สกู๊ปหน้า 1 มติชน : ต่อชีวิตทีวีไทย กสทช. ผุดไอเดีย ‘สตรีมมิ่งแห่งชาติ’
ปัจจุบันสื่อและกิจการโทรทัศน์ถูกปรับเปลี่ยนจาก อนาล็อก มาสู่ ดิจิทัล เกือบจะเต็มรูปแบบ มีแพลตฟอร์มสื่ออื่นๆ รุกตลาดเข้ามาทดแทนมากขึ้น โดยเฉพาะสื่อจากโซเชียลมีเดีย ทำให้แวดวงอุตสาหกรรมสื่อเดิมต้องลุกมาปรับเปลี่ยนวิธีการเพื่อเรียกผู้ชมกลับมา ในยุคที่เกิดการแข่งขันกันในตลาดอุตสาหกรรมใหม่
เห็นได้ชัดหากเปรียบเทียบอุตสาหกรรมทีวีไทยกับทีวีเกาหลี มีอุตสาหกรรมสื่อแพลตฟอร์มครองตลาดอย่างแข่งแกร่งด้วยการเผยแพร่เนื้อหาระดับโลก โดยผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลมีแพลตฟอร์มรองรับเนื้อหาสาระที่ผลิตมานอกเหนือจากการออกอากาศทางทีวี แต่ยังมีแอพพลิเคชั่น หรือแพลตฟอร์มต่างๆ ในการนำเนื้อหาไปเผยแพร่ควบคู่อีกด้วย เป็นการต่อยอดเนื้อหาที่ผลิตเพื่อหารายได้จากทรัพย์สินทางปัญญา จนประสบความสำเร็จและเป็นอุตสาหกรรมที่ขยายตัวต่อเนื่อง
ขณะที่ อุตสาหกรรมสื่อโทรทัศน์ของไทยในอีกไม่เกิน 6 ปี นับจากนี้ ใบอนุญาตทีวีดิจิทัลจะสิ้นสุดในปี 2572 ประเด็นที่ต้องคำนึงถึง คือการจัดสรรคลื่นความถี่ กับความยั่งยืนของโทรทัศน์ภาคพื้นดิน การปรับเปลี่ยนสู่ 4k และผลกระทบต่อการจัดสรรคลื่น การเคลื่อนย้ายแพลตฟอร์ม การหดตัว หรือค่อยหายไปของโทรทัศน์ภาคพื้นดิน รวมถึงผู้ถือครองใบอนุญาตรายเดิมมีใครจะไปต่อ หรือใครอยากจะพอแค่นี้
เหล่านี้เป็นบทพิสูจน์ของ กสทช. หรือสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เป็นหน่วยงานที่จะมีทิศทางในการปรับตัวและพัฒนาทักษะอย่างไร เพื่อให้ได้ไปต่อในอุตสาหกรรมสื่อทีวีดิจิทัลไทย!
เรื่องนี้ พิรงรอง รามสูต กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (บอร์ด กสทช.) ด้านกิจการโทรทัศน์ เปิดเผยว่า ได้ประเมินอุตสาหกรรมสื่อและโทรคมนาคมในอนาคตจะมีการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี ซึ่งจะส่งผลต่อทั้งระบบ รวมถึงผู้ประกอบการและผู้บริโภคด้วย กสทช.จึงได้วางนโยบายด้านกิจการโทรทัศน์ไว้ 5 ด้าน ประกอบด้วย
1.การส่งเสริมอุตสาหกรรมโทรทัศน์ในช่วงเปลี่ยนผ่าน (Online Migration) สู่การกำหนดแนวทางทีวีดิจิทัลหลังปี 2572 โดยมีแผนจะทำ เนชั่นแนล สตรีมมิ่ง แพลตฟอร์ม (National Streaming Platform)
2.การกำกับผู้ให้บริการเนื้อหารายการโทรทัศน์ ภาพยนตร์ วิดีโอ ผ่านโครงข่ายอินเตอร์เน็ต (โอทีที)
3.การส่งเสริมคอนเทนต์คุณภาพและความหลากหลายสำหรับคนทุกกลุ่ม ด้วยการออกประกาศฯตามมาตรา 52 แห่ง พ.ร.บ. การประกอบกิจการกระจายเสียงฯ โดยจะใช้งบของกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ (กทปส.) มาสนับสนุนผู้ประกอบการผลิตเนื้อหา เพื่อพัฒนาซอฟต์เพาเวอร์ไทยไปสู่ตลาดโลก
4.การกำกับเนื้อหาและส่งเสริมรายการคุณภาพ โดยนำปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) มามอนิเตอร์ และตั้งคณะกรรมการในการตรวจสอบ และประเมินคุณภาพรายการ รวมถึงการให้เรตติ้งสกอร์ กับผู้ประกอบการเพื่อมาลดค่าธรรมเนียมต่างๆ
5.ดำเนินการส่งเสริมสื่อท้องถิ่นและชุมชน ในการผลิตสื่อในภูมิภาค และสถาบันการศึกษาต่างๆ และทำโครงการสื่อท้องถิ่น ด้วยงบยูโซ่ รวมถึงผลักดันให้เกิดโทรทัศน์ชุมชนในแพลตฟอร์มต่างๆ
น.ส.พิรงรองกล่าวถึงทีวีดิจิทัลก่อนใบอนุญาตหมดอายุในปี 2572 ขณะนี้ค่อนข้างชัดเจนแล้วว่าการประมูลใบอนุญาตน่าจะเกิดขึ้นได้ยาก เนื่องจากฉากทัศน์ของอุตสาหกรรมเปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะการแข่งขันจากสื่อทีวียุคใหม่ที่เป็นแพลตฟอร์มออนไลน์ (โอทีที) จากต่างประเทศ ที่ผ่านมาได้หารือร่วมกับผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล สมาคมโฆษณา ผู้ผลิตสมาร์ททีวี และกำลังศึกษาแนวทางการจัดทำต้นแบบแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งแห่งชาติ (National Streaming Platform) รองรับเทคโนโลยี 4K การแพร่ภาพผ่าน 5G Broadcast การใช้งานคลื่นความถี่ 600 เมกะเฮิรตซ์สำหรับกิจการแพร่ภาพกระจายเสียง เบื้องต้นวางแนวทาง National Streaming Platform จะช่วยให้คอนเทนต์สตรีมมิ่งของผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลถูกรวบรวมไว้ในแพลต ฟอร์มเดียว สะดวกและวัดผลเป็นมาตรฐานเดียวกันสำหรับผู้ซื้อโฆษณา
“แพลตฟอร์มสตรีมมิ่งแห่งชาติ จะสามารถเก็บข้อมูลการใช้งานของผู้เปิดรับเนื้อหาได้ ทำให้ระบบโฆษณา ซึ่งเป็นรายได้หลักของอุตสาหกรรมโทรทัศน์ทำได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น แทนที่ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลจะต้องเสียเงินให้ผู้ประกอบการแพลตฟอร์มระดับโลก ซึ่งไม่เปิดเผยข้อมูลการเปิดรับของผู้ใช้ให้คนอื่นทราบ และได้เพียงส่วนแบ่งรายได้อย่างบางเบาอย่างที่เป็นอยู่ หรือต้องลงทุนทำโอทีที ทำออนไลน์แอพพ์ของตัวเอง ทำให้ข้อมูลการเปิดรับสื่อไม่รวมศูนย์ กระจัดกระจาย การวางแผนซื้อสื่อทีวีผ่านออนไลน์ก็ทำได้ลำบาก” น.ส.พิรงรองกล่าว
ในส่วนของข้อดีที่น่าจะเกิดขึ้นของการผนึกรวมข้อมูลทั้งเนื้อหารายการ โฆษณา และข้อมูลผู้บริโภคไว้บนแพลตฟอร์มกลาง คือการไหลเวียนของเงินโฆษณาจะอยู่ภายในประเทศ แทนที่จะไหลออกไปที่ global digital platform และผู้ประกอบกิจการโทรทัศน์น่าจะได้ส่วนแบ่งรายได้ที่เต็มเม็ดเต็มหน่วยมากขึ้น จะได้นำรายได้มาพัฒนาเนื้อหาให้มีคุณภาพยิ่งขึ้น
ขณะนี้ ฝ่ายวิศวกรรมโทรทัศน์ของสำนักงาน กสทช.ได้ออกแบบแนวทางเบื้องต้นไว้แล้วและกำลังหารือกับสมาคมทีวีดิจิทัล สมาคมโฆษณาธุรกิจ และจะพูดคุยขอความร่วมมือจากผู้ผลิตทีวีรายใหญ่อย่างแอนดรอยด์ ทีวี, แอลจี, ซัมซุง ติดตั้งแอพพ์ของแพลตฟอร์มกลางให้ปรากฏบนรีโมตหรือแผงหน้าเครื่องรับโทรทัศน์เลย ซึ่งในวันที่ 5 กันยายนนี้ จะจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นของภาคอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง ส่วนการกำกับแพลตฟอร์มทีวีออนไลน์ (โอทีที) จำเป็นต้องพิจารณาศึกษานำโอทีทีเข้าสู่ระบบการกำกับดูแล การลดความเข้มงวดในการกำกับดูแลสื่อเดิม เปิดโอกาสให้สื่อเดิมสามารถปรับตัวได้ง่ายขึ้น ติดตาม เรื่องหลักการ/หลักเกณฑ์ ที่สำนักงาน กสทช.จะส่งไปสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (เอ็ตด้า) ภายใต้ พ.ร.ฎ.การประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล พ.ศ.2565 เพื่อสร้างเฟรมเวิร์กและขั้นตอนการดำเนินการ การศึกษาการกำกับดูแลบริการหลอมรวม รวมถึงมีการแยกใบอนุญาตระหว่างเน็ตเวิร์กกับเซอร์วิสในอนาคต
แน่นอนว่า ต้องทำควบคู่กับการส่งเสริมการผลิตคอนเทนต์คุณภาพและความหลากหลาย สร้างบุคลากรและอุตสาหกรรมที่มีมาตรฐานด้านเทคโนโลยีและจริยธรรม สู่ดิจิทัลที่ยั่งยืน ซึ่งที่ผ่านมาได้ดำเนินการตามประกาศฯ ตามมาตรา 52 ของพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การประกอบกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2551 โดยออกร่าง เพื่อสนับสนุนส่งเสริมผู้ผลิตรายการโทรทัศน์ เพื่อให้สามารถผลิตรายการคุณภาพออกสู่ตลาดโลกได้ เพราะถือเป็นซอฟต์เพาเวอร์สำคัญในมาตราดังกล่าว กำหนดให้คณะกรรมการเห็นว่า รายการใดเป็นประโยชน์ต่อสังคม หรือสมควรส่งเสริมให้มีการผลิตรายการก็สามารถพิจารณาให้มีการสนับสนุนค่าใช้จ่ายจาก กทปส.ได้
ระหว่างนี้ กทสช.ได้ขอแลกเปลี่ยนเรียนรู้ข้อมูลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น Netflix, กระทรวงวัฒนธรรม, กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส), กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์, สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา (สอวช.), กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ รวมถึงสถาบันการศึกษาต่างๆ เป็นต้น
ขณะที่การกำกับเนื้อหา กสทช.ด้านกิจการโทรทัศน์มีโครงการส่งเสริมการกำกับเนื้อหาโดยใช้ปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) และการมอนิเตอร์เนื้อหาผ่านระบบการสะสมโซเชียลเครดิต (social credit) และในแต่ละปีจะมีการประเมินเพื่อให้รางวัล อาจเป็นการลดค่าธรรมเนียมหรือรางวัลในรูปแบบอื่นๆ สร้างแรงจูงใจการผลิตเนื้อหาที่ดี ไม่ใช่เน้นแค่ยอดผู้ชม
นอกจากนี้ กสทช.มีขอบเขตอำนาจในการกำกับดูแลแพลตฟอร์มทีวีออนไลน์ โดยมีแนวทางกำกับดูแลครอบคลุมการปกป้องเด็กและผู้บริโภค, ปิดกั้นภาพโป๊ เปลือย อนาจาร, อาหารและยา
ความหวังอุตสาหกรรมไทยยังไม่ถึงกับต้องปิดจอดำ แต่ถ้ามีการผลักดันเนื้อหาใหม่ และขายออกสู่ตลาดโลกได้หลายช่องทาง คำว่า ซอฟต์เพาเวอร์ไทย ยังมีคนซื้อ และหวังให้ผู้ประกอบการจะพัฒนาหาทางรอดต่อไป ในยุคที่เทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาท้าทาย

