หมายเหตุ – ความเห็นภาคธุรกิจบันเทิงในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญต่อนโยบายขยายเวลาปิดสถานบันเทิงเป็น 04.00 น. ของรัฐบาล โดยมีการจัดโซนนิ่งเฉพาะจังหวัดแหล่งท่องเที่ยว คาดว่าจะเริ่มได้เห็นในช่วงปลายปี 2566 เพื่อรับกับเทศกาลปีใหม่ 2567

ธนิต ชุมแสง
นายกสมาคมร้านอาหารและสถานบันเทิงเชียงใหม่
ส่วนตัวเห็นด้วย เปิดสถานบริการหรือสถานบันเทิงถึงตี 4 แต่จังหวัดควรกำหนดพื้นที่เปิดบริการหรือโซนนิ่งเพื่อควบคุมดูแลสถานบริการดังกล่าวให้เป็นไปตามระเบียบกฎหมาย กระทรวงมหาดไทยจะประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษาเร็วๆ นี้ เพื่อให้จังหวัดมีอำนาจสั่งเปิดและกำกับดูแลสถานบริการ ให้เป็นไปตามบริบทเมืองท่องเที่ยว มีเป้าหมายเพื่อบริการนักท่องเที่ยวเป็นหลัก ไม่ใช่นักเที่ยวทั่วไป เพราะมีผลโพลหลายแห่ง ระบุว่าถ้ามีโซนนิ่งเปิดบริการได้ถึงตี 4 นอกโซนนิ่งเปิดบริการได้ถึงตี 2 เท่านั้น
พื้นที่สถานบริการที่ควรกำหนดเป็นโซนนิ่งของเชียงใหม่ คือ ไนท์บาซาร์ ถนนช้างคลาน ย่านใจกลางเมือง เพราะเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของนักท่องเที่ยวต่างชาติ เพราะอยู่ใกล้ที่พัก โรงแรม สามารถใช้บริการได้สะดวก ที่สำคัญมีกำลังซื้อสูง สามารถเพิ่มรายได้ให้สถานบริการนับพันแห่งได้ แต่ผู้ประกอบการต้องรับภาระค่าใช้จ่าย หรือต้นทุนสูงขึ้น โดยเฉพาะค่าแรงไฟฟ้า พลังงาน วัตถุดิบ เพิ่มขึ้น 10-20% ขึ้นอยู่กับผู้ประกอบการตัดสินใจว่าจะขยายเวลาเปิดบริการถึงตี 4หรือไม่ เพราะสถานบริการ ประกอบกิจการแตกต่างกัน บางกิจการอาจมีลูกค้า หรือผู้ใช้บริการน้อย เหตุที่เลือกไนท์บาซาร์เป็นเขตโซนนิ่ง เพราะเคยเปิดบริการมาก่อน มีกระแสตอบรับที่ดีมาแล้ว
ส่วนพื้นที่นอกโซนนิ่ง ควรให้เปิดบริการไม่เกินตี 2 อาทิ ย่านนิมมานเหมินทร์ ย่านอัษฎางค์ธร ย่านสันติธรรม ส่วนใหญ่ลูกค้าและผู้ใช้บริการ เป็นคนท้องถิ่น โดยเฉพาะกลุ่มนักศึกษา เยาวชนทั่วไป ส่วนอำเภอรอบนอก ให้เปิดบริการ ไม่เกินตี 2 ตามเดิม ถือว่าเพียงพอแล้ว เหมาะสมกับบริบทพื้นที่ เพื่อป้องกันเยาวชนมั่วสุม เมาสุรา ยาเสพติดการพนัน ชู้สาว ทะเลาะวิวาท และอาชญากรรมทั่วไป
ปัจจุบัน มีสถานบริการในเชียงใหม่เปิดบริการกว่า 10,000 รายแล้ว หรือเกือบ 100% หลังโควิดระบาด เป็นสถานบันเทิงที่เป็นร้านเหล้า หรือจำหน่ายแอลกอฮอล์ กว่า 5,000-6,000 ราย มีการจ้างงานในระบบกว่า 80,000 คน สร้างรายได้ให้เชียงใหม่ 7% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด หรือกว่า 20,000 ล้านบาทของรายได้ทั้งหมด กว่า 250,000 ล้านบาท เป็นส่วนหนึ่งของการฟื้นฟูและกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น
อย่างไรก็ตาม สถานบริการและสถานบันเทิง ต้องอยู่ห่างจากสถานศึกษา ศาสนสถาน และสถานที่สำคัญพอสมควร จังหวัดต้องควบคุมดูแลอย่างเข้มงวด ไม่ปล่อยปละละเลย เพื่อให้สอดคล้อง และรองรับเปิดสนามบินเชียงใหม่ 24 ชั่วโมง วันที่ 1 พฤศจิกายนนี้ เข้าสู่ฤดูท่องเที่ยวเชียงใหม่อย่างเป็นทางการด้วย
สุดท้ายอยากฝากรัฐบาล ให้ยกเลิกหรืองดการเก็บภาษีสรรพสามิตกับสถานบริการ หรือสถานบันเทิงที่เปิดบริการหลังเที่ยงคืน เพราะเก็บซ้ำซ้อนกับภาษีสุราและบุหรี่อยู่แล้ว เพื่อสร้างความเป็นธรรมแก่ผู้ประกอบการ และมีส่วนร่วมส่งเสริมท่องเที่ยว ตามนโยบายรัฐบาลด้วย

สง่า เรืองวัฒนกุล
นายกสมาคมผู้ประกอบธุรกิจถนนข้าวสาร
เห็นด้วยกับภาครัฐ เนื่องจากมีการจัดเป็นโซนนิ่ง แต่ไม่ได้เห็นด้วยกับการอนุญาตให้สถานบันเทิงทั่วกรุงเทพฯ เปิดให้บริการถึง 04.00 น.ทั้งหมด การจัดโซนนิ่งเป็นเรื่องถูกต้องแล้ว คาดว่าจุดเปิดนำร่องจะเป็นถนนที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวเป็นหลักก่อน อาทิ ถนนข้าวสาร ปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาเที่ยวกว่า 80% และเป็นคนไทย 20% ปัจจุบันร้านหรือสถานบันเทิงส่วนใหญ่ในพื้นที่ปิดให้บริการประมาณ 02.00 น.
การขยายเวลาปิดสถานบันเทิงจาก 02.00 น.เป็น 04.00 น. จะเป็นประโยชน์ต่อสถานบันเทิง และสร้างรายได้ด้านการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นเนื่องจากเรามีนักท่องเที่ยวเข้ามาใช้บริการอยู่แล้ว ก่อนช่วงเกิดสถานการณ์โควิด-19 ไทยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาในประเทศกว่า 40 ล้านคน ในปี 2566 คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยประมาณ 25.5 ล้านคน
ดังนั้น เมื่อเรามีนักท่องเที่ยวอยู่ในประเทศแล้ว โจทย์คือทำอย่างไรให้เงินของนักท่องเที่ยวมีการใช้จ่ายในไทยให้ได้มากที่สุด ไม่ใช่ว่ามาตรการดังกล่าวจะทำให้คนบินเข้ามาท่องเที่ยวในไทยทันที แต่มาตรการนี้เป็นมาตรการที่ช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวที่อยู่ในประเทศอยู่แล้วให้ออกมาท่องเที่ยวมากขึ้นต่างหาก
อย่างไรก็ดี ต้องทำความเข้าใจธุรกิจท่องเที่ยวภาพใหญ่ก่อนว่า มาตรการดังกล่าวไม่ได้สร้างรายได้ให้เฉพาะผู้ประกอบการ แต่เป็นการสร้างรายได้ให้กับพนักงาน อาจได้ค่าจ้างจากการทำงานล่วงเวลา (โอที) หรือได้ทิปจากการบริการเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย
รวมถึงกลุ่มจะได้ประโยชน์อีกกลุ่มคือ พ่อค้า แม่ค้า ร้านอาหารสตรีทฟู้ด สามารถขายของได้มากขึ้น ผู้ขับแท็กซี่ก็จะมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการรับส่งผู้โดยสาร อยากให้มองถึงประโยชน์จะได้รับในภาพรวมมากกว่า ไม่ใช่ว่าผู้ประกอบการสถานบันเทิงจะได้รับประโยชน์เพียงฝ่ายเดียว
นอกจากนี้ โดยปกติแล้วนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะกลุ่มยุโรป จะรับประทานอาหารเย็นเสร็จช่วง 20.00-21.00 น.โดยประมาณ เพราะฉะนั้น กว่าจะเดินทางมาท่องเที่ยวสถานบันเทิงจะอยู่ช่วงเวลา 23.00 น. ตามกฎหมายของประเทศไทย ร้านใดไม่มีใบอนุญาต 24.00 น. ต้องปิดให้บริการแล้ว ดังนั้นต้องการให้ขยายเวลาเปิดร้าน เพื่อลดโอกาสในการรีบดื่มรีบกลับ การรีบดื่มจะทำให้เกิดความมึนเมาเร็ว เสี่ยงต่ออันตรายต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น
อีกทั้งหากจะให้ยกตัวอย่างประเทศเพื่อนบ้าน ที่มีการเปิดสถานบันเทิงถึง 04.00 น. คือ สิงคโปร์ แหล่งท่องเที่ยวเปิดให้บริการถึง 04.00-05.00 น.แล้ว แต่สิ่งที่ไทยกับสิงคโปร์แตกต่างกันคือ เรื่องของข้อกฎหมายที่มีความเข้มงวด รวมถึงประชากรในประเทศก็มีวินัย จึงทำให้เกิดเหตุอาชญากรรมและอุบัติเหตุบนท้องถนนน้อย เมื่อเทียบกับไทย ดังนั้นเรื่องนี้ต้องมีการปลูกฝังวินัยเป็นหลักก่อน
ส่วนเรื่องการควบคุมดูแล เมื่อรัฐบาลจัดทำโซนนิ่งจะช่วยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้ามาดูแลช่วยเหลือได้ดีมากขึ้น และเมื่อจัดโซนนิ่ง ด่านตรวจวัดแอลกอฮอล์จะมีมากขึ้น ทำให้นักท่องเที่ยวไม่กล้าขับรถมาเที่ยว เปลี่ยนเป็นใช้บริการแท็กซี่แทน อุบัติเหตุจากการมึนเมาจะน้อยลง รวมถึงในส่วนของสถานบริการเองมีข้อกำหนดไว้อย่างชัดเจน อาทิ เด็กที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปีห้ามเข้า ห้ามพกพาอาวุธและยาเสพติดเข้ามาอย่างเด็ดขาด เป็นต้น
นอกจากนี้ อยากฝากถึงรัฐบาลเพิ่มเติมคือ การขยายเวลาจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ปัจจุบันกำหนดให้ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ 2 ช่วงเวลา คือ 11.00-14.00 น. และ 17.00-24.00 น. หากร้านอาหารเปิด-ปิดร้านเป็น 2 ช่วงเวลาคือ ช่วงเช้าเปิดเป็นร้านอาหาร จะปิดให้บริการในช่วง 14.00 น. หลังจากนั้นต้องการใช้เวลาเตรียมหาซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มาเติมเพื่อขายในช่วงเย็นก็ไม่สามารถทำได้ จึงมองว่ากฎหมายดังกล่าวไม่เอื้อต่อผู้ประกอบการ
อยากให้แก้ปัญหาเรื่องนี้ เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการอยู่รอด และมีเงินมาชำระภาษีให้กับภาครัฐต่อไปด้วย

ธเนศ ตันติพิริยะกิจ
นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต
ก ารเปิดสถานบันเทิงถึง เวลา 04.00 น. เป็นความพยายามของภาคเอกชน ในหลายพื้นที่ต้องการผลักดันให้ภูเก็ตเป็นพื้นที่เอ็นเตอร์เทนเมนต์ขยายเวลาเปิดบริการ เวลาปกติเปิดตามกฎหมายคือถึงเที่ยงคืน ขอขยับเป็นตี 2 ขยับเป็นตี 4
ที่ผ่านมาภาคเอกชนภูเก็ต เคยนำเสนอเรื่องนี้ต่อนายกรัฐมนตรีเมื่อครั้งนายกรัฐมนตรีลงมาภูเก็ตครั้งแรกที่โรงแรมรามาดาพลาซ่าเจ้าฟ้า ครั้งนั้น ชมรมผู้ประกอบการสถานบันเทิงบางลาป่าตองนำเสนอต่อนายกรัฐมนตรี ขยายเวลาเปิดสถานบริการสถานบันเทิงจากเที่ยงคืนที่กฎหมายกำหนดเป็นถึงตี 2 ถึงตี 4 ภายใต้คอนดิชั่นหลายเรื่อง 1.โซนนิ่ง คิดว่าการจะเปิดผับเกินเวลา ควรกำหนดโซนนิ่งให้ชัดเจน 2.จะต้องคุยกับฝ่ายปกครองและตำรวจว่า มีกำลังคนเข้ามาดูแลความปลอดภัยเพียงพอหรือไม่ในการรักษาความปลอดภัย ต้องดูกำลังตำรวจ เชื่อว่าตำรวจพร้อมในระดับหนึ่ง แต่ถ้าอยากจะเปิดตรงนี้ รัฐบาลอาจจะเสริมกำลังเข้ามาให้จังหวัดภูเก็ตเพิ่มเติมด้วย
3.อยากให้มีการติดตั้งกล้อง CCTV ในพื้นที่ทั้งหมด ควรต้องทำการประเมินว่าสามารถรองรับคนในพื้นที่มากน้อยแค่ไหน รวมถึง ยาเสพติดจะต้องรณรงค์ ผู้ประกอบการดูแลเรื่องนี้ ต้องตั้งด่านของตำรวจ สกรีนคนไม่ให้เมาแล้วขับ มีการเสนอหลายเรื่อง ถ้าทำตามมาตรการที่ว่าแล้วจะส่งผลดีหรือไม่ ขอเรียนตรงๆ ส่วนของภาคเอกชนเชื่อว่าการขยายเวลาถึงตี 4 คนที่น่าจะได้ประโยชน์แน่ๆ คือผู้ประกอบการบันเทิง เชื่อว่าผู้ประกอบการสถานบันเทิงน่าจะมีรายได้เพิ่มมากขึ้นกว่าปัจจุบันไม่น้อยกว่า 30%
การขยายเวลาสถานบริการสถานบันเทิง ภาคเอกชนเห็นด้วย แต่เห็นด้วยในพื้นฐานว่าจะต้องกำหนดจำกัดโซนนิ่งให้ชัดเจน ไม่กระทบสิทธิของคนอื่น ต้องเกี่ยวพันกับฝ่ายปกครอง ตำรวจ ความปลอดภัย ภายในพื้นที่ และหลังปิดสถานบันเทิงสถานบริการแล้ว ต้องไม่มีเหตุเมาแล้วขับ ปัญหายาเสพติดต่างๆ ถ้าทำตามมาตรการต่างๆ จะส่งผลดีต่อการท่องเที่ยวของภูเก็ต ถ้าทำแล้วเป็นโซนนิ่งชัดเจนแล้ว ต้องแก้กฎหมายให้ถูกต้องแทนที่จะเป็นการแก้ปัญหาเพียงชั่วคราว
หลายคนพูดว่า ภูเก็ตเป็น Destination for All ต้องยอมรับว่ามีลูกค้าหลากหลายกลุ่ม มีกลุ่มครอบครัว (Family) กลุ่มเที่ยวกลางคืน (Night Life) ถ้าเป็นอย่างนี้คืออยากจะเห็น Destination สำหรับกลุ่ม Night Life บ้าง ตอนนี้พื้นที่ที่ทุกคนพยายามพูดถึงคือ บางลา ป่าตอง มองว่าเหมาะสม คนชอบเที่ยวกลางคืน ถือว่าเหมาะสม เป็นทางเลือกให้กับลูกค้า ทุกอย่างในโลกมีทั้งผลดีและผลเสีย จะต้องมาบาลานซ์กัน คือการเอาผลดี ผลเสียมาบาลานซ์กัน ต้องดูในภาพรวมว่า ผลเสียนั้นปกป้องได้หรือไม่ ถ้าป้องกันไม่ได้ ต้องกลับมาพิจารณากันใหม่
นอกจากพื้นที่ซอยบางลาป่าตองแล้ว พื้นที่โซนนิ่งในจังหวัดภูเก็ตน่าจะมีหลายโซนผู้ประกอบการมีความประสงค์อยากให้เปิดโซนนิ่ง การเปิดโซนนิ่งจะต้องไม่กระทบสิทธิของคนในบริเวณนั้น ไม่ใช่ว่าอยู่ใกล้ชุมชน ก็จะกลายเป็นกระทบกับชุมชน เชื่อว่า แต่ละโซนนิ่ง ทางผู้ประกอบการแต่ละพื้นที่คงเสนอให้กับทางจังหวัดและจังหวัดจะเป็นผู้พิจารณา แต่สำหรับซอยบางลา ป่าตอง ทุกคนรู้อยู่แล้วว่าทำสถานบันเทิงกันมายาวนาน เท่าที่ทราบไม่น่าจะมีผู้อยู่อาศัยในละแวกนั้นอยู่แล้ว

ลำพึง แฮมิลตัน
นายกสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจกลางคืน
ในฐานะนายกสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจกลางคืน และที่ปรึกษาของคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยว สภาผู้แทนราษฎร เรียกร้องมานานแล้ว ได้มีการเตรียมพร้อมของผู้ประกอบการ วางแผนและมาตรการต่างๆ รองรับ ส่วนความเคลื่อนไหวในพื้นที่พัทยายังเงียบอยู่ อย่างไรก็ตามก็ลุ้นว่าเมืองพัทยาจะได้รับการพิจารณาปิดตี 4 โดยเฉพาะเขตโซนนิ่งของเมืองพัทยา
อยากให้พิจารณาขยายเขตโซนนิ่งมาทางด้านหาดจอมเทียนด้วย เพราะขณะนี้พื้นที่บริเวณดังกล่าวเกิดการพัฒนามีสถานบริการ ตลาดนัด รวมทั้งที่พักเกิดขึ้นมากมาย หากเป็นไปได้อยากให้พิจารณาขยายเขตโซนนิ่ง เพราะไม่ได้ปรับโซนนิ่งมาตั้งแต่ปี 2547 ที่สำคัญได้ทำเรื่องขยายเขตโซนนิ่งผ่าน อ.บางละมุง จ.ชลบุรี คาดว่าอยู่ระหว่างการพิจารณาของมหาดไทย และอยากให้อนุญาตให้เปิดสถานบริการได้ถึงตี 4 เหมือนเช่นพัทยา เพื่อสร้างสถานที่ท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น ลดความแออัดของเมืองพัทยา
ยอมรับว่าหลังเกิดเหตุความรุนแรงในกรุงเทพฯ เกี่ยวกับการใช้อาวุธปืน ส่งผลกระทบต่อ จ.ชลบุรีเหมือนกัน เพราะตำรวจจะตรวจเข้มกับสถานบริการทั้งหมด เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายนเป็นต้นไป ถึงแม้จะอ้างว่าเพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว ก็ต้องยอมรับคนที่มาเที่ยวในสถานการบริการต้องการจะมาพักผ่อน หากมีการตรวจเข้มจนเกินไป จะทำให้นักท่องเที่ยวเกิดความเครียดมากกว่า อยากให้ตำรวจคำนึงในจุดนี้ด้วย
ถึงแม้ว่าจะมีการขยายเวลาการปิดสถานบริการถึงตี 4 แต่ปัญหาคือขณะนี้ต้องยอมรับว่าเศรษฐกิจซบเซามาก นักท่องเที่ยวน้อยลง โดยเฉพาะชาวต่างชาติ อยากให้รัฐบาลเร่งประชาสัมพันธ์นักท่องเที่ยวต่างชาติให้เข้ามาเที่ยวประเทศไทยมากขึ้น ชักชวนนักท่องเที่ยวแถบยุโรป โดยเฉพาะข้าราชการ พนักงานเกษียณอายุให้เข้ามาเที่ยวประเทศไทย เพราะทุกวันนี้มีเฉพาะนักท่องเที่ยวจีนและคาซัคสถาน
ปัญหาขณะนี้พบว่า นักท่องเที่ยวไม่ได้รับความสะดวกในเรื่องการขอวีซ่า ที่สำคัญค่าเครื่องบินที่บินตรงมาประเทศไทยมีราคาสูง นักท่องเที่ยวบางคนต้องไปลงเครื่องที่ฟิลิปปินส์แล้วต่อเครื่องบินมาไทย ค่าตั๋วเครื่องบินจะถูกกว่า รวมทั้งค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น ส่งผลให้นักท่องเที่ยวลดจำนวนลง เนื่องจากค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการท่องเที่ยวพอๆ กับการเดินทางไปประเทศต่างๆ ในแถบยุโรป อยากให้รัฐบาลช่วยพิจารณาในจุดนี้ด้วย
หากการปิดสถานบริการตี 4 ยังมีปัญหา ก็อยากให้เอาเรื่องของการเสียภาษีเป็นตัวชี้วัดคือ สถานบริการหากปิดเที่ยงคืนก็เสียภาษีในราคาต่ำ สถานบริการปิดตี 2 หรือสถานบริการปิดตี 4 ก็ควรจะคิดภาษีแพงขึ้น เพื่อสร้างความเป็นธรรมให้กับผู้ประกอบการ หากมีการพิจารณาปิดสถานบริการตี 4 ชักช้าจะเสียโอกาส เพราะช่วงนี้ใกล้จะเข้าช่วงไฮซีซั่นแล้ว ผู้ประกอบการจะได้เตรียมพร้อม

