หมายเหตุ – ความเห็นนักวิชาการกรณีพรรคประชาชนมีมติสนับสนุนนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 โดยได้ลงนามในบันทึกข้อตกลง (MOA) ร่วมกับพรรคภูมิใจไทย 5 ข้อ ว อาทิ นายกรัฐมนตรีคนใหม่ต้องยุบสภาผู้แทนราษฎรภายใน 4 เดือน นับตั้งแต่วันที่ได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภา พรรคภูมิใจไทยต้องไม่ดำเนินการโดยวิธีการใดๆ เพื่อทำให้เป็นรัฐบาลเสียงข้างมาก
ยุทธพร อิสรชัย
อาจารย์ประจำสาขาวิชารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน แถลงสนับสนุน นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นนายกรัฐมนตรี เป็นการตัดสินใจผิดพลาด เพราะการตัดสินใจของ ปชน.อยู่บนภายใต้ 5 เงื่อนไขสำคัญ มีการเซ็น Memorandum of Agreement (MOA) ทำให้ ปชน.ถูกตั้งคำถามเยอะว่า ท้ายที่สุดจะทำให้เกิดการควบคุม กำกับ ได้จริงหรือไม่ MOA ไม่มีผลทางกฎหมาย แต่อาจมีผลทางการเมืองแง่สัญญาประชาคม หาก ปชน.ตัดสินใจโหวตให้ภูมิใจไทย ปชน.ควรรับตำแหน่ง เพราะการเข้าไปเป็นคณะรัฐมนตรี ต้องเข้าไปตรวจสอบถ่วงดุลในคณะรัฐมนตรี ติดตามกรณีต่างๆ อย่างใกล้ชิดกว่า รวมถึงขอกระทรวงที่ประชาชนกำลังจับตาคดีต่างๆ เช่น กระทรวงมหาดไทย กระทรวงยุติธรรม กระทรวงแรงงาน ปชน.ติดตามมาตลอด หากต้องโหวต ก็ต้องรับตำแหน่ง เพื่อควบคุมรัฐบาลในฐานะรัฐมนตรีดีกว่า
วันนี้ ปชน.ตีเช็คเปล่า บ้างก็บอกว่าปล่อยเสือเข้าป่า ผมจึงคิดว่าเป็นการตัดสินใจผิดพลาด ปชน.ต้องฟรีโหวต แล้วถึงโหวต แม้ว่าพรรคจะบอกว่าได้รับความคิดเห็นจากสมาชิก ผ่านการทำแบบสำรวจหรืออะไรก็ตาม แต่สุดท้ายแบบสำรวจมีทางเลือกจำกัด มี 2 ส่วนคือ ส่วนที่ 1 จะให้พรรคทำอย่างไร ก็คือใช้เสียงที่มีแก้ปัญหาชาติบ้านเมือง หรือจะอยู่เฉยๆ นิ่งๆ คำถามคือแล้วใครจะให้อยู่เฉยๆ เพราะฉะนั้นทุกคนอยากแก้ปัญหาบ้านเมือง กลายเป็นทางเลือกที่ถูกจำกัด ส่วนที่ 2 พรรคจะโหวตให้ใคร ระหว่าง ภท.กับ พท. ถูกจำกัดอยู่เพียงแค่ 2 ทางเลือก ที่จริงถ้ามีทางเลือกที่ 3 คือฟรีโหวต หรืออาจบอกว่า พรรคยุบสภาเองไม่ได้ แต่สนับสนุนผลักดันให้ยุบสภา คนอาจโหวตทางเหล่านี้มากกว่า
ด้วยเหตุนี้จึงเป็นการตัดสินใจผิดพลาดและไม่เป็นผลดีกับ ปชน. ท้ายสุดก็จะเกิดเรื่องคนตีความต่างๆ ไปมากมาย แม้ว่าพรรคจะปฏิเสธไม่ใช่เรื่องจริง เช่นนอมินีรัฐมนตรีดีล 44 ส.ส. ไม่เป็นผลดีอย่างยิ่ง
ผลจะเกิดขึ้นหาก ปชน.ไม่ร่วมรัฐบาล ท้ายสุดคำถามจะกลับมาสู่ ปชน. ถ้าเกิดความเสียหายทางการเมือง ทางกฎหมาย ปชน.ก็เหมือนว่าเอาตัวเองเข้าไปแบกภาระกับประเด็นเหล่านี้ ตนเองมีเครื่องมือควบคุมเพียงแค่ MOA และเสียงในสภา ไม่รู้ว่าสุดท้ายเสียงในสภาจะเอกภาพหรือไม่
หากเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย ก็ไม่ใครยอมเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย แม้ใน MOA ข้อที่ 4 จะเขียนเอาไว้ว่า ภท.ห้ามกระทำการใดๆ ทำให้ตนเองเป็นรัฐบาลเสียงข้างมาก แต่อย่าลืมว่า MOA ลงนามตอนท้ายโดยหัวหน้า ปชน. กับลงนามโดยหัวหน้า ภท. ไม่ได้ลงนามกับพรรคอื่น ฉะนั้น ถ้าพรรคอื่น ส.ส. เขาเดินมาเอง คงห้ามไม่ได้ เพราะฉะนั้นไม่มีอะไรยืนยันว่า MOA จะทำให้รัฐบาลเป็นเสียงข้างน้อย
ปชน.เลือกแนวทางเช่นนี้ หากเปรียบเทียบกับพรรคเพื่อไทย น่าจะกังวลมากกว่าพรรคเพื่อไทย เพราะ ปชน.ก่อกำเนิดขึ้นมาจากพรรคอนาคตใหม่ ต่อมาสู่พรรคก้าวไกล และเดินทางมาถึง ปชน.ในปัจจุบัน เกิดขึ้นเนื่องมาจากบริบทและพัฒนาการทางสังคมการเมืองของประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังการรัฐประหารปี 2557 เพราะฉะนั้นพรรคอนาคตใหม่ พรรคก้าวไกล พรรคประชาชน คือความหวังของผู้คนในสังคม เราต้องการเห็นการเมืองใหม่ แต่ละพรรคมีจุดยืนมาตลอดว่าอยากเห็นการเมืองใหม่ อยากเห็นการเมืองแบบตรงไปตรงมา แต่สุดท้ายพรรคกำลังเข้าสู่วงจรการเมืองเก่าเต็มๆ
ปลายอุโมงค์ของ ปชน.จะได้เห็นอย่างหวังหรือไม่ สุดท้ายต้องดูโค้งสุดท้าย ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ว่า ปชน.ตัดสินใจอย่างไร เพราะมีทางเลือกเพิ่ม เมื่อพรรคเพื่อไทยเสนอว่าถ้าต้องการยุบสภาเลือก นายชัยเกษม นิติสิริ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทย
ยุบสภาทันทีไม่ต้องรอ 4 เดือน เป็นแนวทางที่ประชาชนเรียกร้องมาตลอด ในเรื่องยุบสภา ขณะที่หากเลือก นายอนุทิน ชาญวีรกูล แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคภูมิใจไทย เขาก็บอกว่ายุบสภาเหมือนกัน แต่ต้องรอ 4 เดือน เพื่อทำประชามติ ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของ ปชน.
หนทางออกของประเทศมุ่งสู่การยุบสภา ได้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่นั้น วันนี้รัฐธรรมนูญ 2560 พาเรามาสู่ทางตันทางการเมือง หลายเรื่องทางตัน ตั้งแต่แคนดิเดตนายกฯ ย้อนกลับไปตั้งแต่ปี 2566 เลยก็ว่าได้ ถ้าเราเอาเฉพาะสภาชุดนี้ ไม่ต้องไปถึงสภาชุดที่แล้วมีเรื่องเสียงปริ่มน้ำ งูเห่า แจกกล้วย ฝากเลี้ยง ตั้งแต่การเลือกตั้งปี 2562 พอมาปี 2566 ตั้งแต่จุดเริ่มต้นของการโหวตรัฐบาล แม้กระทั่ง นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แคนดิเดต
นายกรัฐมนตรี พรรคก้าวไกล ในช่วงเวลานั้น ก็ไม่ได้รับการเลือกตามเสียงของประชาชน เพราะมี ส.ว. 250 เสียงเข้ามา ทำให้นายพิธาไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรี เป็นภาพสะท้อนสิ่งที่หนึ่ง
ต่อมาการจัดตั้งรัฐบาล เราก็คิดว่าเสียงปริ่มน้ำจะหายไป เพราะบัตรเลือกตั้งแก้มาเป็น 2 ใบแล้ว แต่สุดท้ายรัฐบาล แพทองธาร ชินวัตร นายกฯคนที่ 31 กลับมาสู่เสียงปริ่มน้ำ อีกครั้ง งูเห่า แจกกล้วย ฝากเลี้ยง อีกครั้งหนึ่ง
พอมาสู่เรื่องการตัดสิน ยุบพรรคไปกี่ครั้งแล้ว ถอดนายกฯไปกี่คนแล้ว ภายใต้รัฐธรรมนูญ 2560 เรื่องของกลไก ใช้คำว่าเป็น “นวัตกรรมพิสดาร” ในรัฐธรรมนูญ 2560 ทำให้เกิดปัญหาต่างๆ มากมาย เช่น ศาลรัฐธรรมนูญสั่งนายกฯให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ได้ ถ้ารัฐมนตรีพ้นทั้งคณะแล้วนายกฯ ไปโดนเรื่องซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ หรือฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรงหรือไม่ ก็ปรากฏว่าไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อได้ เป็นปัญหาว่าตกลงใครจะทูลเกล้าฯยุบสภา มีตั้งหลายเรื่องเห็นผลในรัฐธรรมนูญฉบับ 2560 หากรัฐธรรมนูญฉบับ 2560 ไม่ถูกแก้ไข รูปโฉมการเมืองก็จะออกมาหน้าตาเช่นนี้
โอฬาร ถิ่นบางเตียว
อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา
พรรคประชาชนไปหนุนนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับพรรคภูมิใจไทย เนื่องจากพรรคประชาชนไม่มีแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีมาตั้งแต่ต้น หลังจาก น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ถูกวินิจฉัยจากศาลรัฐธรรมนูญ ให้หลุดออกจากตำแหน่งนายกฯ พรรคประชาชนเป็นพรรคแรกออกมาแถลงจุดยืนชัดเจนว่า พร้อมสนับสนุนพรรคการเมืองจะทำตามข้อตกลง 5 ข้อ ทำให้พรรคเพื่อไทย พรรคภูมิใจไทย รับข้อเสนอ ประเด็นตามมาทำให้พรรคประชาชนต้องตัดสินใจเลือกพรรคใดพรรคหนึ่ง คงประเมินว่าอาจจะถูกวิพากษ์วิจารณ์ จะไปร่วมมือกับพรรคเพื่อไทย ก็ยังไม่ชัดเจนจากนายชัยเกษม นิติสิริ จะยอมรับเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป ข่าวสารทั้งหมดมาจากแกนนำพรรคเพื่อไทย ประกอบกับก่อนหน้านี้สังคมเรียกร้องให้พรรคเพื่อไทยยุบสภา แต่มีท่าทีปฏิเสธ ต่อมาต้องการยุบสภา คิดว่าจะต้องมีเหตุผลบางประการ
ด้านพรรคภูมิใจไทย ประเมินดูแล้ว หากพรรคประชาชนต้องการเลือกนายกรัฐมนตรี จากพรรคใดพรรคหนึ่งจะต้องเจ็บตัวน้อยที่สุด รวมทั้งโอกาสต้องผลักดันข้อเสนอให้สำเร็จเป็นรูปธรรม และสร้างกลไกถ่วงดุลรัฐบาล หากรัฐบาลเบี้ยวไม่ทำตามสัญญา รวมทั้งมองไปถึงความได้เปรียบการเลือกตั้งครั้งหน้า ทำให้พรรคประชาชนให้น้ำหนักพรรคภูมิใจไทย ประกอบกับมองว่าพรรคเพื่อไทยเกิดวิกฤตศรัทธา หมดความชอบธรรม โอกาสกลับมาเป็นพรรคยิ่งใหญ่เหมือนเดิมคงยาก รวมทั้งการต่อสู้ทางการเมืองในอนาคตพรรคประชาชนต้องต่อสู้กับพรรคเพื่อไทย พรรคภูมิใจไทย คิดว่ามาต่อสู้กับพรรคภูมิใจไทยดีกว่าไปสนับสนุนพรรคเพื่อไทย เพราะขาดความชอบธรรมทางการเมืองไปแล้ว
ส่วนการต่อสู้ทางการเมืองระหว่างพรรคประชาชนกับพรรคภูมิใจไทย ประชาชนสนับสนุนพรรคเพื่อไทยเกิดความผิดหวัง ทั้งการบริหารงานล้มเหลวจากนายทักษิณ ชินวัตร และรัฐบาลรักษาการไม่มีผลงาน คนเหล่านี้เชื่อว่าคงไม่ไปเลือกพรรคภูมิใจไทย หากเลือกตั้งครั้งหน้า พรรคประชาชนคงประเมินแล้วว่าคนกลุ่มนี้จะหันมาสนับสนุนพรรคประชาชน ประกอบกับกดดันให้พรรคภูมิใจไทยทำตามสัญญาได้ คะแนนนิยมจะกลับมาที่พรรคประชาชน
แต่ก่อนหน้านี้ได้มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ พรรคประชาชนอาจถูกหักหลัง ประกอบกับเป็นเกมวัดใจกัน เพราะจะไปสนับสนุนพรรคใดพรรคหนึ่งเลือกนายกรัฐมนตรี จะถูกวิพากษ์วิจารณ์ทั้งคู่ แต่โอกาสได้รับคะแนนเสียงนิยม คิดว่าน่าจะเลือกพรรคภูมิใจไทยมากกว่า พรรคภูมิใจไทยก็คงประเมินเหมือนกันว่า หากไปทรยศหักหลังพรรคประชาชน คะแนนนิยมแทนที่จะดีขึ้น อาจตกต่ำมากกว่านี้ จะส่งผลให้พรรคประชาชนได้เปรียบขึ้นไปอีก ทำให้ข้อเสนอของพรรคประชาชนหลังจากเลือกนายกรัฐมนตรีแล้ว เชื่อว่ามีความเป็นไปได้สูง
หากมองการเมืองแบบชาตินิยม แนวอนุรักษนิยม ภายหลังปัญหาสงครามชายแดนไทย-กัมพูชา ไม่มีพรรคการเมืองไหนชัดเจน นอกจากพรรคภูมิใจไทย หากพรรคภูมิใจไทยคิดสั้น หักหลังพรรคประชาชน โดยไม่ทำตามสัญญา จะทำให้พรรคภูมิใจไทยเสียโอกาส หากทำตามข้อตกลง ประเมินว่าพรรคภูมิใจไทยอาจได้เป็นรัฐบาล หลังการเลือกตั้งครั้งหน้าก็ได้ จึงเป็นการเมินด้วยกันทั้งคู่ หากรักษาสัญญาของกันและกัน จะทำให้พรรคประชาชนมีคะแนนสูงขึ้น พรรคภูมิใจไทยมีโอกาสชนะการเลือกตั้ง เป็นผู้จัดตั้งรัฐบาลรอบ 2 ก็ได้เช่นกัน แต่ถ้าพรรคภูมิใจไทยเลือกหักหลังพรรคประชาชน จะส่งผลให้พรรคประชาชนมีกระแสสูงในการเลือกตั้งครั้งหน้า มองได้ทั้ง 2 ทาง
กรณีนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ กล่าวว่าไม่เสียใจที่เลือกนายอนุทินเป็นนายกฯ เชื่อว่าประเมินแล้วว่า ข้อเสนอพรรคประชาชนเสนอไป ทั้ง 2 พรรคยอมรับ จะเป็นการบีบให้ต้องเลือกพรรคใดพรรคหนึ่ง แต่ต้องเลือกพรรคที่มีผลกระทบตามมาน้อยที่สุด จึงต้องตัดสินใจเลือกนายอนุทิน แม้ว่าจะมีข้อวิพากษ์วิจารณ์ตามมามากมายก็ตาม โดยเฉพาะแฟนคลับพรรคประชาชน แต่ระยะยาว เชื่อว่าเลือกพรรคภูมิใจไทยจะได้เปรียบกว่าเลือกพรรคเพื่อไทย กล่าวง่ายๆ บาดเจ็บน้อยกว่า
การถกเถียงกันอย่างหนักในบรรดาของพรรคประชาชน จนทำให้คะแนนเสียงแตก ก่อนมาลงเอยเลือกนายอนุทินเป็นนายกฯ ลักษณะพิเศษของพรรคประชาชน อำนาจไม่รวมศูนย์อยู่ที่เจ้าของพรรค อย่างเช่นพรรคเพื่อไทย หรือพรรคอื่น จะเห็นว่าบรรดาสมาชิกหรือ ส.ส.ไม่มีอำนาจให้ความเห็นต่างจากเจ้าของพรรค แต่พรรคประชาชนแม้ว่าจะมีท่าทีและแสดงจุดยืนอย่างเป็นทางการแล้ว แต่เปิดโอกาสให้ ส.ส.ภายในพรรคประชาชนแสดงความคิดเห็น แสดงจุดยืนแตกต่างได้ เป็นเสน่ห์และเป็นจุดแข็ง แสดงให้เห็นว่าเป็นพรรคการเมืองไม่มีการครอบงำ จากตระกูลใดตระกูลหนึ่ง
ก่อนการยุบสภาเพื่อเลือกตั้งใหม่ ในฐานะนักวิชาการ เห็นด้วยกับจุดยืนของพรรคประชาชนให้ทำประชามติ นำไปสู่การร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เนื่องจากปัญหา 2 ปีที่ผ่านมา มีผลพวงมาจากรัฐธรรมนูญปี 2560 ถ้าไม่แก้ปัญหาจุดนี้ การเลือกตั้งใหม่ ปัญหาก็จะเกิดซ้ำรอยเดิมอีก เพราะกติกาดีไซน์ให้รัฐบาลบริหารงานไม่ได้เต็มที่ ต้องจัดตั้งรัฐบาลผสม เกิดการต่อรองกันมาก เพราะฉะนั้นรัฐบาลชุดใหม่จะต้องดำเนินการตามข้อเสนอของพรรคประชาชน จะต้องหา ส.ส.ร.ลงประชามติ นำไปสู่การร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
ถ้ามองว่าจะมีการเลือกตั้งภายใน 4-6 เดือนข้างหน้า แต่ยังใช้รัฐธรรมนูญปี 2560 เชื่อว่ายังมีปัญหาเหมือนกันระดับหนึ่ง แต่หากทำประชาพิจารณ์หรือประชามติไปแล้ว จะเป็นจุดเริ่มต้นในการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาระยะยาว
การเลือกตั้งสมัยหน้า พรรคประชาชนจะมีคะแนนเสียงดี หากพรรคภูมิใจไทยทรยศ จึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่พรรคประชาชนเลือกนายกฯพรรคภูมิใจไทย เพราะเชื่อว่าพรรคเพื่อไทยอ่อนแอ ถึงจุดวิกฤตหนักสุด หากคดีของนายทักษิณมีผลทางลบ มวลชนของพรรคเพื่อไทยจะเลือกพรรคประชาชน
พรรคประชาชนไม่ร่วมรัฐบาลขอเป็นฝ่ายค้าน มองว่าเป็นรูปแบบใหม่ ทางการเมืองของพรรคประชาชน ทำให้เห็นว่าพรรคประชาชนต้องการให้รัฐบาลขับเคลื่อนไปได้ ป้องกันการแทรกแซงจากอำนาจนอกระบบ ทำให้การเมืองไทยตกต่ำไปอีก แต่พร้อมกำกับติดตามการทำงานของรัฐบาล ทำอะไรต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ของประชาชนและข้อตกลง หากออกกฎหมายใดที่พรรคประชาชนไม่เห็นด้วย ก็สามารถคว่ำกฎหมายนั้นได้เลย จะส่งผลให้รัฐบาลไปต่อไม่ได้ ผลพวงมาจากเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย ต้องอยู่ภายใต้การกำกับของพรรคประชาชน หากมองถึงประโยชน์แล้วถือว่าดี เพราะที่ผ่านมารัฐบาลอ้างทำเพื่อประชาชน แล้วมักไม่ปฏิบัติตามข้อสัญญา ถือว่าตัวเองเป็นรัฐบาลแล้ว และยังเป็นเสียงข้างมาก ทำให้ละเลยปัญหาของประชาชนได้ พรรคประชาชนทำแบบนี้ จะเกิดประโยชน์ เพราะรัฐบาลจะต้องฟังเสียงประชาชน
การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองครั้งนี้ เป็นเทคนิคทางการเมือง ในอดีตมองว่าพรรคเพื่อไทยจะมากำกับบทบาททางการเมืองของพรรคประชาชน แต่พฤติกรรมที่ผ่านมาไม่สามารถทำได้ ส่วนพรรคภูมิใจไทยเบี้ยวข้อตกลงเมื่อไหร่ก็ไม่สามารถคุมพรรคประชาชนได้เช่นกัน เพราะจุดเริ่มของพรรคเพื่อไทยกับพรรคประชาชนมาจากการตระบัดสัตย์ เช่นเดียวกันหากพรรคภูมิใจไทยตระบัดสัตย์ ก็จะเกิดปัญหากับพรรคประชาชน กลุ่มอำนาจเก่าต้องการยืมดาบศัตรูฆ่าศัตรู ให้พรรคเพื่อไทยฆ่าพรรคประชาชน แต่พรรคประชาชนรู้ชะตากรรมของตัวเอง ดีไม่ดีพรรคประชาชนอาจจะกำจัดพรรคภูมิใจไทยก่อนได้เช่นกัน

