‘รักชนก ศรีนอก’ ฟีเวอร์ที่แตกต่าง

25.01.26 | 11:38 น.
‘รักชนก ศรีนอก’ ฟีเวอร์ที่แตกต่าง

ทั้งๆ ที่โจทย์ของ “พรรคประชาชน” ต่อผลการเลือกตั้งยากกว่าครั้ง “พรรคอนาคตใหม่” และ “พรรคก้าวไกล” มาก ด้วยต้องทำงานหนักในเงื่อนไขที่แทบเป็นไปไม่ได้เลยที่จะบรรลุเป้าหมาย ได้เป็น “แกนนำจัดตั้งรัฐบาล”

เพราะหากไม่ใช่ได้ ส.ส.มามากกว่า 250 คน หรือจำนวนที่ทำให้พรรคการเมืองอื่นเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลที่มีเสถียรภาพได้ ชัดๆ คือ 200 เสียงขึ้นไป

พร้อมทั้งไม่ถูกทำลายจากวิธีการ “นิติสงคราม” ที่ทุกวันนี้อำนาจพิลึกเช่นนั้นกลายเป็นการยอมรับอย่างเป็นปกติของผู้คนในประเทศไปแล้ว

แต่ทั้งที่ยากมากมายเช่นนั้น แต่สำหรับคนจาก “พรรคประชาชน” ล้วนพร้อมใจกันเชื่อมั่นเต็มร้อยว่า “โอกาสนั้นมาถึงแล้ว”

หากดูจากโพลสำนักที่มีมาตรฐานที่พอรับว่าเป็นมืออาชีพ เพราะทำมาต่อเนื่อง มีระบบรองรับ ความเชื่อนั้นมีน้ำหนักอยู่ไม่น้อย เพราะ “กระแสนิยม” ต่อทั้ง “พรรคประชาชน” และต่อ “หัวหน้าพรรค-ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” นำ และทิ้งห่างพรรคอื่นมากขึ้น เมื่อเป็นการสำรวจใกล้วันเลือกตั้งมากขึ้นเรื่อยๆ

Advertisement

ทว่าที่แปลกประหลาดมากคือ นักวิชาการผู้บริหารสถาบันโพล และบรรดาผู้สถาปนาตัวเองเป็นกูรูการเมือง กลับร่วมกัน “ทุบโต๊ะ” ไปในทางเดียวกันคือพรรคที่จะได้รับเลือกมากที่สุดเป็น “พรรคภูมิใจไทย”

ท่ามกลางตัวเลขจาก 3 สถาบันหลักทางเศรษฐกิจของประเทศ ภาคอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาหอการค้าไทย และสมาคมธนาคารไทย ที่ออกมาเปิดเผยว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะมีการซื้อสิทธิของประชาชนเสียงละถึง 3,000-7,500 บาทตามความเข้มข้นของการแข่งขัน

เหมือนกับว่า แม้ผลโพลจะชัดเจนถึงกระแสความนิยมแค่ไหน แต่ผู้ที่เชื่อมั่นว่าเชี่ยวชาญการวิเคราะห์ผลการเลือกตั้งกลับเชื่อว่า การตัดสินใจเลือกของประชาชนส่วนใหญ่จะยังขึ้นกับผลประโยชน์ตอบแทนเฉพาะหน้ามากกว่า

ทิศทางความเชื่อของสังคม และสื่อใหญ่หลายสำนักเป็นไปในแนวโน้มกระทั่ง เชื่อในทรรศนะของมนุษย์แบบ ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ที่วิเคราะห์เหมือนละเมอไปเรื่อยด้วยทรรศนะประหลาด ไปอย่างหน้าตาเฉย

มีความพยายามเปรียบเทียบว่า “เท้ง-ณัฐพงษ์” ยังสร้าง “ฟีเวอร์” ไม่ได้เหมือนที่ “เอก-ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” และ “ทิม-พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” ทำได้ในการเลือกตั้ง 2 ครั้งก่อนหน้านั้น

และตอกย้ำว่า การหาเสียงที่เข้าสู่โค้งสุดท้ายจะมีต้อง “ฟีเวอร์” เข้ามาส่งกระแส “พรรคประชาชน” ขึ้นสู่ลมบนไม่ต้องหวั่นไหวต้องวูบไปวูบมาของมรสุมใด และต่างรอกันว่า “ฟีเวอร์” นั้นจะเป็นอะไร

และแล้วดูเหมือนว่าการเฝ้ารอนั้น จะไม่ใช่การ “รอเก้อ” แล้ว

ชั่วโมงนี้ “ไอซ์-รักชนก ศรีนอก” อาศัยความหวาดกลัวของรัฐราชการที่จะถูกรื้อเครือข่ายการแสวงหาผลประโยชน์ในสำนักงานประกันสังคมที่เป็นกองทุนสวัสดิการของประชาชนผู้เป็นลูกจ้าง พนักงาน และทำอาชีพอิสระ กระทั่งวางแผนอาศัยความอลหม่านในช่วงเลือกตั้งทั่วไป เข้ารื้อเพื่อเปลี่ยนแปลงการได้มาซึ่งคณะตัวแทนลูกจ้างในกรรมการ 3 ฝ่าย เพื่อลดพลังต่อรองของตัวแทนฝ่ายพนักงาน

“ไอซ์-รักชนก” ปลุกเรื่องนี้มาเป็นกระแสได้ครึกโครม ได้รับการขานรับระดับ “ฟีเวอร์”

เป็น “ฟีเวอร์” ในรูปแบบที่ต่างไปจาก รักและศรัทธาต่อตัวผู้นำเหมือนที่เคยเกิดขึ้นกับ “เอก” และ “ทิม”

ทว่าความชื่นชมในผลงานของ “ไอซ์” กำลังพิสูจน์ให้เห็นพลังของ “ฟีเวอร์” แบบใหม่ ที่ร้อนแรง และก่อความเชื่อมั่นว่าจะส่งผลสูงยิ่งต่อการเลือกตั้ง