ปิดหน้าออนไลน์ | ย้อนมหากาพย์ ทุจริตระบบบำบัดน้ำเสียคลองด่าน ผลงานโบว์ดำ กรมควบคุมมลพิษ

20.05.26 | 12:06 น.

ปิดหน้าออนไลน์-ย้อนมหากาพย์ ทุจริตระบบบำบัดน้ำเสียคลองด่าน ผลงานโบว์ดำ กรมควบคุมมลพิษ

กลายเป็นหน่วยงานที่อยู่ในความสนใจของสังคมอย่างยิ่ง สำหรับกรมควบคุมมลพิษ เมื่อ กกร.ออกผลสำรวจเรื่องหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการทุจรจิตคอรัปชั่น

โดยมีกรมควบคุมมลพิษ ติดอยู่อันดับ 1 ของหน่วยงานที่เรียกสินบนสูงสุดต่อครั้ง ถึงระดับกว่า 1 แสนบาท

ร้อนแรงจนอธิบดี และรัฐมนตรีที่รับผิดชอบ ต้องออกมาตอบโต้ พร้อมเรียกดูข้อมูล ทุจริตจาก กกร.ภายใน 7 วัน

ประกาศว่ากรมควบคุมมลพิษ เป็นเพียงหน่วยงานด้านวิชาการไม่มีสิทธิออกใบอนุญาตให้ใคร ไม่มีผลประโยชน์ใดๆแน่นอน

Advertisement

แม้จะอ้อมแอ้มเรื่องฟ้องกลับเอกชน เพราะกระแสตีกลับรุนแรง แต่ก็สะท้อนถึงความไม่พอใจต่อผลสำรวจอย่างชัดเจน

ซึ่งที่จริงแล้วกรมควบคุมมลพิษ ก็มีชื่อเสียงอยู่พอสมควร และเมื่อย้อนกลับไปในอดีต ก็คงปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นต้นตอสำคัญของโครงการระดับมหากาพย์ อย่างบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่าน

ที่กลายเป็นตำนานบทหนึ่งของการเมืองไทย ในเรื่องของความโคตรโกง!!

มติชนออนไลน์ พาไปย้อนดูที่มาที่ไปของโครงการดังกล่าวว่าเป็นอย่างไร

บ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่าน หรือที่มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า “โครงการก่อสร้างระบบรวบรวมและบำบัดน้ำเสียในเขตควบคุมมลพิษพื้นที่ จ.สมุทรปราการ” เป็นโครงการที่มีกรมควบคุมมลพิษ(คพ.) เป็นเจ้าภาพเกิดขึ้นอย่างเป็นทางการเมื่อปี 2538

ในสมัยนั้น กรมควบคุมมลพิษ ยังอยู่สังกัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และตอนนั้น มีนายยิ่งพันธ์ มนะสิการ เป็นรัฐมนตรีว่าการ

จุดประสงค์ของโครงการก็คือ ต้องการให้มีการแก้ไขปัญหามลพิษของ จ.สมุทรปราการ โดยเฉพาะในด้านน้ำเสีย ตลอดจนฟื้นฟูคุณภาพน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่างอย่างเป็นรูปธรรมและรวดเร็ว หลังจากประกาศให้ จ.สมุทรปราการเป็นเขตควบคุมมลพิษ

เป้าประสงค์คือให้มีศักยภาพในการบำบัดน้ำเสีย รวม 525,000 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ต่อวัน มากที่สุดในทวีปเอเชียขณะนั้น

ต่อมาคณะมนตรี(ครม.) เห็นชอบและเริ่มโครงการเมื่อปี 2540 โดยมีการรวบรวมที่ดินจากชาวบ้านและที่ดินสาธารณะ เพื่อก่อสร้างโครงการกว่า 1,900 ไร่ มูลค่าโครงการสูงถึง 23,700 ล้านบาท

ต่อมาปี 2542 ภาคประชาชนในพื้นที่ได้เข้าร้องเรียนกับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)

เมื่อการตรวจสอบลึกลงไปพบว่ากลายเป็นโครงการที่ทุจริตกันอย่างมหึมา!!

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องทุจริตการจัดซื้อที่ดิน ที่มีนักการเมือง ผู้มีอิทธิพล กว้านซื้อที่สาธารณประโยชน์ ป่าชายเลน และยังใช้อำนาจหน้าที่ในทางมิชอบออกเอกสารสิทธิเพื่อนำไปขายต่อโครงการในราคาแพง

การเอื้อประโยชน์ของสัญญากับบริษัทเอกชน ที่แก้ไขรายละเอียดโครงการหลายต่อหลายครั้ง

ต่อมา ในปี 2546 นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งกำกับดูแล คพ. ขณะนั้น ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบโครงการก่อสร้างบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่านด้วย ก่อนจะพบความผิดปกติหลายประการ

โดยเฉพาะการที่ไม่มีผู้เชี่ยวชาญร่วมทำสัญญา จึงสั่งให้กิจการร่วมค้า NVPSKG ยุติการดำเนินโครงการ และระงับการจ่ายเงิน หลังดำเนินก่อสร้างไปแล้วกว่า 95% มีการจ่ายเงินไป 54 งวด จากทั้งหมด 58 งวด รวมเป็นเงินกว่า 2 หมื่นล้านบาท

ต่อมาป.ป.ช. ที่รับเรื่องดังกล่าวไว้่ใน 2 คำร้อง ได้ชี้มูลความผิดนักการเมือง 3 คน คือ นายยิ่งพันธ์ มนะสิการ นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ และนายวัฒนา อัศวเหม ในคดีแรกเมื่อปี 2550

ต่อมาปี 2551 ศาลฎีกาแผนคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีมติ 8 ต่อ 1 ชี้มูลความผิดนายวัฒนา มีโทษจำคุก 5-20 ปี ใช้อำนาจข่มขืนใจ หรือจูงใจเจ้าพนักงานฝ่ายปกครอง และเจ้าหน้าที่ของสำนักงานที่ดิน จ.สมุทรปราการ สาขาบางพลี ออกโฉนดที่ดิน โดยมิชอบด้วยกฎหมาย มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 148 ให้ลงโทษจำคุกจำเลย 10 ปี แต่นายวัฒนาหลบหนีจึงออกหมายจับ

ส่วนคดีที่ 2 ป.ป.ช.มีมติ เมื่อปี 2554 ชี้มูลความผิดนายวัฒนาและอดีตข้าราชการกรมควบคุมมลพิษ แต่ให้ยุติคดีกับนายยิ่งพันธ์เพราะเสียชีวิต ส่วนนายสุวัจน์คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของอัยการสูงสุด

ต่อมาปี 2554 คณะอนุญาโตตุลาการได้ตัดสินให้กรมควบคุมมลพิษจ่ายเงินที่ค้างและค่าเสียหาย พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี ให้กับกิจกรรมร่วมค้าเอ็นวีพีเอสเคจี (NVPSKG) รวมเป็นเงินกว่า 9,600 ล้านบาท และศาลปกครองสูงสุดได้มีความเห็นชอบให้จ่ายค่าเสียหายให้เอกชน

กระทั่งเดือน พฤศจิกายน 2558 คณะรัฐมนตรีได้มีมติให้จ่ายเสียหายและดอกเบี้ยตามคำสั่งศาล โดยแบ่งจ่ายเป็น 3 งวด โดยได้จ่ายเงินงวดแรกไปแล้วกว่า 40 เปอร์เซ็นต์ แต่ต่อมารัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมได้สั่งการให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ตรวจสอบข้อกฎหมาย เพราะมีคำพิพากษาศาลฎีกาที่ตัดสินว่าคดีนี้มาการทุจริต

ปี 2565 ในส่วนของคดีทางแพ่งและอนุญาโตตุลาการ ศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งชี้ขาดให้กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ต้องจ่ายเงินชดเชยค่าเสียหายจากการยกเลิกสัญญาให้แก่กลุ่มบริษัทเอกชนเป็นเงินกว่า 9 พันล้านบาท

ซึ่งในสมัย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯได้จ่ายเงินงวดแรกไปแล้วประมาณ 4 พันกว่าล้านบาท

ขณะเดียวกัน กรมควบคุมมลพิษ และ กระทรวงการคลังก็ได้ร้องขอให้ศาลปกครองพิจารณาคดีใหม่ โดยอ้างคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คำพิพากษาของศาลแขวงดุสิตและคำพิพากษาของศาลอาญาที่มีการตัดสินลงโทษอดีตข้าราชการที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตในโครงการ 23,000 ล้านบาท

ปัจจุบันปี 2569 คดี ทุจริตระบบบำบัดน้ำเสียคลองด่าน กรมควบคุมมลพิษ ยังไม่จบ มีการฟ้องร้อง ทั้งระหว่างบุคคล กับบุคคล และ บุคคลกับหน่วยงาน รวมไปถึงคดีระหว่าง กรมควบคุมมลพิษ กับ กลุ่มบริษัทร่วมค้า NVPSKG ก็ยังอยู่ในศาลเช่นกัน

นี่คือชื่อเสียงและผลงานของกรมควบคุมมลพิษที่สังคมรับทราบ ก่อนจะดังกระฉ่อน ด้วยผลสำรวจของกกร.ในเวลาต่อมา!!