ปิดหน้าออนไลน์ : การตัดสินใจของนายกฯอนุทิน

13.11.25 | 17:33 น.

คอลัมน์ ปิดหน้าออนไลน์ การตัดสินใจของนายกฯอนุทิน
ร้อนระอุขึ้นมาอีกจนได้ สำหรับสถานการณ์ไทย-กัมพูชา ที่ก่อนนี้มีทีท่าเบาลง ด้วยการลงนามสัญญาสันติภาพ 4 ข้อ

เมื่อเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ทหารชุดลาดตระเวนเหยียบกับระเบิดที่ช่องตามาเรีย จ.ศรีสะเกษ

นับเป็นทหารรายที่ 7 ที่ต้องสูญเสียขา

ซึ่งปฏิกิริยาฝั่งไทย ก็พัดกระพือความโกรธแค้นขึ้นมาอย่างรวดเร็ว พร้อมตั้งคำถามว่าจะปล่อยให้เป็นเช่นนี้อีกนานเท่าใด

ในขณะที่การแสดงออกของรัฐบาล ก็เริ่มต้นตั้งแต่การยื่นหนังสือประท้วง และท่าทีของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย ที่ประกาศกลางภูมะเขือว่า

Advertisement

สันติภาพจบลงแล้ว!!

ตามมาด้วยการแสดงจุดยืนระหว่างการเปิดหลักสูตรวปอ.68 ที่รับรู้กันว่าเป็นแหล่งเรียนรวมดาราระดับซูเปอร์คอนเน็กชั่น

ประกาศกร้าว เมื่อกัมพูชาไม่ปฏิบัติตามข้อตกลง ก็ต้องร้องเพลง My way

ย้ำอีกว่า ประเทศไทยต้องยึดประโยชน์และความปลอดภัยของประชาชนคนไทยเท่านั้น การเจรจาค้าภาษีเป็นอย่างไร ไม่สนแล้ว หากขายประเทศนี้ไม่ได้ไปหาประเทศอื่น ภาคเอกชนต้องช่วยกัน จะเอาชีวิตไปฝากไว้กับประเทศเดียวได้อย่างไร ใช้ภาษีมากดดันเราก็ไม่เป็นไร

หากภาษีสูงมากจนถึง 100% ท้ายที่สุดผู้เดือดร้อนก็คือผู้ซื้อ เราเป็นผู้ผลิตเราก็ต้องมาหันมาซื้อของในบ้านเราให้ได้มากที่สุด ซึ่งเราต้องอยู่ให้ได้ในยุคที่สร้างศักยภาพให้กับตนเอง

เท่ากับว่าเป็นการส่งสัญญาณว่า ที่ไทยไปลงสัญญาสันติภาพกับกัมพูชา เหตุผลหนึ่งก็คือการกดดันเรื่องภาษีทรัมป์จากสหรัฐ นั่นเอง!!

เมื่อจำเป็นต้องยกเลิกสัญญา ก็ต้องเตรียมใจพร้อมรับผลกระทบด้านภาษีการค้าอย่างแน่นอน

แต่ก็เอาเถอะ ถ้าผู้มีอำนาจหน้าที่อย่างนายกฯ ตัดสินใจแล้วว่าจะนำประเทศไทยไปในทิศทางใด ก็ต้องยอมรับ

ส่วนจะไปถึงขั้นประกาศเป็นสงครามเต็มรูปแบบ การใช้มาตรการทางการทูต หรือแม้แต่จะหาทางพยายามเจรจาเพื่อให้ได้สันติภาพกลับมา

เพียงแต่ไม่ว่าจะไปทางไหน ก็รบกวนช่วยเตรียมความพร้อมให้คนในชาติก่อน

ไม่ว่าจะเป็นประชาชนชายแดน ในเรื่องการอพยพ สถานที่หลบภัย การเยียวยาบ้านเรือนทรัพย์สิน เรือกสวนไร่นาต่างๆ

พ่อค้าแม่ขาย ที่ประกอบกิจการค้าชายแดน รวมทั้งผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ที่ส่งสินค้าไปสหรัฐ ที่ถือเป็นตลาดส่งออกสูงสุด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องหาตลาดใหม่ เยียวยาด้านภาษี หรือช่วยเหลือให้มีศักยภาพแข่งขันทางการค้า

สุดท้ายแล้วก็คือเหล่าเจ้าหน้าที่ทหารในแนวหน้า ไหนๆจะรบแล้วก็อย่าให้ต้องไปขอเสื้อเกราะ หลุมบังเกอร์ จากมูลนิธิไหนอีก ก็อนุมัติเงินงบประมาณไปให้ชัดเจน
 
จะได้ไม่เป็นที่ครหาว่ารักชาติ รักทหาร แค่ลมปาก!!

เมื่อเตรียมการพร้อมสรรพ คิดดีแล้วว่าอะไรได้ อะไรเสีย คุ้มหรือไม่คุ้ม รวมทั้งอนาคตของประเทศจะเป็นยังไงต่อไป

ก็ตัดสินใจไปเลยท่านนายกฯอนุทิน

ผลงานอันเป็นที่ประจักษ์ที่เกิดจากการตัดสินใจของท่าน ก็จะถูกจารึกไปตราบนานเท่านาน!!!

….
รุก กลางกระดาน