ส่องสถานการณ์‘ครู’ เส้นทางอาชีพเรือจ้าง ในยุคสมัยที่เปลี่ยนไป
หมายเหตุ – นักวิชาการด้านการศึกษาให้ความเห็นถึงสถานการณ์อาชีพครูในปัจจุบัน พร้อมข้อเสนอแนะทั้งเรื่องหน้าที่การงาน ค่าตอบแทน การพัฒนาการสอนเด็กนักเรียน เนื่องในวันครูแห่งชาติ ประจำปี 2566

รศ.ดร.เอกชัย กี่สุขพันธ์
อดีตประธานคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ
ปัจจุบันจะพบว่าครูไทยมีสถานภาพเรื่องค่าตอบแทนไม่น้อยหน้าข้าราชการอื่นๆ และอาจจะได้รับค่าตอบแทนสูงกว่าข้าราชการอื่นๆ ด้วย ส่วนเรื่องความมั่นคง ความก้าวหน้าก็มีอยู่มาก แต่ที่น่าห่วงคือการส่งเสริมความก้าวหน้าในวิชาชีพ และความภูมิใจในวิชาชีพ กลับถูกกำหนดโดยส่วนกลาง ว่าครูควรทำอะไรถึงจะได้รับความก้าวหน้าในวิชาชีพ
มองว่าในระดับพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ควรจะมีส่วนกำหนดความก้าวหน้าของครูในพื้นที่ตนได้ เพราะผู้ที่ทำงานในพื้นที่จะทราบดีว่าพื้นที่ที่ตนอยู่นั้นมีบริบท มีความต้องการอะไร เช่น พื้นที่ราบสูง บนดอยก็มีความต้องการอีกแบบหนึ่ง จะให้ครูเหล่านี้ทำผลงานยื่นขอวิทยฐานะเพื่อเติบโตเหมือนครูในเมืองไม่ได้
การพัฒนาครูในปัจจุบันไม่สอดคล้องกับความต้องการของพื้นที่ เป็นการพัฒนาครูเพื่อให้ได้วิทยฐานะเท่านั้น มองว่าการพัฒนาครู ควรจะกำหนดให้หน่วยงานในพื้นที่เข้ามามีส่วนร่วมด้วย โดย 40% ให้ส่วนกลางกำหนดหลักเกณฑ์กว้างๆ ว่าการก้าวหน้าของครู ควรจะมีประสบการณ์ มีผลงานเชิงประจักษ์อะไรบ้าง และอีก 60% ให้พื้นที่ไปกำหนดรายละเอียดให้สอดคล้องกับพื้นที่ของตนต่อไป ทั้งนี้ อาจจะมีคณะกรรมการขึ้นมากลั่นกรองอีกชุดหนึ่ง
ที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งคือ ต้องเลิกแนวคิดการนำครูเข้ารับการอบรมต่างๆ ต้องเปลี่ยนแนวคิดใหม่ว่าขณะนี้ทางส่วนกลางมีแพลตฟอร์มการเรียนรู้อะไรบ้าง พร้อมกับแบ่งกลุ่มครู เพราะครูบางคนสนใจในการเรียนรู้ พร้อมเรียนรู้ตัวตนเอง ก็ให้เรียนรู้ผ่านแพลตฟอร์มที่ส่วนกลางเตรียมไว้ให้ แต่จะมีครูอีกกลุ่มหนึ่งที่เรียนรู้ได้ดีหากเข้ารับการฝึกอบรม เพราะครูเหล่านี้ชอบที่จะพูดคุยแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ก็จะควรเปิดอบรมให้ครูเหล่านี้ เป็นต้น
ผมมองว่าการพัฒนาครูควรใช้โรงเรียนเป็นฐาน โดยให้ครูบอกความต้องการกับศึกษานิเทศก์ และเขตพื้นที่ว่าต้องการพัฒนาตนเองในด้านไหนบ้าง ไม่จำเป็นต้องบังคับให้ครูได้รับการอบรมตามที่กำหนด และการเติบโตในหน้าที่การงานของครูก็ควรจะพิจารณาจากผลงานเชิงประจักษ์ เน้นผลสัมฤทธิ์ที่เกิดกับเด็กว่าเด็กมีพัฒนาการในห้องเรียนที่ดีขึ้นหรือไม่ ไม่ใช่ไปเน้นว่าสอนแล้วเด็กมีคะแนนสอบระดับประเทศที่เพิ่มขึ้น มองว่าครูควรที่จะวางแผนเติบโตทางวิชาชีพได้ด้วยตนเอง ตามหลักเกณฑ์วิชาการที่ส่วนกลางกำหนด หากเป็นเช่นนี้จะทำให้ครูมีความสุขในการทำงานมากขึ้น
ส่วนเรื่องของเงินเดือนครูเป็นไปได้หรือไม่ที่จะไม่ให้เงินเดือนครูเท่ากันทั้งประเทศ ครูที่อยู่ในพื้นที่กันดาร พื้นที่สูง เกาะแก่ง อาจจะให้เพิ่มฐานเงินเดือนจาก 15,000 บาท เป็น 18,000 บาท และหากครูทำงานไปเรื่อยๆ จะได้รับเงินค่าตอบแทนด้านอื่นๆ เพิ่มขึ้น เช่น อาจจะได้รับเงินเพิ่มขึ้น 3,000 บาท
ส่วนครูที่อยู่ในเมืองจะได้รับเงินเดือนตามฐาน 15,000 บาท หากทำแบบนี้จะทำให้ครูในพื้นที่สูง ในพื้นที่ห่างไกล บนดอย เกาะแก่ง มีกำลังใจเพราะได้รับค่าตอบแทนในความทุ่มเทในการทำงานอย่างเป็นรูปธรรม ไม่ใช่แค่ผลตอบแทนเป็นกระดาษชื่นชมเพียงใบเดียว

ผศ.ดร.อดิศร เนาวนนท์
อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา
วันครูปีนี้อยากเรียกร้องให้กระทรวงศึกษาธิการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลดภาระงานอื่นที่ไม่ใช่งานสอนออกจากครูให้หมด รวมถึงให้ครูมีอิสระทางวิชาการในการจัดการเรียนการสอนและหลักสูตร ให้สอดคล้องกับบริบทในพื้นที่ เพื่อให้การเรียนเกิดประสิทธิภาพอย่างแท้จริง
ขณะเดียวกัน ยังอยากเรียกร้องไปยังครู ไม่อยากให้มีข้อเรียกร้องมากเกินเหตุ โดยครูต้องพร้อมที่จะเรียนรู้และยอมรับความเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะยุคปัจจุบันที่การจัดการศึกษามีพัฒนาการไปค่อนข้างไกล
ส่วนเรื่องร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. …ที่ยังไม่ผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภานั้น ชัดเจนแล้วว่าคงไม่สามารถประกาศใช้ได้ทันภายในรัฐบาลนี้ถือเป็นความล้มเหลวของรัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการ คงต้องฝากความหวังไว้กับรัฐบาลหน้าที่ควรต้องให้ความสำคัญกับกฎหมายฉบับนี้ เพราะถ้าต้องการวางทิศทางการพัฒนาประเทศ การผลักดันร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ เป็นหัวใจสำคัญที่ต้องเร่งดำเนินการ ถ้าคิดว่าทำไม่ได้ก็ไม่ควรเข้ามาเป็นรัฐบาล
ทั้งนี้ สาเหตุสำคัญอย่างหนึ่งที่ทำให้ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ไม่ผ่านรัฐสภา ส่วนหนึ่งเพราะองค์กรครูต่างๆ ไม่มองภาพรวมของประเทศ ออกมาคัดค้านเพื่อประโยชน์ของกลุ่มและพวกพ้อง ดังนั้น อยากให้กลุ่มเหล่านี้มองไปที่ประโยชน์ของส่วนรวม เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาต่อไป

ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ
นักวิชาการด้านการศึกษา
สถานการณ์ครูไทยในปัจจุบัน หากมองในมุมข้าราชการอาชีพครูเป็นอาชีพที่ดีมาก เพราะมีความก้าวหน้า มีเงินเดือน มีวิทยฐานะ มีค่าตอบแทนที่เพิ่มขึ้นอยู่ตลอด ทำให้สังคมจะมองว่าอาชีพครูเป็นอาชีพที่มั่นคง แต่ผมมองว่าชีวิตครูไทยไม่ราบรื่นความสุขในการทำงานติดลบเพราะครูไม่สามารถทุ่มเทการจัดการเรียนการสอนได้อย่างเต็มศักยภาพ เนื่องจากครูต้องไปทำงานในหน้าที่อื่นที่ไม่ใช่หน้าที่ของตน ซึ่งขัดกับหลักวิชาชีพ และขัดกับหลักคุณธรรมพื้นฐานของวิชาชีพ เช่น ครูต้องไปทำงานเอกสาร ทำหน้าที่ธุรการและการเงิน ต้องเข้ารับการวัดและประเมินผล เป็นต้น
ปัจจัยพวกนี้ทำให้ครูขาดความสุข และทำให้เกิดความเบื่อหน่าย แต่ครูจะต้องทนอยู่กับระบบให้ได้ ซึ่งเป็นเรื่องที่บั่นทอนชีวิตครูมาก กลายเป็นว่าครูทำตามหน้าที่เพิ่มมากขึ้น ขาดความกระตือรือร้น ขาดความทุ่มเทในการทำงาน ทำงานตามบทบาทหน้าที่เท่านั้น นอกจากนี้ ผมคิดว่าสิ่งที่ทำให้ครูไม่มีความสุขคือ ระเบียบ กฎเกณฑ์ ที่ยังสร้างปัญหาอุปสรรคให้ครูอยู่
ในส่วนของสถาบันผลิตครูก็ใช้หลักสูตรเดิมไม่เคยเปลี่ยนมา 30-40 ปี ฉะนั้น ควรจะต้องปฏิรูประบบการฝึกหัดครูให้สอดคล้องกับความต้องการของเด็ก เพราะปัจจุบันเด็กเริ่มมีความหลากหลาย และแตกต่างกันมากขึ้น เช่น เด็กพิการ เด็กพิเศษ ที่ต้องการครูเฉพาะทางมาสอน แต่สถาบันผลิตครูกลับผลิตและป้อนครูแบบเดิมๆ คือต้องจบวิชาเอก ต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเท่านั้น
คำขวัญวันครูปี 2566 ที่นายกรัฐมนตรีให้ “ครูดีศิษย์ดี มีอนาคต” ซึ่งเราจะเห็นว่าคำขวัญวันครูในแต่ละปีจะเวียนอยู่แต่คำว่าความดี มีวินัย ประพฤติดีสะท้อนให้เห็นว่าสังคมกำลังคาดหวัง และกดทับให้ครูต้องทำตามที่รัฐบาลบอก คือมีความพยายามให้ครูทำเรื่องที่ไม่ทันกับยุคสมัยที่เปลี่ยนไป มีความพยายามนำครูเข้าสู่อนุรักษนิยม ต้องสอนให้เด็กเป็นคนดี เชื่อฟัง มีวินัย ในขณะที่โลกของนักเรียนไปไกลเกินกว่านั้น เพราะนักเรียนสามารถค้นคว้าหาความรู้ได้เองมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ มองเห็นช่องทางทำอาชีพใหม่ๆ ออกมาตลอด
ทั้งนี้ จะมีครูที่คิดต่าง หรือมองว่ารัฐกำลังกำกับวิชาชีพครูมากเกินไป ก็จะเห็นครูเหล่านี้ออกมาแสดงปฏิกิริยา มีการออกมาแสดงความคิดเห็นเพิ่มขึ้น
คำขวัญวันครูพยายามหว่านล้อมให้ครูเป็นไปตามที่รัฐบาลคาดหวัง ซึ่งความคาดหวังนี้ทำให้ครูรู้สึกว่ากำลังขาดอิสระในวิชาชีพของตน ขาดความเป็นตัวของตัวเอง และยอมจำนนในสิ่งที่โครงสร้างและระบบจัดสรรให้
จะเห็นว่าเส้นทางในวิชาชีพของครูจึงไม่ใช่เส้นทางที่ครูร่วมเดินทางกับเด็ก เป็นเส้นทางที่ทำให้ครูบางคนต้องทิ้งเด็กไว้ข้างหลัง ถ้าเรายังเต็มไปด้วยความคิดแบบเก่า คือมีระเบียบมากดทับครู ก็จะทำงานได้ไม่สมกับที่ควรจะเป็น หากครูเริ่มเหนื่อยหน่าย ผลจะกระทบไปอยู่ที่เด็ก ซึ่งจะทำให้เด็กเบื่อหน่ายการศึกษา เริ่มตั้งคำถามมากขึ้น พยายามที่จะไปเรียนรู้ผ่านช่องทางอื่นๆ มากขึ้นตามลำดับ ถ้าเรายังไม่เปลี่ยนชุดความคิด ในอนาคตครูจะถูกลดความสำคัญลงไปเรื่อยๆ
ถ้าจะให้ดี ผู้ที่ให้คำขวัญครูและหน่วยงานที่จัดกิจกรรมวันครูควรจะคิดคำใหม่ๆ มาเป็นคำขวัญวันครูบ้าง เพื่อให้ครูรู้สึกดีและเข้าใจชีวิตครูจริงๆ โดยควรจะคิดคำใหม่ๆ ให้มีชีวิตชีวา มีความกระตือรือร้นมากขึ้น ไม่ใช่ให้ครูถูกอัดแต่คำขวัญที่ไม่สร้างสรรค์ทางวิชาชีพมาปีแล้วปีเล่า

