ไอ้โม่งกักตุนน้ำมัน – หลังจากมีข้อสงสัยเรื่องการกักตุนน้ำมันในช่วงก่อนสงกรานต์จนทำให้ปั๊มขึ้นป้ายน้ำมันหมดกันทั่วประเทศ
รัฐบาลได้ดำเนินการ 2 ด้าน คือ หนึ่ง เติมความเชื่อมั่นด้วยการนำน้ำมันเข้าไปในระบบในกลวิธีต่างๆ และสอง ตรวจสอบการกักตุนน้ำมัน
เบื้องต้นมีการตรวจพบว่าในห้วงเวลาดังกล่าวมีน้ำมันหายไป 57 ล้านลิตร
ต่อมาคดีความเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้ส่งต่อไปสู่กระทรวงยุติธรรม
เมื่อวันที่ 16 เมษายน พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรียุติธรรม พร้อมด้วย นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีพลังงาน พร้อมคณะจัดแถลงความคืบหน้า
ตอนหนึ่ง พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงความผิดปกติ
วันที่ 21-25 มีนาคม พบความผิดปกติ 3 ส่วน
1.คลังน้ำมันผู้ประกอบการน้ำมัน มาตรา 7 (ผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่) 3 แห่ง, มาตรา 10 (จ๊อบเบอร์) 2 แห่ง มีปริมาณน้ำมันจำนวนมาก แต่ไม่ได้จ่ายออกไป หรือจ่ายน้อยกว่าค่าเฉลี่ยที่เคยทำ
2.การขนส่งน้ำมันจากโรงกลั่นทางเรือมีความล่าช้ากว่าปกติ หลายลำมีพฤติการณ์ไปจอดลอยลำเพื่อรอเวลาให้ราคาน้ำมันขึ้นก่อนส่งให้คลัง
เป็นปริมาณน้ำมัน 7.9 ล้านลิตร
3.การขนส่งน้ำมันทางบก จากคลังไปปั๊มน้ำมัน ไม่ระบุจุดหมายปลายทาง 662 เที่ยว น้ำมันปริมาณ 2,137,900 ลิตร
และพบว่า มีการลักลอบส่งไม่ตรงเป้าหมายปลายทางที่กำหนด ออกนอกเส้นทาง หรือปิด GPS 15 เที่ยว น้ำมันปริมาณ 148,000 ลิตร ส่งผลให้น้ำมันหน้าปั๊มขาดแคลน
ค่าเฉลี่ยของการจ่ายน้ำมันของคลังน้ำมัน เฉลี่ยวันละ 2 ล้านลิตร
ระหว่างวันที่ 21-24 มีนาคม มีการจ่ายน้ำมันปริมาณต่ำกว่าค่าเฉลี่ย
แต่พอวันที่ 25 มีนาคม ได้จ่ายน้ำมันปริมาณสูงกว่าค่าเฉลี่ย เนื่องจากวันที่ 26 มีนาคม ประกาศปรับราคาน้ำมันขึ้นลิตรละ 6 บาท
ตั้งเป็นข้อสังเกตไว้สืบและสอบต่อไป
ต้องสอบปากคำ 64 ราย ตรวจสอบสถานที่และเอกสารเพิ่มเติม
สำหรับความผิดปกติในห้วงเวลาเดียวกันในจังหวัดต่างๆ
พบว่า จ.ตาก มีการลักลอบส่งออกน้ำมัน 40,000 ลิตร ไปนอกประเทศ จ.นครสวรรค์ ลักลอบกักตุนและขนถ่ายไม่เป็นไปตามปลายทางในใบกำกับขนส่ง
ขณะที่ พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผู้บัญชาการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
ให้ข้อมูลเพิ่มเติม
บอกว่า หลังรวบรวมพยานหลักฐาน โรงกลั่น 6 โรง คลังน้ำมัน 92 แห่ง และนำข้อมูลรถขนน้ำมัน 11,067 คัน ซึ่งติดตั้ง GPS, บริษัทจ๊อบเบอร์ 245 แห่ง ปั๊มน้ำมัน 24,556 แห่ง, ปั๊มน้ำมัน ปิดบริการ 187 แห่ง มาตรวจสอบ
เกิดข้อสมมุติฐาน 3 ข้อ
1.รถขนส่งน้ำมันที่รับจากคลังน้ำมัน แต่ไม่ไปที่ปั๊ม
2.คลังน้ำมันรายงานเท็จว่าไม่มีการรับน้ำมันในห้วงเดือนมีนาคม ทั้งๆ ที่รถขนน้ำมันของตนเองยังวิ่งไปรับที่คลังน้ำมัน แล้วนำมาเก็บไว้ที่คลังตามปกติ
3.ประวิงเวลาการจ่ายน้ำมัน ช่วงวันที่ 20-25 มีนาคม พบว่ายังมีน้ำมันอยู่ในคลัง
การตรวจสอบพบว่า มีการใช้ไฟฟ้าของคลังน้ำมันผิดปกติ ก่อนที่จะมีการประกาศขึ้นราคาน้ำมัน นำไปสู่การตรวจสอบคลังน้ำมัน 4 จุด เมื่อวันที่ 8 เมษายน ที่ จ.ขอนแก่น จ.ระยอง จ.สมุทรสาคร และ จ.ปทุมธานี
พบความผิดปกติ 3 แห่ง
ได้แก่ 1.รับน้ำมันจากคลังแล้วไม่เข้าปั๊ม พบว่าเป็นจ๊อบเบอร์และมีสถานีบริการน้ำมันของตัวเองที่ จ.ขอนแก่น
2.ตรวจคลังน้ำมันและเป็นผู้ค้าน้ำมัน ใน อ.นิคมพัฒนา จ.ระยอง พบว่ามีการจำหน่ายน้ำมัน (เตา) โดยไม่ได้รับอนุญาต และมีถังเก็บเกิน 2 แสนลิตร
3.ตรวจสอบคลังน้ำมันที่เป็นจ๊อบเบอร์ ใน จ.สมุทรสาคร พบว่า มีถังเก็บน้ำมันดีเซล 4 หมื่นลิตร พร้อมหัวจ่าย ให้ลูกค้ามาเติม มีการเก็บเงินค่าน้ำมันโดยไม่ได้รับอนุญาต
พบว่า การขอใช้ถังเก็บก๊าซธรรมชาติเหลว มาเก็บน้ำมันดีเซล ในห้วงวิกฤต
นอกจากนี้ ยังมีการถ่ายเทน้ำมันโดยตรงกับรถขนน้ำมัน โดยไม่เก็บในถังน้ำมัน ขณะนี้พลังงานจังหวัดสมุทรสาครแจ้งข้อกล่าวหาเอาผิดแล้ว
และยังมีกรณีประวิงเวลาการจ่ายน้ำมัน ตรวจสอบบริษัทท่อส่งน้ำมันและเป็นคลังเก็บน้ำมัน จ.ปทุมธานี
พบว่า บริษัทท่อส่งปฏิบัติตามคำสั่งของผู้ค้า ซึ่งเป็นเจ้าของน้ำมันมี 6 บริษัท พบการใช้ไฟฟ้าผิดปกติในช่วงก่อนและหลังการประกาศราคาน้ำมันขึ้นวันที่ 26 มีนาคม
ขณะนี้ประสานกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ออกหนังสือแจ้งให้เจ้าของทั้ง 6 บริษัทมาชี้แจง
ผลการตรวจสอบกำลังคืบหน้า รายละเอียดกำลังรอคำชี้แจง
อีกไม่นานคงได้รู้ใครคือไอ้โม่งกักตุนน้ำมัน

