชชาติ’ฟีเวอร์คว้าชัยผู้ว่าฯกทม.
อีกข่าวเด่นประจำปีหนีไม่พ้นความฟีเวอร์ของ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครในนามอิสระ เบอร์ 8 อดีตรัฐมนตรีที่แข็งแกร่งที่สุดในปฐพี ซึ่งคว้าชัยอย่างไม่พลิกโผหลังปิดหีบ 22 พฤษภาคม ด้วยคะแนนถล่มทลายเฉียด 1.4 ล้านเสียง ทิ้งห่าง ‘พี่เอ้’ สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ เบอร์ 4 จากพรรคประชาธิปัตย์ และวิโรจน์ ลักขณาอดิศร เบอร์ 1 พรรคก้าวไกล แบบไม่เห็นฝุ่น
31 พฤษภาคม คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศรับรองผลอย่างเป็นทางการ หลังประชาชนแห่โทรจี้ถามสายด่วน กกต.1444 จนสายแทบไหม้ ส่งผลให้ ชัชชาติ ดำรงตำแหน่งผู้ว่าฯกทม. คนที่ 17 และคนแรกที่มาจากการเลือกตั้งหลังรัฐประหารโดย คสช.
ไม่เพียงเท่านั้น ยังทุบสถิติคะแนนสูงสุดในประวัติศาสตร์ ด้วย 1,386,215 เสียง
1 มิถุนายน 12.44 น. ชัชชาติ ก้าวเท้าขวาขึ้นบันไดศาลาว่าการ กทม. เสาชิงช้า ประกาศ ‘จะไม่ทำให้ผิดหวัง’ ยินดีทำงานกับ ส.ก.ทุกพรรค พร้อมดูแลคนกรุงอย่างเท่าเทียม ชู ‘กรุงเทพฯ 9 ดี’ หรือนโยบาย 9 มิติ ได้แก่ ปลอดภัยดี สุขภาพดี สร้างสรรค์ดี สิ่งแวดล้อมดี บริหารจัดการดี เรียนดี โครงสร้างดี เศรษฐกิจดี เดินทางดี พร้อมเปิดตัว 4 รองผู้ว่าฯ ร่วมด้วย 9 กุนซือ
สร้างปรากฏการณ์ชัชชาติฟีเวอร์ คนทั่วประเทศแห่ดู ‘ไลฟ์’ ตามติดชีวิตและภารกิจแบบนาทีต่อนาที มีการแถลงความคืบหน้าการพัฒนาเมืองเป็นระยะ ล่าสุด 21 ธันวาคม ‘ทีมชัชชาติ’ แถลงผลงาน 6 เดือน 21 วัน เข้มปราบคอร์รัปชั่น เพิ่มรายได้-ลดรายจ่าย ดันโอกาสกลุ่มเปราะบาง พร้อมเผยแผนงานปีหน้าของกรุงเทพมหานคร ลุยแก้หลากปัญหาให้เพื่อคุณภาพชีวิตชาวกรุง
‘ประยุทธ์’นายกฯ 8 ปี
กรณีพรรคร่วมฝ่ายค้านร่วมลงชื่อ 171 คน ยื่นคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยการดำรงตำแหน่งนายกฯ 8 ปีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ครบ 8 ปี ตั้งแต่วันที่ 24 สิงหาคม 2565 ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 158 วรรคสี่ หรือไม่
โดยเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2565 ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติ 9 ต่อ 0 เสียง รับคำร้องไว้วินิจฉัย พร้อมกับมีมติ 5 ต่อ 4 เสียง ให้ พล.อ.ประยุทธ์หยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าจะมีคำวินิจฉัย ระหว่างนั้น พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ทำหน้าที่รักษาการนายกฯ เป็นเวลา 38 วัน
กระทั่งวันที่ 30 กันยายน ศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 6 ต่อ 3 เสียง เห็นว่า พล.อ.ประยุทธ์ ดำรงตำแหน่งนายกฯ ยังไม่ครบ 8 ปี ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 158 วรรคสี่
ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญ ระบุว่า การดำรงตำแหน่งนายกฯ เริ่มนับตั้งแต่รัฐธรรมนูญ 2560 มีผลบังคับใช้ในวันที่ 6 เมษายน 2560
ดังนั้น พล.อ.ประยุทธ์จะดำรงตำแหน่งนายกฯครบในปี 2568!?
สิ้นรัชสมัย‘ควีนเอลิซาเบธที่ 2’
8 กันยายนปี ค.ศ.2022 เป็นอีกวันที่ถูกจารึกในหน้าประวัติศาสตร์โลก จากการสวรรคตของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ประมุขแห่งราชวงศ์อังกฤษ ขณะทรงมีพระชนมพรรษา 96 พรรษา ถือเป็นการสิ้นสุดรัชสมัยของกษัตริย์ผู้ทรงครองราชย์ยาวนานที่สุดแห่งสหราชอาณาจักรที่ดำเนินมายาวนานถึง 70 ปี และนับเป็นวันแห่งการผลัดแผ่นดินใหม่สู่รัชสมัยปกครองของพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 พระชนมพรรษา 73 พรรษา ที่เสด็จขึ้นสืบราชบัลลังก์แห่งราชวงศ์วินด์เซอร์ในทันที
ข่าวการสวรรคตของควีนเอลิซาเบธที่ 2 ได้สร้างความเศร้าเสียใจและการแสดงความอาลัยหลั่งไหลมาจากทั่วทุกมุมโลกสู่สหราชอาณาจักร โดยพระราชพิธีพระบรมศพได้รับการจัดขึ้นตามราชประเพณีอย่างสมพระเกียรติยศ ที่มหาวิหารเวสต์มินสเตอร์ เมื่อวันที่ 19 กันยายน โดยมีสมาชิกราชวงศ์อังกฤษ พระประมุขราชวงศ์ต่างๆ ผู้นำนานาประเทศ และแขกผู้มีเกียรติจากทั่วโลก มาร่วมแสดงความอาลัยเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่พระบรมศพของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 จะถูกอัญเชิญไปประกอบพิธีฝังไว้ ที่โบสถ์อนุสรณ์พระเจ้าจอร์จที่ 6 ภายในพระราชวังวินด์เซอร์ อันเป็นที่ประทับสุดท้าย
ความสำเร็จยิ่งใหญ่ที่สุดของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ไม่ได้อยู่ที่พระองค์ทรงเป็นพระประมุขที่ทรงครองสิริราชสมบัติยาวนานที่สุดมากกว่าพระมหากษัตริย์พระองค์ใดในประวัติศาสตร์อังกฤษ แต่เป็นเพราะพระองค์ทรงเป็นกษัตริย์ที่ทรงอุทิศพระชนม์ชีพในการปฏิบัติพระราชภารกิจที่มีต่อราชบัลลังก์และพสกนิกรของพระองค์
ทั้งทรงเป็นผู้นำการปรับปรุงสถาบันให้ทันต่อยุคสมัยที่เปลี่ยนไป และรักษาความนิยมต่อสถาบันกษัตริย์ตลอดหลายทศวรรษของการเปลี่ยนแปลงทั้งทางการเมือง สังคมและวัฒนธรรมที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดรัชสมัยของพระองค์
ดาวบันเทิงร่วงลับฟ้า
2565 เป็นปีที่วงการบันเทิงประสบกับความสูญเสียมากมาย ดาวหลายดวงร่วงลับฟ้า โดยมีทั้งที่จากไปตั้งแต่อายุยังน้อย จนกลายเป็นเรื่องช็อกของแฟนๆ จากไปเพราะความเจ็บป่วย และจากไปด้วยเหตุอันคาดไม่ถึง ทั้งจากอุบัติเหตุและอื่นๆ ซึ่งสร้างความเศร้าเสียใจให้กับแฟนๆ
โดยขวัญใจของผู้คนที่จากลาไปในปีนี้มีทั้ง สมบัติ เมทะนี, สรพงศ์ ชาตรี, เศรษฐา ศิระฉายา, ศรเพชร ศรสุพรรณ, ไวพจน์ เพชรสุพรรณ, ไมเคิล พูพาร์ต, เพ็ญพร ไพฑูรย์, วิทยา ศุภพรโอภาส, สุริยา ชินพันธ์, วีรยุทธ รสโอชา, ธรรมรัตน์ นาคสุริยะ, บีม ปภังกร ฤกษ์เฉลิมพจน์, อิ๋งอิ๋ง สิทธิณี กิตติสิทโธ, เอ็ดเวิร์ด แวนโซ, ซันนี่ ยูโฟร์-ญาณวรุตม์ สุทธาวาส, ยอด นครนายก, เด่น ดอกประดู่, ม.ล.สุรีวัลย์ สุริยง, มืด ไข่มุก-ศักดิ์ บุญเรือง, ลินดา ค้าธัญเจริญ, ผิง-พิมพาภรณ์ ลีนุตพงษ์, จรัญ งามดี, โป๊งเหน่ง เชิญยิ้ม-วลัชณัฏฐ์ ก้องภพตารีย์, ทม วิศวชาติ, ครูมืด-ประสาท ทองอร่าม, ปิยะ ตระกูลราษฎร์, วัฒนา เพ็ชรสุวรรณ นักเขียนการ์ตูนที่แฟนๆ คุ้นเคยในนาม ‘อาวัฒน์ ขายหัวเราะ’, ผู้กำกับการแสดง หม่อมน้อย-ม.ล.พันธุ์เทวนพ เทวกุล, เฉลิม วงศ์พิมพ์, นิรัตติศัย กัลย์จาฤก, ดีไซเนอร์ ป๋อง-องอาจ นิรมล ฯลฯ
รวมถึงแตงโม นิดา พัชรวีระพงษ์ ที่พลัดตกเรือกลางแม่น้ำเจ้าพระยา
ฆาตกรรมหมู่ศูนย์เด็กเล็ก
บ่ายวันที่ 6 ตุลาคม 2565 เกิดเหตุเศร้าสะเทือนใจประชาชนทั้งประเทศ จากข่าวการสังหารหมู่ที่ จ.หนองบัวลำภู ส.ต.อ.ปัญญา คำราบ อดีต ตำรวจ สภ.นาวัง จ.หนองบัวลำภู ก่อเหตุใช้มีดและปืนประทุษร้ายเด็กๆ ในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ต.อุทัยสวรรค์ อ.นากลาง จ.หนองบัวลำภู อายุระหว่าง 2-4 ปี รวมทั้งครู เจ้าหน้าที่ อบต.อุทัยสวรรค์ ประชาชนที่อยู่ใกล้เคียง รวมทั้งภรรยาและลูกเลี้ยงของตนเอง ก่อนใช้ปืนยิงตัวเองเสียชีวิต รวมมีผู้เสียชีวิต 37 ราย ในจำนวนนี้เป็นเด็กเล็ก 24 ราย นับเป็นการฆาตกรรมหมู่โดยผู้ก่อเหตุเพียงคนเดียวที่ร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ไทย และติดอันดับเหตุกราดยิงในโรงเรียนที่ร้ายแรงที่สุดของโลก
โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และคณะรัฐมนตรี ลงพื้นที่ร่วมพิธีทางศาสนา รวมทั้งให้การช่วยเหลือเยียวยา โดยกรมคุ้มครองสิทธิฯมอบเงินเยียวยาครอบครัวญาติของผู้สูญเสีย 48 ราย รวม 7,573,724 บาท ดูแลทางด้านสภาพจิตใจ ครอบครัวผู้สูญเสีย ผู้บาดเจ็บ ชาวบ้านในพื้นที่ที่ยังหวาดผวาจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
รวมทั้งผู้นำในและต่างประเทศ องค์การระหว่างประเทศหลายคนแสดงความเสียใจต่อประเทศไทย พร้อมส่งกำลังใจให้ครอบครัวผู้เสียชีวิต และคนไทย ให้ก้าวผ่านพ้นเหตุการณ์ดังกล่าว
ถึงวันนี้ยังไม่สามารถสรุปสาเหตุของการก่อเหตุครั้งนี้ได้อย่างชัดเจน แต่เหตุการณ์ยังคงเป็นบาดแผลในใจครอบครัวผู้บาดเจ็บ ผู้เสียชีวิต และประชาชนดังกล่าวในพื้นที่ ที่ยังคงต้องบำบัด ดูแลสภาพจิตใจ ทั้งเป็นบทเรียนที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นซ้ำรอย
สงครามรัสเซีย VS ยูเครน
โลกต่างช็อกเมื่อรัสเซียเคลื่อนกำลังพลทำสงครามโจมตียูเครนในเช้ามืดวันที่ 24 กุมภาพันธ์ นับเป็นการเคลื่อนพลรบครั้งใหญ่ที่สุดในยุโรปนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่ง “วลาดิมีร์ ปูติน” ประธานาธิบดีรัสเซีย เรียกว่าเป็น “ปฏิบัติการพิเศษทางทหาร” เพื่อมุ่งขจัดระบอบนาซีและปลดกำลังทหารในยูเครน
ถือเป็นการเปิดฉากสงครามรุกรานยูเครนอย่างเต็มรูปแบบของรัสเซียและดูจะเป็นภาคต่อของสงครามบนคาบสมุทรไครเมีย ที่รัสเซียผนวกดินแดนดังกล่าวของยูเครนเข้าเป็นของตนเองสำเร็จในปี 2014 โดยมีปมความหวาดกลัวของรัสเซียต่อภัยคุกคามความมั่นคงจากการแผ่ขยายอิทธิพลเข้ามาของชาติตะวันตก โดยเฉพาะเมื่อยูเครนขยับจะเข้าเป็นสมาชิกขององค์การสนธิสัญญาป้องกันแอนแลนติกเหนือ (นาโต) เป็นชนวนสำคัญที่ทำให้ปูตินลั่นกลองศึก
3 เดือนผ่านไป รัสเซียยังไม่สามารถเผด็จศึกกรุงเคียฟได้ หากแต่ยังล้มเหลวจนต้องล่าถอยทัพออกจากทางตอนเหนือยูเครนไป แต่รัสเซียอ้างว่าเสร็จสิ้นปฏิบัติการเฟสแรกแล้ว และมุ่งหน้าสู่ปฏิบัติการขั้นต่อไป โดยมุ่งยึดครองภูมิภาคดอนบัสของยูเครนเบ็ดเสร็จ
30 กันยายน ปูตินประกาศผนวก 4 แคว้นของยูเครน ได้แก่ ลูฮานสค์, โดเนตสค์, ซาปอริซเซีย และเคอร์ซอน แต่รัสเซียยังสูญเสียการควบคุมพื้นที่ต่อเนื่อง ทำให้รัสเซียโหมโจมตีเมืองต่างๆ ด้วยขีปนาวุธ โดยพุ่งเป้าทำลายโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและไฟฟ้าของยูเครน
สงครามครั้งนี้ที่ยืดเยื้อมานาน 10 เดือนเต็มและยังไม่มีทีท่ายุติลง ได้สร้างความสูญเสียมหาศาลให้แก่ชีวิตและทรัพย์สินของคู่ขัดแย้งทั้งสองฝ่าย ตัวเลขการสูญเสียชีวิตของทหารและพลเรือนยังไม่มีรายงานที่ชัดเจน แต่สหรัฐอเมริกาอ้างว่าจำนวนพลเรือนที่เสียชีวิตในยูเครนอยู่ที่ 40,000 ราย และมีทหารยูเครนราว 100,000 นายที่เสียชีวิตหรือได้รับบาดเจ็บ ซึ่งเป็นตัวเลขความสูญเสียที่พอๆ กับฝ่ายของรัสเซีย
ปลดล็อก‘กัญชา’ดอง พ.ร.บ.
การเปลี่ยนแปลงสถานะของ “กัญชา” และ “กัญชง” ในประเทศไทย เกิดขึ้นหลังจากราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ “พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ให้ใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ.2564” เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2564 ซึ่งเป็นการนำ พ.ร.บ.ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดที่มีในประเทศทั้งหมด 24 ฉบับ มาชำระใหม่ และพบว่ากฎหมายที่เกี่ยวข้องกับ “กัญชา-กัญชง” คือ พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ ฉบับที่ 1-8 นำมาสู่การ “ปลดล็อก” กัญชา และ กัญชง ออกจากยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 5
โดยเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2565 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ได้ลงนามในประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ระบุชื่อยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 ซึ่งมีการระบุชื่อยาเสพติดให้โทษ คือ พืชฝิ่น และสารสกัดจากทุกส่วนของพืชกัญชาหรือกัญชง
ต่อมาวันที่ 9 มิถุนายน 2565 ประกาศระบุชื่อยาเสพติดให้โทษ มีผลบังคับใช้ ถือเป็นการปลดล็อกกัญชา กัญชง อย่างสมบูรณ์แบบ ส่งผลให้ประชาชนสามารถปลูกได้ที่บ้าน โดยไม่จำกัดจำนวนต้น แต่จะต้องมีการจดแจ้งผ่านแอพพลิเคชั่น “ปลูกกัญ” ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)
ต่อมาวันที่ 23 พฤศจิกายน 2565 ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง สมุนไพรควบคุม (กัญชา) พ.ศ.2565 ฉบับที่ 2 คุมช่อดอกกัญชา โดยให้ยกเลิกประกาศฉบับที่ 1 ความสำคัญคือ ร้านที่จะขออนุญาตขายช่อดอกกัญชาต้องได้รับอนุญาต โดยมีสถานประกอบการชัดเจน ห้ามสูบกัญชาในร้าน ห้ามโฆษณาทุกรูปแบบ ห้ามขายออนไลน์ ซึ่งฉบับนี้ใช้อยู่จนถึงปัจจุบัน
ขณะที่ในส่วนของการยกร่าง พ.ร.บ.กัญชา กัญชง พ.ศ. … ที่ตั้งเป้าหมายว่าจะออกมาเป็นกฎหมายฉบับเดียว เพื่อควบคุมการใช้กัญชาให้เกิดประโยชน์สูงสุด กลับกลายเป็นประเด็นทางการเมือง เนื่องจาก จนถึงขณะนี้ยังค้างอยู่ที่สภาผู้แทนราษฎร
ร.ล.สุโขทัยอับปาง
เกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นก่อนสิ้นปี 2565 ‘ร.ล.สุโขทัย’ มีภารกิจที่ต้องเดินทางไปร่วมงานจัดกิจกรรมเทิดพระเกียรติ พล.ร.อ.พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ เนื่องในโอกาสครบรอบวันสิ้นพระชนม์ 100 ปี ที่บริเวณศาลกรมหลวงชุมพรฯ ที่ จ.ชุมพร เมื่อวันที่ 18 ธันวาคมที่ผ่านมา ระหว่างที่กำลังแล่นเรือผ่านจุดบริเวณอ่าวไทย อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีคลื่นลมทะเลที่รุนแรงได้ซัดน้ำทะเลจนทะลักเข้าในตัว ร.ล.สุโขทัย ทำให้เรือเสียการทรงตัวจน ร.ล.สุโขทัยเอียงจนเกือบคว่ำทั้งลำ เครื่องยนต์ดับ ไฟฟ้าดับ ระบบการสื่อสารล่ม และไม่สามารถแล่นต่อไปได้ทำให้ต้องขอความช่วยเหลือ ลูกเรือ 105 นาย ต้องสละเรือเพื่อเอาชีวิตรอด ‘ร.ล.สุโขทัย’ จมลงสู่ก้นทะเล เวลาประมาณ 00.12 น. ของวันที่ 19 ธันวาคม กองทัพเรือ (ทร.) และหน่วยงานต่องๆ ต้องระดมเข้าช่วยเหลือผู้รอดชีวิตได้ ได้เพียง 76 นาย เสียชีวิต 24 นาย และยังสูญหายอีก 5 นาย (ยอดวันที่ 29 ธ.ค.) โดยมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงประกอบด้วย คณะอนุกรรมการจำนวน 2 คณะ เพื่อหาสาเหตุที่ทำให้ ร.ล.สุโขทัยอับปาง สอบการดำเนินการในขั้นตอนของการสละเรือใหญ่
การค้นหาและช่วยเหลือเป็นไปตามหลักการและแนวทางการปฏิบัติที่กำหนดไว้หรือไม่ อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ ร.ล.สุโขทัยอับปางถือเป็นข่าวใหญ่ที่น่าเศร้าเพราะมีผู้เสียชีวิตตัวเลข 2 หลักส่งท้ายปี 2565
จับ‘อธิบดี’ซื้อขายเก้าอี้ยึดเงิน5ล.
ตื่นตะลึงไปทั้งวงการส่งท้ายปี 2565 เมื่อช่วงเช้าวันที่ 27 ธันวาคม พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว ผู้บังคับการกองบังคับการปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ผบก.ปปป.) นำกำลังร่วมกับ ป.ป.ช. ล่อจับนายรัชฎา สุริยกุล ณ อยุธยา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ถึงที่ทำงานอาคารสืบ นาคะเสถียร กรมอุทยานแห่งชาติฯ
ระหว่างรับกระเช้าอวยพรปีใหม่ด้วย ข้อหาเรียกรับผลประโยชน์ และเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบโดยทุจริต
เป็นการวางแผนล่อซื้อระดับอธิบดี เล่นกันแรง ต่อหน้าธารกำนัล หลักฐานเป็นเงินสดๆ ประมาณ 5 ล้านบาท พร้อมแถลงข่าวแฉพฤติการณ์ละเอียดยิบ เตรียมขยายผลต่อเนื่องทันที
ขณะที่เจ้าตัวปฏิเสธขอให้การชั้นศาล อ้างว่าถูกกลั่นแกล้ง
งานนี้ไม่ธรรมดาแน่ อย่าลืมว่า “รัชฎา” เป็นน้องชาย พล.อ.ยุวนัฏ สุริยกุล ณ อยุธยา เพื่อนซี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็น ตท.12 รุ่นเดียวกัน
ล่อจับแบบไม่ไว้หน้าอินทร์หน้าพรหม!
ล่าสุดบิ๊กตู่เซ็นคำสั่งเองให้ “รัชฎา” มาช่วยราชการสำนักนายกฯ เพื่อเปิดทางให้เจ้าหน้าที่ได้สอบสวน
ส่วนผลคดีวินัยและอาญาจะสาวไปถึงไหนต้องรอลุ้นกันต่อไป
เพลิงพิโรธเผาเมาน์เท่น บี
ถือเป็นโศกนาฏกรรมสะเทือนขวัญอีกเหตุการณ์ในรอบปีที่ผ่านมา โดยกลางดึกวันที่ 5 สิงหาคม 2565 เกิดเหตุ เพลิงไหม้ผับ Mountain B (เมาน์เท่น บี) สถานบันเทิงเปิดใหม่ตั้งอยู่ปากซอยสุขุมวิท 99 (ซอยเขาตาหมอน) ถนนสุขุมวิท (บางนา-ตราด) หมู่ 7 ต.พลูตาหลวง อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เป็นเหตุให้มีนักเที่ยวกลางคืน ตลอดจนพนักงานของสถานบันเทิงเสียชีวิตทันทีในที่เกิดเหตุ 13 ราย และได้รับบาดเจ็บเนื่องจากถูกไฟคลอกนับ 10 ราย ก่อนเสียชีวิตในเวลาต่อมาที่โรงพยาบาลอีก 13 ราย ส่วนใหญ่เกิดจากมีบาดแผลไฟคลอกร่างกายรุนแรง รวมมีผู้เสียชีวิต 26 ราย และมีผู้บาดเจ็บจำนวนมากกว่า 50 คน จากการตรวจสอบสาเหตุของเพลิงไหม้เกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร ประกอบกับภายในมีวัสดุติดไฟจำนวนมาก ทำให้ไฟลุกลามอย่างรวดเร็ว อีกทั้งทางออกฉุกเฉินไม่เพียงพอ การรับมือสถานการณ์ไฟไหม้ไม่ได้มาตรฐาน ไม่มีป้ายทางหนีไฟ นอกจากนี้ ยังเปิดเป็นสถานบันเทิงโดยไม่ได้รับอนุญาต มีการต่อเติมอย่างผิดกฎหมาย และปล่อยให้เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปีเข้าไปใช้บริการ เมื่อเกิดเหตุทำให้ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตวิ่งหนีตายเบียดเสียดกันออกมาทับกันทางประตูทางเข้าร้านและถูกไฟคลอกจำนวนมาก
หลังเกิดเหตุ ตำรวจ สภ.พลูตาหลวง จ.ชลบุรี จับกุม นายพงษ์ศิริ ปั้นประสงค์ หรือเสี่ยบี อายุ 27 ปี เจ้าของ Mountain B และนายสมยศ ปั้นประสงค์ หรือ “เสี่ยยศ” อายุ 55 ปี พ่อของเสี่ยบี แจ้ง 2 ข้อหา คือ กระทำการโดยประมาทเป็นให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และตั้งสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต
ขณะที่ครอบครัวและญาติผู้บาดเจ็บ ผู้เสียชีวิตรวมตัวทวงความยุติธรรม และเรียกร้องค่าเสียหาย ค่ารักษารวมกว่า 241 ล้านบาท

