ยกเครื่องเพื่อไทย ภารกิจ ‘จุลพันธ์’ เป้าคัมแบ๊กรัฐบาล

2.11.25 | 13:50 น.

ยกเครื่องเพื่อไทย – พรรคเพื่อไทย (พท.) มีการปรับทัพคณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ชุดใหม่ อีกครั้ง ภายหลัง “แพทองธาร ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี ตัดสินใจลาออกจากหัวหน้าพรรค พท. เพื่อเปิดโอกาสให้พรรคยกเครื่องได้อย่างอิสระ และสร้างพรรคใหม่ที่สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น โดยที่ประชุมใหญ่วิสามัญพรรคเมื่อวันที่ 31 ตุลาคมที่ผ่านมา มีวาระเลือกคณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ชุดใหม่ เพื่อเตรียมความพร้อมในการเลือกตั้งครั้งหน้า

โดยที่ประชุมมีมติเลือก “จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์” ส.ส.เชียงใหม่ บุตรชาย “สมพงษ์ อมรวิวัฒน์” อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ อดีตหัวหน้าพรรค พท. เป็นหัวหน้าพรรค พท.คนใหม่ ด้วยมติคะแนน 354 คะแนน ผู้ไม่ประสงค์ลงคะแนน 15 คน จากผู้มีสิทธิลงคะแนนทั้งหมด 369 คน

พร้อมกับเลือกรองหัวหน้าพรรค 13 คน ประกอบด้วย นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ กำกับดูแลพื้นที่ภาคเหนือตอนบน นายจเด็ศ จันทรา ส.ส.พิษณุโลก กำกับดูแลพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล ส.ส.เลย กำกับดูแลภาคอีสานตอนบน นางมนพร เจริญศรี ส.ส.นครพนม กำกับดูแลภาคอีสานตอนกลาง น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล กำกับดูแลภาคอีสานตอนล่าง นายสรวงศ์ เทียนทอง ส.ส.สระแก้ว กำกับดูแลพื้นที่ภาคกลาง น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ส.ส.กทม. กำกับดูแลพื้นที่ กทม. นายก่อแก้ว พิกุลทอง ส.ส.บัญชีรายชื่อ กำกับดูแลพื้นที่ภาคใต้ นายชูศักดิ์ ศิรินิล ส.ส.บัญชีรายชื่อ กำกับดูแลฝ่ายกฎหมาย นายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ อดีต รมว.แรงงาน กำกับดูแลฝ่ายบริหาร นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล อดีต รมช.คลัง กำกับดูแลฝ่ายนโยบายและวิชาการ นายศรัณย์ ทิมสุวรรณ ส.ส.เลย กำกับดูแลฝ่ายกิจการสภา นายจักรพงษ์ แสงมณี อดีต รมต.ประจำสำนักนายกฯ กำกับดูแลฝ่ายต่างประเทศ

ขณะที่ตำแหน่งเลขาธิการพรรคเป็นไปตามโผ คือ “ประเสริฐ จันทรรวงทอง” อดีตรองนายกฯ โดยมีรองเลขาธิการพรรค 5 คน คือ น.ส.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ อดีต รมช.ศึกษาธิการ นายจิรวัฒน์ ศิริพานิชย์
ส.ส.มหาสารคาม น.ส.ขัตติยา สวัสดิผล ส.ส.บัญชีรายชื่อ น.ส.ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช ส.ส.เชียงราย นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ มีนายทวีศักดิ์ อนรรฆพันธ์ เป็นเหรัญญิกพรรค น.ส.ศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ เป็นนายทะเบียนสมาชิกพรรค นายศึกษิษฏ์ ศรีจอมขวัญ โฆษกพรรค

ส่วน กก.บห.มี 6 คน ประกอบด้วย นายดนุพร ปุณณกันต์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายเชิดชัย ตันติศิรินทร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายวรสิทธิ์ กัลป์ตินันท์ ส.ส.อุบลราชธานี นายวรวงศ์ วรปัญญา ส.ส.ลพบุรี และนายวิพุธ ศรีวะอุไร ประธานสภา กทม.

Advertisement

นอกจากนี้มีการเลือกคณะกรรมการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.จำนวน 17 คน ประกอบด้วย 1.นายจุลพันธ์ 2.นายชูศักดิ์ 3.นายสรวงศ์ 4.น.ส.สุดาวรรณ 5.นายพงศ์กวิน 6.นายจักรพงษ์ แสงมณี 7.นายประเสริฐ 8.น.ส.ศรีญาดา 9.นายชูเดช เกตุชูรัตน์ หัวหน้าสาขาพรรค ลำดับที่ 2 จ.เชียงใหม่ 10.นายธนพล โอฆะพนม หัวหน้าสาขาพรรค ลำดับที่ 11 จ.ร้อยเอ็ด 11.นายสมัคร บุญปก หัวหน้าสาขาพรรค ลำดับที่ 1 จ.อุดรธานี

12.นายชำนาญ ณ เชียงใหม่ หัวหน้าสาขาพรรค ลำดับที่ 8 จ.อุตรดิตถ์ 13.นายกมล เอี้ยวศิวิกูล หัวหน้าสาขาพรรค ลำดับที่ 13 จ.นครปฐม 14.นายอำพร ยอดผกา หัวหน้าสาขาพรรค ลำดับที่ 10 จ.นครศรีธรรมราช 15.นายประสิทธิ์ จันทาทอง ตัวแทนพรรคประจำ จ.หนองคาย 16.นายมานะ คงวุฒิปัญญา ตัวแทนพรรค ประจำกรุงเทพมหานคร 17.นายธเนศ กิตติธเนศวร ตัวแทนพรรคประจำ จ.นครนายก

สำหรับภารกิจบนบ่าของ “จุลพันธ์” และ กก.บห.ชุดใหม่ นับจากนี้คือการเดินหน้าแคมเปญ ยกเครื่องเพื่อไทย ยกเครื่องประเทศไทย เพื่อเตรียมพร้อมทั้งบุคลากร ผู้สมัคร ส.ส. และนโยบายพรรค เพื่อร่วมสู้ศึกเลือกตั้งครั้งต่อไป พร้อมกับบริหารจัดการแก้ปัญหาภายในพรรค โดยต้องเชื่อมการทำงานและแนวคิดของคนรุ่นใหม่กับคนรุ่นเก่าให้เดินหน้าขับเคลื่อนพรรคไปพร้อมกันให้ได้ รวมทั้งต้องแก้ปัญหาผู้มีบารมีภายในพรรค แทรกแซง ล้วงลูกแกนนำพรรคในการบริหารพื้นที่่และคัดสรรผู้สมัคร ส.ส. ไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำรอย “สมพงษ์ อมรวิวัฒน์” ส.ส.บัญชีรายชื่อ และอดีตหัวหน้าพรรค พท. ที่ประกาศลาออกจากสมาชิกพรรครายล่าสุด

แม้ กก.บห.ชุดใหม่ จะไร้คนในตระกูลชินวัตรมาร่วมเป็นหนึ่งในทีมบริหารพรรคตามกฎหมาย แต่ยังมีบทบาทของ “แพทองธาร ชินวัตร” อดีตหัวหน้าพรรค พท. ที่ยังนั่งเป็น หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ทำหน้าที่ดูแลขวัญกำลังใจของสมาชิกและ ส.ส.ของพรรค ซึ่งจะต้องวางบทบาทและภารกิจไม่ให้ซ้ำซ้อนและล้ำเส้น จนส่งผลให้หัวหน้าพรรคและ กก.บห.ชุดใหม่ เสียการนำในการบริหารพรรค โดยต้องนำปัญหาเกิดที่เกิดขึ้นภายในพรรคมาถอดบทเรียน เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำรอยในอดีต

โดยเป้าหมายของทีม กก.บห.ชุดใหม่ของพรรค พท. ตามที่ “จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์” ประกาศไว้นั่นคือ เตรียมความพร้อมในการคัดสรรผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ให้ครบทั้ง 400 เขต ในการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นตามเอ็มโอเอระหว่างพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กับพรรคประชาชน (ปชน.) ตามไทม์ไลน์ที่จะมีการยุบสภาในช่วง 4 เดือน เพื่อให้มีการจัดการเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 29 มีนาคม 2569

มิชชั่นสูงสุดของพรรค พท.และทีม กก.บห.ชุดใหม่ ภายใต้การนำของ “จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์” คือ นำพรรค พท.ชนะการเลือกตั้ง ส.ส. ได้เสียงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 200 เสียง เพื่อกุมความชอบธรรมต่อการเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลอีกครั้ง โดยพรรค พท.ต้องมาพิจารณาตัวเอง เพื่อที่จะมาปรับเปลี่ยน และยกเครื่อง ดูตั้งแต่เรื่องผู้สมัคร เรื่องกลไกในการสื่อสารกับประชาชน จัดทำนโยบายด้วยกลไกที่มีอยู่ว่าจะสร้างความไว้วางใจให้กับประชาชนได้อีกครั้งได้หรือไม่ ซึ่งจะพิสูจน์ผ่านผลการเลือกตั้งในครั้งหน้า