เปิดสาระสำคัญ “ร่างแก้ไขรธน.” ฉบับส่งรัฐสภาโหวต วาระ2

11.12.25 | 11:05 น.

หมายเหตุ – สาระสำคัญของร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่…) พุทธศักราช … ส่วนหนึ่ง ที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญ พิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ พิจารณาแล้วเสร็จ และส่งให้ที่ประชุมรัฐสภาพิจารณาให้ความเห็นชอบในวาระ 2 ระหว่างวันที่ 10-11 ธันวาคม ที่อาคารรัฐสภา

ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่…) พุทธศักราช …

มาตรา 1 รัฐธรรมนูญนี้เรียกว่า รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่…) พุทธศักราช …Ž
มาตรา 2 รัฐธรรมนูญนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา 4 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นหมวด 15/1 การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ มาตรา 256/1 ถึงมาตรา 259/339 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

หมวด 15/1 การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

มาตรา 256/1 ก่อนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ให้จัดให้มีการออกเสียงประชามติตามกฎหมายว่าด้วยการออกเสียงประชามติว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ ถ้าผลการออกเสียงประชามติเห็นชอบด้วยกับการมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ให้จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ตามหมวดนี้ต่อไป การจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ให้มี

Advertisement

(1) คณะกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ ประกอบด้วย กรรมาธิการจำนวนสามสิบห้าคน ซึ่งรัฐสภาคัดเลือกจากบัญชีรายชื่อบุคคลที่สมควรได้รับการคัดเลือกตามมาตรา 256/5

(2) คณะกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นและส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการร่างรัฐธรรมนูญ ประกอบด้วย กรรมาธิการจำนวนหนึ่งร้อยสามสิบห้าคน ซึ่งมาจากการเลือกตั้งของผู้มีสิทธิเลือกตั้งซึ่งรัฐสภาคัดเลือกจากบัญชีรายชื่อบุคคลที่สมควรได้รับการคัดเลือกตามมาตรา 256/9/1

มาตรา 256/2 ผู้ใดประสงค์จะสมัครรับการคัดเลือกเป็นกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญตามมาตรา 256/1 (1) ให้ยื่นใบสมัครพร้อมด้วยหลักฐาน ซึ่งรวมถึงวิสัยทัศน์และรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยคนที่ให้การสนับสนุนตนเป็นผู้สมัคร ต่อสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ภายในกำหนดวัน เวลา และสถานที่ที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกำหนด โดยวันรับสมัครต้องเป็นวันเดียวกันทั่วราชอาณาจักร และภายในหกสิบวันนับแต่ที่มีเหตุ ตามมาตรา 256/1 วรรคหนึ่ง มาตรา 256/37 (2) และมาตรา 256/39

เมื่อสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งตรวจคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้สมัคร ตามวรรคหนึ่งและเห็นว่าถูกต้องแล้ว ให้จัดทำบัญชีรายชื่อผู้สมัครรับการคัดเลือกเป็นกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ โดยให้เรียงรายชื่อของผู้สมัครตามลำดับอักษร และส่งบัญชีรายชื่อพร้อมด้วยหลักฐานของผู้สมัครไปยังประธานรัฐสภาภายในสามสิบวันนับแต่วันสิ้นสุดการรับสมัคร เพื่อดำเนินการต่อไปตามมาตรา 256/5

เมื่อประธานรัฐสภาได้รับบัญชีรายชื่อผู้สมัครตามวรรคสองแล้ว ให้จัดให้มีการเผยแพร่บัญชีรายชื่อผู้สมัคร ผู้สนับสนุนผู้สมัคร รวมทั้งวิสัยทัศน์ของผู้สมัครต่อประชาชน โดยต้องมีวิธีการและระยะเวลาที่ประชาชนจะเข้ามามีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็นต่อผู้สมัครในบัญชีรายชื่อเป็นรายบุคคลได้ และให้เผยแพร่ความคิดเห็นดังกล่าวต่อประชาชนด้วย ทั้งนี้ การเผยแพร่บัญชีรายชื่อผู้สมัคร ผู้สนับสนุนผู้สมัคร วิสัยทัศน์ของผู้สมัคร ความคิดเห็นของประชาชนต่อผู้สมัคร รวมทั้งวิธีการและระยะเวลาแสดงความคิดเห็น ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่ประธานรัฐสภากำหนด

แบบใบสมัคร แบบใบสนับสนุนชื่อผู้สมัคร หลักฐานประกอบการยื่นใบสมัคร และการยื่นใบสมัครตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกำหนด โดยแบบใบสมัครอย่างน้อยต้องมีรายการเกี่ยวกับการแสดงวิสัยทัศน์ในการร่างรัฐธรรมนูญของผู้สมัครด้วย

มาตรา 256/3 บุคคลผู้มีคุณสมบัติดังต่อไปนี้ เป็นผู้มีสิทธิสมัครรับการคัดเลือกเป็นกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ

(1) มีสัญชาติไทยโดยการเกิด
(2) มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบห้าปีนับถึงวันสมัคร
(2/1) สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีหรือเทียบเท่า
(3) มีคุณสมบัติอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ด้วย
(ก) เป็นหรือเคยเป็นผู้สอนวิชาในสาขานิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ สังคมศาสตร์ วิทยาศาสตร์ หรือวิชาที่เกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดิน ในสถาบันอุดมศึกษา เป็นเวลาไม่น้อยกว่าห้าปี หรือเป็นหรือเคยเป็นผู้วิจัยที่มีรายชื่อในโครงการวิจัยของหน่วยงานในระบบวิจัยและนวัตกรรม และมีผลงานเป็นที่ประจักษ์
(ข) เคยรับราชการในตำแหน่งไม่ต่ำกว่าผู้พิพากษาศาลชั้นต้น หรือเทียบเท่า ซึ่งได้รับเงินเดือนในชั้น 3 มาแล้วไม่น้อยกว่าสามปี
(ข/1) เคยรับราชการในตำแหน่งไม่ต่ำกว่าตุลาการในศาลปกครองชั้นต้นมาแล้วไม่น้อยกว่าสามปี
(ค) เคยรับราชการไม่น้อยกว่าสามปีในตำแหน่งไม่ต่ำกว่าอัยการประจำกองหรือเทียบเท่า
(ค/1) เคยรับราชการเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐในกระบวนการยุติธรรมนอกจาก (ข) (ข/1) และ (ค) ไม่น้อยกว่าห้าปี
(ง) เคยรับราชการไม่น้อยกว่าสามปีในตำแหน่งไม่ต่ำกว่าข้าราชการพลเรือน ระดับ 8 หรือข้าราชการพลเรือนประเภทวิชาการ ระดับชำนาญการพิเศษ หรือปฏิบัติงานหรือเคยปฏิบัติงานไม่น้อยกว่าสามปีในตำแหน่งที่เทียบเท่า ในหน่วยงานของรัฐ องค์การมหาชน หรือรัฐวิสาหกิจที่ตั้งขึ้นโดยพระราชบัญญัติหรือพระราชกฤษฎีกา
(จ) เคยดำรงตำแหน่งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา รัฐมนตรี ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ นายกองค์การบริหาร

ส่วนจังหวัด นายกเทศมนตรีเทศบาลนคร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หรือนายกเมืองพัทยา และพ้นจากตำแหน่งดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปีก่อนวันสมัคร

(ฉ) เป็นผู้ทำงานหรือเคยทำงานในภาคประชาสังคมมาแล้วเป็นเวลาไม่น้อยกว่าห้าปี
(ช) เป็นผู้ประกอบวิชาชีพที่มีกฎหมายรับรองการประกอบวิชาชีพมาแล้วเป็นเวลาไม่น้อยกว่าห้าปี
(ซ) เป็นหรือเคยเป็นผู้บริหารระดับสูงของบริษัทมหาชนจำกัดมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปี

การพิจารณาคุณสมบัติของผู้สมัครตาม (3) (ก) (ฉ) (ช) และ (ซ) ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกำหนด

มาตรา 256/4 บุคคลผู้มีลักษณะดังต่อไปนี้ เป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับการคัดเลือกเป็นกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ

(1) ติดยาเสพติดให้โทษ
(2) เป็นภิกษุ สามเณร นักพรต หรือนักบวช
(2/1) อยู่ในระหว่างถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งไม่ว่าคดีนั้นจะถึงที่สุดแล้วหรือไม่
(2/2) อยู่ระหว่างถูกระงับการใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นการชั่วคราวหรือถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง
(3) วิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ
(4) ต้องคำพิพากษาให้จำคุกและถูกคุมขังอยู่โดยหมายของศาล
(5) เคยถูกสั่งให้พ้นจากราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจเพราะทุจริตต่อหน้าที่หรือถือว่ากระทำการทุจริตหรือประพฤติมิชอบในวงราชการ
(6) เคยต้องคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอันถึงที่สุดให้ทรัพย์สินตกเป็นของ
แผ่นดินเพราะร่ำรวยผิดปกติ หรือเคยต้องคำพิพากษาอันถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุกเพราะกระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต
(7) เคยต้องคำพิพากษาอันถึงที่สุดว่ากระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการหรือต่อตำแหน่งหน้าที่ ในการยุติธรรม หรือกระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ ความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน กฎหมายว่าด้วยยาเสพติดในความผิดฐานเป็นผู้ผลิต นำเข้า ส่งออก หรือผู้ค้า กฎหมายว่าด้วยการพนันในความผิดฐานเป็นเจ้ามือหรือเจ้าสำนัก กฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ หรือกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินในความผิดฐานฟอกเงิน
(8) เคยต้องคำพิพากษาอันถึงที่สุดว่ากระทำการอันเป็นการทุจริตในการเลือกตั้ง
(9) เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา รัฐมนตรี ข้าราชการการเมืองอื่น หรือสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น
(10) เป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ หรือผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ
(11) เป็นผู้สมัครรับการคัดเลือกเป็นกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นและส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการร่างรัฐธรรมนูญ
(12) เป็นข้าราชการซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำ
(13) เป็นพนักงาน ลูกจ้าง หรือผู้ปฏิบัติงานอื่นในหน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือราชการส่วนท้องถิ่นเพื่อประโยชน์แห่งการขจัดส่วนได้เสีย ห้ามมิให้กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญดำรงตำแหน่งทางการเมืองภายในสองปีนับแต่วันที่พ้นจากตำแหน่ง

มาตรา 256/5 เมื่อประธานรัฐสภาได้รับบัญชีรายชื่อผู้สมัครพร้อมด้วยหลักฐาน ตามมาตรา 256/2 แล้ว ให้รัฐสภาดำเนินการคัดเลือกกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญให้แล้วเสร็จภายในหกสิบวัน ตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้

(1) ให้นำจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภาหารด้วยสามสิบห้า ซึ่งเป็นจำนวนกรรมาธิการทั้งหมดของคณะกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญสามสิบห้าคน ผลลัพธ์ที่ได้ให้ถือเป็นจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือสมาชิกวุฒิสภา หรือสมาชิกทั้งสองสภารวมกัน ที่ต้องเข้ารวมกันเป็นกลุ่มเพื่อเสนอชื่อบุคคลที่สมควรได้รับการคัดเลือกเป็นกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ ในกรณีที่ผลลัพธ์นั้นมีเศษเหลือเท่าใด ให้ปัดขึ้นเป็นจำนวนเต็ม โดยสมาชิกคนหนึ่งจะเข้ารวมเป็นกลุ่มดังกล่าวได้เพียงกลุ่มเดียว

(3) ให้กลุ่มสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือสมาชิกวุฒิสภา หรือสมาชิกทั้งสองสภา รวมกันตาม (1) เสนอชื่อบุคคลที่สมควรได้รับการคัดเลือกเป็นกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญต่อประธานรัฐสภาจากบัญชีรายชื่อผู้สมัครตามมาตรา 256/2 ได้กลุ่มละหนึ่งคน ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ประธานรัฐสภาได้รับบัญชีรายชื่อผู้สมัคร ตามมาตรา 256/2 ตามวรรคหนึ่ง ในกรณีที่เสนอชื่อซ้ำกัน ให้กลุ่มสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือสมาชิกวุฒิสภา หรือสมาชิกทั้งสองสภารวมกัน ที่มิได้เสนอรายชื่อนั้นเป็นกลุ่มแรกดำเนินการเสนอรายชื่อใหม่ ต่อประธานรัฐสภา

(5) เมื่อครบกำหนดระยะเวลาตาม (3) แล้ว ให้ประธานรัฐสภารวบรวมรายชื่อบุคคลที่สมควรได้รับการคัดเลือกเป็นกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือสมาชิกวุฒิสภา หรือสมาชิกทั้งสองสภารวมกัน เข้าชื่อตาม (3) และแจ้งต่อที่ประชุมรัฐสภา เมื่อที่ประชุมรัฐสภาทราบแล้วให้ถือว่าบุคคลดังกล่าวได้รับการคัดเลือกโดยรัฐสภาให้เป็นกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ
(6) ในกรณีที่รายชื่อตาม (5) ไม่ครบจำนวนสามสิบห้าคน ให้ประธานรัฐสภาจัดให้มีการประชุมร่วมกันของรัฐสภา และให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือสมาชิกวุฒิสภา หรือสมาชิกทั้งสองสภารวมกันจำนวนไม่น้อยกว่าสิบคนเสนอชื่อบุคคลจากบัญชีรายชื่อผู้สมัครตามมาตรา 256/2 ไม่น้อยกว่าสองเท่าของจำนวนกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญที่ยังขาดอยู่ เพื่อให้ที่ประชุมรัฐสภาพิจารณาให้ความเห็นชอบจนครบจำนวนสามสิบห้าคน โดยให้ถือว่าบุคคลซึ่งได้รับคะแนนสูงสุด และมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา ได้รับคัดเลือกให้เป็นกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ เรียงลำดับจนครบตามจำนวนกรรมาธิการที่ยังขาดอยู่นั้น ในกรณีที่มีผู้ได้คะแนนสูงสุดเท่ากันอันเป็นเหตุให้จะมีจำนวนผู้ได้รับคะแนนสูงสุดเกินจำนวนดังกล่าว ให้ดำเนินการออกเสียงลงคะแนนใหม่เฉพาะผู้ได้รับคะแนนเท่ากันนั้น ถ้ายังมีคะแนนเท่ากันอีกให้ประธานรัฐสภาทำการจับสลากว่าผู้ใดเป็นผู้ได้รับเลือก

ในกรณีที่ครบกำหนดระยะเวลาหกสิบวันนับแต่วันที่ประธานรัฐสภาได้รับบัญชีรายชื่อผู้สมัครตามมาตรา 256/2 แล้ว แต่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือสมาชิกวุฒิสภา หรือสมาชิกทั้งสองสภารวมกัน ไม่อาจคัดเลือกกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญให้ครบจำนวนสามสิบห้าคนได้ ให้คณะกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญประกอบด้วยกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญเท่าที่ได้รับคัดเลือกตาม (5) และได้รับความเห็นชอบตาม (6)

หลักเกณฑ์และวิธีการการเข้ารวมกันเป็นกลุ่มและการเข้าชื่อเสนอชื่อบุคคลที่สมควรได้รับการคัดเลือกเป็นกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ ให้เป็นไปตามที่ประธานรัฐสภากำหนด

ให้ประธานรัฐสภาประกาศรายชื่อคณะกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญในราชกิจจานุเบกษา

มาตรา 256/8 บุคคลผู้มีคุณสมบัติดังต่อไปนี้ เป็นผู้มีสิทธิสมัครรับการคัดเลือกเป็นกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นและส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการร่างรัฐธรรมนูญ

(1) มีสัญชาติไทยโดยการเกิด
(2) มีอายุไม่ต่ำกว่าสิบแปดปีนับถึงวันสมัคร

มาตรา 256/26/1 ในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ให้นำบทบัญญัติในหมวด 1 บททั่วไป และหมวด 2 พระมหากษัตริย์ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาบัญญัติไว้โดยมิให้มีการแก้ไข

มาตรา 256/27 เมื่อคณะกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่แล้วเสร็จให้ดำเนินการดังต่อไปนี้ประธานคณะกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญเสนอร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ต่อประธานรัฐสภา และให้ประธานรัฐสภาจัดให้มีการประชุมร่วมกันของรัฐสภาเพื่ออภิปรายให้ความเห็นหรือข้อเสนอแนะ ต่อร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดยไม่มีการลงมติ ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ประธานรัฐสภาได้รับร่างรัฐธรรมนูญ

ให้รัฐสภาส่งร่างรัฐธรรมนูญดังกล่าวพร้อมความเห็นและข้อเสนอแนะของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาตามวรรคหนึ่ง คืนไปยังคณะกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณาแก้ไขเพิ่มเติมโดยรับฟังความคิดเห็นของคณะกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นและส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการร่างรัฐธรรมนูญประกอบการพิจารณา ให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับร่างรัฐธรรมนูญคืนแล้วเสนอให้รัฐสภาพิจารณาให้ความเห็นชอบ และในกรณีที่คณะกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญไม่อาจพิจารณา ให้แล้วเสร็จภายในกำหนดเวลาดังกล่าว ให้เสนอต่อประธานรัฐสภาเพื่อพิจารณาขยายระยะเวลาได้อีกหนึ่งครั้งแต่ต้องไม่เกินสามสิบวัน

การพิจารณาให้ความเห็นชอบของรัฐสภาตามวรรคสอง ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวัน นับแต่วันที่ได้รับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ได้แก้ไขเพิ่มเติมแล้วจากคณะกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ
มาตรา 256/29 ในกรณีที่รัฐสภาไม่ให้ความเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ให้ถือว่าร่างรัฐธรรมนูญนั้นเป็นอันตกไป

มาตรา 256/30 ในกรณีที่รัฐสภาให้ความเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ให้ประธานรัฐสภาส่งร่างรัฐธรรมนูญให้นายกรัฐมนตรีและคณะกรรมการการเลือกตั้งภายในเจ็ดวัน เพื่อดำเนินการจัดให้มีการออกเสียงประชามติว่าจะเห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ ตามกฎหมายว่าด้วยการออกเสียงประชามติ เท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญนี้ ให้คณะกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญจัดทำคำอธิบายสาระสำคัญของร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยสรุปในลักษณะที่ประชาชนจะสามารถเข้าใจเนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญได้โดยสะดวก ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งมีหน้าที่ในการดำเนินการจัดให้มีการออกเสียงประชามติและประกาศผลการออกเสียงประชามติ

ให้รัฐสภา คณะรัฐมนตรี คณะกรรมการการเลือกตั้ง และหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง จัดพิมพ์ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่และคำอธิบายสาระสำคัญของร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ตามวรรคสองเพื่อเผยแพร่ด้วยวิธีการใดๆ ให้ประชาชนทราบได้โดยสะดวกและเป็นการทั่วไป โดยคุ้มครองเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและเสรีภาพในการแสดงออกของประชาชน

มาตรา 256/31 ในกรณีที่ผลการออกเสียงประชามติเห็นชอบด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ให้ประธานรัฐสภานำร่างรัฐธรรมนูญขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายและให้นำความในมาตรา 81 วรรคสอง มาใช้บังคับ โดยอนุโลม โดยให้ประธานรัฐสภาลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ

มาตรา 256/32 ในกรณีที่ผลการออกเสียงประชามติไม่เห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ให้ร่างรัฐธรรมนูญนั้นเป็นอันตกไป

มาตรา 256/39 ในกรณีร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่จัดทำขึ้นตามหมวดนี้ ตกไป

คณะรัฐมนตรีหรือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร หรือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา มีสิทธิเสนอญัตติต่อรัฐสภา เพื่อให้ที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภามีมติให้มีการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ตามหมวดนี้อีกได้

การออกเสียงลงคะแนนตามวรรคหนึ่ง ให้ใช้วิธีเรียกชื่อและลงคะแนนโดยเปิดเผย โดยมติเห็นชอบของรัฐสภาตามวรรคหนึ่ง จะต้องได้เสียงเกินกึ่งหนึ่งของสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา

เมื่อที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภามีมติอย่างใดอย่างหนึ่งตามวรรคหนึ่งแล้ว จะห้ามมิให้มีการเสนอญัตติตามวรรคหนึ่งอีก เว้นแต่จะมีการเลือกตั้งทั่วไปครั้งใหม่

มาตรา 8 ในวาระเริ่มแรก ให้การออกเสียงประชามติว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ ที่ได้ดำเนินการไปแล้วในวันก่อนวันที่รัฐธรรมนูญนี้ใช้บังคับ เป็นการออกเสียงประชามติตามมาตรา 256/1 วรรคหนึ่ง ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยรัฐธรรมนูญนี้ จนกว่ารัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับใหม่จะมีผลใช้บังคับหรือมีการออกเสียงประชามติตามกฎหมายว่าด้วยการออกเสียงประชามติครั้งใหม่ที่มีผลเป็นอย่างอื่น

ในกรณีตามวรรคหนึ่ง ให้ระยะเวลาตามมาตรา 256/2 วรรคหนึ่ง และมาตรา 256/7 วรรคหนึ่งเริ่มนับตั้งแต่วันที่รัฐธรรมนูญนี้ใช้บังคับ