สุรเดช ยะสวัสดิ์ วางเป้า‘พปชร.’คัมแบ๊ก

1.06.25 | 12:39 น.

สุรเดช ยะสวัสดิ์
วางเป้า‘พปชร.’คัมแบ๊ก

หมายเหตุนายสุรเดช ยะสวัสดิ์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์ “มติชน” ถึงแนวทางการขับเคลื่อนพรรค พปชร. ภายหลังได้รับแต่งตั้งเป็นรองหัวหน้าพรรค พปชร. รับผิดชอบภาคเหนือตอนบน ในการเตรียมความพร้อมของพรรค พปชร.สำหรับการเลือกตั้งครั้งต่อไป

⦁การเข้าร่วมงานกับพรรค พปชร.มีที่มาอย่างไร

ตั้งแต่ปี 2543 ผมได้รับเลือกเป็นวุฒิสมาชิกที่มาจากการเลือกตั้ง จ.พะเยา เริ่มทำงานตั้งแต่วันแรก ก็พยายามจะเป็นประธานกรรมาธิการ (กมธ.) พยายามทำความเข้าใจกับทุกคนว่าอยากทำเรื่องการท่องเที่ยว จึงได้รับเลือกเป็นประธาน กมธ.การท่องเที่ยวและกีฬามาโดยตลอดจนครบเทอม ไม่มีใครแข่งกับเรา เพราะเขาเห็นว่าเราทำงานและมีความพร้อมในหลายเรื่อง ดูแลทุกคนอย่างดี จนเกิดการปฏิวัติปี 2549 โดย พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน อดีต ผบ.ทบ. และหลังจากนั้น 1 ปีก็มีการเลือกตั้ง ผมเข้าร่วมงานกับพรรคเพื่อแผ่นดินที่มีนายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย อดีตหัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน เป็นผู้ก่อตั้งเริ่มต้น โดยผมเป็นรองหัวหน้าพรรค และได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส.แบบสัดส่วน แต่นายสุวิทย์ คุณกิตติ หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดินขณะนั้น สอบตกเข้าสภาไม่ได้ ทำให้ ส.ส.พรรคเพื่อแผ่นดินไม่มีหัวหน้า ผมจึงได้รับเลือกเป็นประธาน ส.ส.พรรคเพื่อแผ่นดิน และทำหน้าที่ในสภาผู้แทนราษฎรจนหมดวาระ

จนถึงช่วงรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี คิดว่าอยากจะพักสักหนึ่งสมัย เพราะว่าเหนื่อยมาตลอด 10 กว่าปี และไม่ได้คาดหวังว่าจะเป็นนักการเมืองอาชีพ แค่อยากใช้ความรู้ความสามารถหาโอกาสช่วยบ้านเมือง แต่เกิดการปฏิวัติปี 2557 ก็ไม่อยากเข้าไปยุ่ง จนได้มาพบกับนายวัน อยู่บำรุง กรรมการบริหารพรรค พปชร. ซึ่งมีปัญหากับพรรคเพื่อไทย (พท.) และลาออกจากพรรคมาอยู่กับพรรค พปชร. ซึ่งผมสนิทกับนายวันตั้งแต่เขายังเป็นเด็ก นายวันก็ชวนมาอยู่กับพรรค พปชร.ด้วยกัน และได้ไปพบกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรค พปชร. ผมเพิ่งทราบว่า พล.อ.ประวิตรเคยทำงานร่วมกับพ่อของผม (พล.ต.อ.วิฑูรย์ ยะสวัสดิ์ อดีตผู้ช่วยอธิบดีกรมตำรวจ) เมื่อปี 2511-2519 สมัยไปรบที่ประเทศลาว

Advertisement

จากนั้น พล.อ.ประวิตรได้แต่งตั้งให้ผมเป็นรองหัวหน้าพรรค พปชร. รับผิดชอบภาคเหนือตอนบน ผมก็ต้องทำการบ้านตั้งแต่วันแรก ไปทำความรู้จักกับคนต่างๆ แต่ที่สำคัญคือ เราต้องประชาสัมพันธ์ตัวเราเองใหม่ เพราะเรากลายเป็นคนรุ่นเก่าไปนิดนึง ทิ้งเวทีไป 10 กว่าปี ผมจึงได้เสนอไปในที่ประชุมว่าพรรคต้องปรับปรุงกระแสใหม่ คนเก่าออกไปเยอะแล้ว ปัญหาที่ผ่านมาก็จบไปแล้ว เพราะฉะนั้นถ้าเป็นไปได้ก็เริ่มต้นใหม่ จึงเป็นที่มาของโลโก้พรรค พปชร.แบบใหม่

⦁พล.อ.ประวิตรให้แนวทางการทำงานไว้อย่างไร

ผมมองว่า พล.อ.ประวิตรเป็นคนฉลาด คิดไว และร่างกายยังแข็งแรงดี ในโลกโซเชียลที่เป็นฝ่ายตรงข้ามอาจจะโจมตีว่าไม่แข็งแรง เดินให้ถึง 10 ก้าวให้ได้ก่อน แต่ผมมองว่า พล.อ.ประวิตรเดิน 100 ก้าวก็เดินได้ ยังแข็งแรง สมองยัง 100 เปอร์เซ็นต์ ผมเข้าใจเลยว่าทำไม พล.อ.ประวิตรจึงยังทำพรรคต่อ จากที่ผมได้เข้าไปสัมผัสในพรรค พปชร.มีบุคลากรที่มีคุณภาพเยอะแยะเต็มไปหมด มีอยู่เกือบทุกส่วนในพรรค เช่น รองหัวหน้าพรรคก็เป็นอดีตรัฐมนตรีตั้งหลายคน จากที่ผมได้สัมผัส พล.อ.ประวิตร เป็นผู้ใหญ่ที่ใจดี มีเมตตา ใจเย็น ใครที่อยากจะออกจากพรรคก็ให้ออก แต่ถ้าวันข้างหน้าคิดอยากจะกลับก็ต้องมาคุยกับ พล.อ.ประวิตรอีกครั้ง

ที่มองกันว่า พล.อ.ประวิตรเป็นคนแก่ หมดสภาพ ส่วนตัวผมจากที่ได้สัมผัสในการทำงานร่วมกันถือว่าไม่จริงเลย สรุปคือตัว พล.อ.ประวิตรพร้อมทำงาน พรรคก็พร้อม และนโยบายพรรคก็มีดีหลายนโยบาย และ พล.อ.ประวิตรยืนยันและให้ความมั่นใจกับลูกพรรคว่าจะยังเดินหน้าต่อไปสู่การเลือกตั้งในปี 2570 ส่วนที่หลายฝ่ายมองว่าไปไม่ไหวแล้ว หลายกลุ่มแยกทาง แยกก๊วนกันไปนั้น พล.อ.ประวิตรไม่สนใจ บอกว่าใครจะไปก็ไป แต่วันหน้าถ้าจะกลับมาค่อยคุยกัน แต่ถ้าใครมีปัญหา หรือโกรธกันก็ไม่ต้องกลับ ถือว่าท่านเป็นลูกผู้ชายตัวจริง

⦁วางยุทธศาสตร์พรรค พปชร.ภาคเหนืออย่างไร

ยุทธศาสตร์ภาคเหนือในการเลือกตั้งใหญ่ครั้งหน้านั้นเราต้องมองว่าประชาชนมีปัญหาอะไร จากที่ผมลงไปสัมผัสก็พอรู้ว่าเขาเดือดร้อนเรื่องปัญหาเกษตรกรรมและราคาผลผลิตที่ตกตํ่า ไม่ว่าจะเป็นมัน ข้าวเจ้า ข้าวโพด ราคาหายไปเป็นครึ่ง สาเหตุมาจากของจากต่างประเทศและของจีนเข้ามาตีตลาด รัฐบาลไม่ทำอะไรเลย ปล่อยให้ตัดราคา ผมเชื่อว่าของเขาราคาถูกกว่าก็จริง แต่คุณภาพสู้ของเราไม่ได้ เพราะดินในประเทศไทยดีมากที่สุดในเอเชีย มีจุลินทรีย์เป็นล้านชนิด

เมื่อผมรับทราบจากชาวบ้านก็ต้องหาทางสกัด ขณะที่เศรษฐกิจในเวลานี้ตกตํ่ามาก การท่องเที่ยวก็แย่ ตั้งแต่ใช้ชีวิตด้านการเมืองมา มองว่าครั้งนี้มีปัญหาเยอะจริงๆ เราเลยมาคิดว่าการเก็บภาษีนั้นต้องเก็บจากต่างชาติที่เข้ามาลงทุน เก็บให้มากกว่าคนไทย ไม่ใช่เอาใจจนเกินเหตุ เช่น ในต่างประเทศค่าเข้าอุทยานของเขา ถ้าเป็นคนต่างชาติก็คิดราคาหนึ่ง ถ้าเป็นคนในประเทศก็คิดราคาหนึ่ง ทั่วโลกทำมาแล้ว หรืออย่างที่สนามบินเก็บค่าธรรมเนียมขาเข้า 700 บาท ขนาดประเทศญี่ปุ่นเปิดประเทศมาก ยังเก็บถึง 1,000 บาท ทำไมเราไม่เก็บเท่าเขา หรืออย่างแรงงานต่างด้าว ทำไมเราไม่เก็บภาษีให้มากกว่าคนไทย รัฐก็จะได้เงินมากขึ้น อย่างนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ประกาศขึ้นภาษีนำเข้าเป็นร้อยกว่าเปอร์เซ็นต์ ยังทำได้ ทำไมเราทำไม่ได้ ทั้งที่เศรษฐกิจของเราแย่กว่า อย่าลืมว่าหนี้สาธารณะของประเทศไทยอยู่ที่ 12 ล้านล้านบาท ขณะที่จีดีพีอยู่ที่ 18 ล้านล้านบาท ห่างกันแค่ 6 ล้านล้านบาท เจอค่าใช้จ่ายบุคลากรของรัฐก็น่าจะไม่เหลือแล้ว นี่คือปัญหาของบ้านเมือง

เพราะฉะนั้นแนวคิดของผม คิดว่างบประมาณต้องรัดเข็มขัด ลดค่าใช้จ่ายของรัฐบาล และหารายได้เข้าประเทศจากภาษี ต้องหาจากคนต่างชาติก่อนค่อยมาถึงคนไทย ถ้าถึงคนไทยต้องมาดูว่าควรขึ้นภาษีอะไรที่ไม่จำเป็น เช่น เหล้า บุหรี่ แต่ไม่ใช่พวกภาษีน้ำมัน ผมไม่เห็นด้วย เพราะเป็นเรื่องความเดือดร้อนของประชาชน เหมือนไปขูดเลือดกับปู

ส่วนเรื่องค่าไฟฟ้า ผมคิดว่าทำไมประเทศเราต้องแพงกว่าประเทศอื่น ต้องมาดูว่าจะแก้ปัญหาอย่างไร เรื่องนี้ต้องแก้เป็นระบบ ประชุมกันให้เข้าใจกัน แก้กฎหมายเปิดโอกาสให้น้ำมันถูกลง อาจจะแก้กฎหมายสัก 10 ฉบับก็ต้องแก้ ส่วนเรื่องคนรวยจากการทำธุรกิจผูกขาดมีหลายกลุ่ม เราจะให้เขามาช่วย เอาคนรวยมาช่วยคนจน แบบหลักการ rich subsidize poor ต่างประเทศเขามีระบบแบบนี้ คนรวยต้องเสียสละ แต่ของเรารู้สึกจะไม่ค่อยมี รวยแล้วก็อยากรวยอีกเพราะมีอำนาจสารพัด ข้าราชการก็เงินเดือนน้อย อาจจะต้องมีรายได้พิเศษ

ดังนั้น ผมมองว่าสิ่งเหล่านี้ต้องเข้มงวด เอาเงินจากคนรวยมาช่วยคนจน อย่างไรก็ตาม เราต้องหยุดหนี้สาธารณะได้แล้ว ซึ่งองค์กร Moody’s Corporation ประเมินแล้วว่าประเทศไทยเติบโตน้อยมาก ถ้าปล่อยต่อไปประเทศไทยก็จะเข้าสู่ภาวะรัฐล้มเหลวแน่นอน ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปอีก 10 ปีคงได้เห็น เพราะฉะนั้นต้องทำอะไรสักอย่าง

⦁นโยบายพรรค พปชร.ที่จะผลักดันสำหรับการเลือกตั้งครั้งหน้าเป็นอย่างไร

นโยบายของพรรค พปชร.ที่อยากผลักดันมีอยู่ 3 ได้แก่ 1.รัฐสวัสดิการ ถ้าเลือกพรรค พปชร.เป็นรัฐบาลเราจะทำรัฐสวัสดิการ เก็บรวบรวมเงินมาช่วยคนจน สนับสนุนคนเก่งมีความสามารถที่จะมาช่วยชาติ และสนับสนุนให้ทุกคนเรียนฟรีจบปริญญาตรี 2.ผู้สูงวัยอายุ 60 ปี จะมีเบี้ยพิเศษให้ 3,000 บาทต่อเดือน คำนวณแล้วว่าเราทำได้ ไม่ใช่พูดเล่นๆ หรือประชานิยม ผู้ที่อายุ 70 ปี จะเพิ่มเป็น 4,000 บาท ถ้าอายุ 80 ปี ได้ 5,000 บาท 3.นโยบายมารดาประชารัฐ ช่วยเหลือค่าใช้จ่ายผู้หญิงที่ตั้งครรภ์เดือนละ 3,000 บาท และช่วยค่าคลอดบุตรอีก 10,000 บาท เพราะตอนนี้ประชากรน้อยลง คนแต่งงานก็ไม่อยากมีลูก ถ้าปล่อยไปแบบนี้อีก 20 ปีข้างหน้าประเทศจะแย่ เพราะฉะนั้นนโยบายนี้จะช่วยไปถึงอนาคต

ผมได้นำ 3 นโยบายดังกล่าวไปประกาศในพื้นที่ภาคเหนือแล้ว มีการตอบรับที่ดีและมีคนถามถึงความพร้อมของหัวหน้าพรรค พปชร. ผมก็บอกว่าไม่จริงเลย สามารถไปเช็กได้ และเราก็ได้เสียงตอบรับว่า พล.อ.ประวิตรแข็งแรงจริง อะไรก็ไปได้ ผมก็บอกไปว่า คนที่เป็นทหารจะถูกฝึกมาให้ปิดทองหลังพระ ทำอะไรก็จะไม่พูดหรือโชว์มาก รู้หรือไม่ใครที่เป็นคนช่วยลูกเรือประมงที่ไปติดคุกอยู่ที่ประเทศเมียนมา คุณอาจจะเข้าใจว่าเป็นเพราะนายกรัฐมนตรี รวมทั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมไปดำเนินการ ปรากฏว่าไม่ใช่เลย ผมอยู่ในเหตุการณ์ เห็น พล.อ.ประวิตรโทรศัพท์ถึง พล.อ.อาวุโสมิน อ่อง ลาย ผู้นำรัฐบาลทหารเมียนมา เพราะท่านเคยไปพบปะพูดคุยและชอบพอกัน พล.อ.ประวิตรขอให้ปล่อยลูกเรือประมงชาวไทยทั้งที่ไม่ได้มีตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แค่อาศัยความที่เคยรู้จักกัน ผมถาม พล.อ.ประวิตรว่าทำไมไม่ออกมาพีอาร์ พล.อ.ประวิตรบอกว่า ไม่ต้อง ปกติก็คอยช่วยคนแบบนี้อยู่แล้ว เพราะสงสารครอบครัวของลูกเรือ เพราะเขาเดินทางมาที่พรรค พปชร. มาขอให้ช่วย ผมก็บอกไปว่าทำไมไม่ไปคุยกับรัฐบาล ครอบครัวของชาวประมงบอกว่าไปไม่รู้กี่ครั้งแล้ว แต่ยังไม่มีความคืบหน้า

⦁ในพื้นที่ภาคเหนือต้องแข่งกับอดีตเลขาธิการพรรค พปชร.อย่าง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า มีความพร้อมแค่ไหน อย่างไร

ยุทธศาสตร์ที่จะใช้แข่งกับคนคุ้นเคยอย่าง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรมนั้น เราไม่ทะเลาะกับใคร ที่สำคัญคืออุดมการณ์เดียวกันหรือเปล่า รักสถาบันฯหรือไม่ ถ้ารักสถาบันฯก็ไม่ทะเลาะ จะกี่พรรคก็แล้วแต่หากเทิดทูน หรือปกป้องสถาบันฯ และคิดจะช่วยปากท้องประชาชน ร่วมมือกันก็ยังได้ ไม่มีปัญหา แต่เราจะชนะกันด้วยนโยบาย คุณมีอะไรดีก็ประกาศออกมา ผมมีอะไรดีก็ประกาศให้เห็น และให้ประชาชนตัดสิน

สำหรับเป้าหมายการเลือกตั้งในภาคเหนือ อยากได้สัก 10 ที่นั่งจาก 34 ที่นั่ง ส่วนพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่ผมตั้งเป้าจะเจาะให้ได้ก็ต้องเป็นที่ จ.เชียงใหม่ เพราะถ้าไม่เข้าถ้ำเสือก็ไม่ได้ลูกเสือ และนอกจาก จ.เชียงใหม่ แล้วยังตั้งเป้าไว้ที่ จ.เชียงราย และอีกจังหวัดที่พยายามอยู่คือ จ.พะเยา ผมเคยทดสอบแล้วที่ จ.พะเยา เขาบอกว่าต้องใช้เงินทำอย่างนู้นอย่างนี้ ประชาชนฟังแต่หัวคะแนน แต่ผมเคยทำบรรเทาสาธารณภัยอยู่ 3 ปี ไม่จ่ายเงินสักบาท ไม่เลือกผมก็ไม่เป็นไร คะแนนยังเทมาได้เป็นแสนเมื่อครั้งลงสมัคร ส.ว. ดังนั้น เราจะใช้จุดแข็งด้วยความจริงใจ ตรวจสอบได้ และไปเปิดประวัติของผมดูได้ ไม่เคยมีอะไรเสียหาย

ส่วนปัจจัยการเมืองเก่าที่เน้นใช้กระสุนนั้นก็ว่าไป ผมใช้ความจริงใจ พรรค พปชร.แสดงความจริงใจและต่อด้วยจริงจัง ไม่ได้พูดวันนี้พรุ่งนี้ลืม และผู้นำของเราเคยเป็นผู้นำทางทหาร ผู้นำทหารจริงจังอยู่แล้ว ไม่เช่นนั้นเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมไม่ได้หรอก วันนี้ผู้นำของประเทศต้องไม่ใช่มือสมัครเล่น นายกรัฐมนตรีต้องมาจากมืออาชีพและต้องมีประสบการณ์

ส่วน พล.อ.ประวิตรตั้งเป้าในการเลือกตั้งครั้งหน้าไว้แค่ไหนนั้น ได้คำนวณทั้ง ส.ส.เขตและปาร์ตี้ลิสต์แล้วอยู่ที่ 60 ที่นั่ง แต่ผมฝันว่าถ้าจะตั้งรัฐบาลก็ต้อง 100 ที่นั่งขึ้น ต้องคิดที่ตัวเลข 120 ที่นั่ง ไม่ใช่ 60 ที่นั่ง เราอาจจะแบ่งจากพรรคสีส้มมาก็ได้ แล้วมาบวกกับกลุ่มต่างๆ ก็ไม่แน่ อะไรก็เกิดขึ้นได้ แต่ผมจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด

ส่วนที่มองว่าคู่แข่งสำคัญในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน ต้องเป็นพรรคเพื่อไทย (พท.) ที่มีฐานคนเสื้อแดงสนับสนุนนั้น ก็ต้องเอาชนะด้วยนโยบายและความจริงใจ ต้องแสดงให้เห็นว่านโยบายของพรรค พปชร.ไม่ใช่ประชานิยม นโยบายของพรรคเราให้เบ็ดตกปลา เราไม่ได้ให้ปลา ผมไม่ชอบวิธีการให้ปลา เพราะให้ปลาแล้วก็ให้ไม่จบ ผมชอบวิธีการให้เบ็ดหรือให้แห มั่นใจว่านโยบายของเราทำได้แน่นอน ส่วนยุทธศาสตร์การหาเสียงนั้น ต้องเลือกผู้สมัคร ส.ส.ที่มีคุณภาพเกรดเอ มาซึมซับนโยบายของพรรค และให้เขาทำหน้าที่ให้ดีที่สุดในนามของพรรค พปชร.