หมายเหตุ – นักวิชาการให้ความเห็นควรตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญเพื่อศึกษาเรื่องสำคัญรัฐบาลหรือไม่ที่ประชุมสภาจะพิจารณาตั้ง กมธ.เพื่อศึกษา พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ.2569 หรือไม่ในวันที่ 4 มิถุนายน อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ มติที่ประชุมไม่เห็นด้วยกับการตั้ง กมธ.วิสามัญพิจารณาศึกษาโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งเพื่อพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้เชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน หรือโครงการแลนด์บริดจ์

นณริฏ พิศลยบุตร
นักวิชาการอาวุโส สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ)
ถือเป็นเรื่องที่เหมาะสม เนื่องจากเป็นกลไกของรัฐสภาที่ควรเข้ามาติดตามการใช้จ่ายงบประมาณ เห็นควรที่จะต้องติดตามอยู่แล้ว เพราะว่าอย่างหนึ่งก็คือเป็น พ.ร.ก.กู้เงิน เพราะฉะนั้นก็ไม่ได้ผ่านกระบวนการรัฐสภามาก่อน แต่ว่าท้ายที่สุดต้องดูว่าใช้จ่ายไปอย่างไร ถึงจังหวะที่จะต้องมีการรายงานต่อรัฐสภา เพราะฉะนั้นเมื่อไม่ได้ถูกผ่านมาก่อนการติดตามก็เป็นเรื่องสมเหตุสมผลอยู่แล้ว
ส่วนกรณีก่อนหน้านี้ที่สภาผู้แทนราษฎรมีมติไม่เห็นชอบการตั้ง กมธ.โครงการแลนด์บริดจ์ว่า การตั้ง กมธ.มีทั้งข้อดีและข้อจำกัดที่ต้องพิจารณา คือ เข้าใจว่าถ้าตั้งขึ้นมาแน่นอนว่าก็เป็นกลไกการตรวจสอบ เรียกว่าศึกษาอย่างถี่ถ้วนอย่างรอบด้าน ขณะเดียวกัน ก็เข้าใจว่าพอมีการตั้ง กมธ.ขึ้นมาก็จะทำให้กระบวนการดำเนินการมีความล่าช้า
ทั้งนี้ สำหรับโครงการขนาดใหญ่ที่ใช้งบประมาณจำนวนมาก รัฐควรให้ความสำคัญกับการศึกษาและพิจารณาผลกระทบอย่างรอบด้าน มากกว่าการเร่งรัดดำเนินการ เพราะปัจจุบันมีคำถามจากหลายภาคส่วน คนในพื้นที่ กลุ่มภาคประชาสังคม และไม่ใช่นักวิชาการเพียงส่วนเดียว แต่เป็นนักวิชาการจากหลายด้าน อาทิ สาขาเศรษฐศาสตร์ สาขาโลจิสติกส์ สาขาสิ่งแวดล้อม ออกมาสะท้อนประเด็นปัญหาเช่นเดียวกับกลุ่ม
เอ็นจีโอ ที่ถามในเรื่องของสิทธิ ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ระบบนิเวศ ในฐานะนักวิชาการ จึงมองว่าการดำเนินโครงการสำคัญของประเทศควรให้ความสำคัญกับความรอบคอบและความถูกต้องมากกว่าความรวดเร็ว เพื่อป้องกันความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นในภายหลัง
สำหรับผมมองในฐานะนักวิชาการก็จะมองว่าประเทศเราต้องการเดินช้าแต่ชัวร์ ดีกว่า วิ่งเร็วแต่ว่าหกล้ม

พรายพล คุ้มทรัพย์
อดีตคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ปกติแล้วก็เป็นหน้าที่ของรัฐที่จะต้องตรวจสอบ ไม่น่าจะขัดข้องอะไร ส่วนก่อนหน้านี้ที่สภาผู้แทนราษฎรมีมติไม่เห็นชอบการตั้งคณะกรรมาธิการศึกษาโครงการแลนด์บริดจ์ มองว่าสถานการณ์ไม่เหมือนกัน เพราะว่าเรื่องแลนด์บริดจ์ รัฐบาลบอกว่ามีคนดูอยู่แล้ว แต่งตั้งคณะกรรมการดูอยู่แล้ว ก็เข้าใจว่าวุฒิสภาก็ดูอยู่ แต่ว่าในกรณี 4 แสนล้านนี้ยังไม่มีคนดู ก็ไม่น่าจะเหมือนกับกรณีของโครงการแลนด์บริดจ์
อีกทั้งกรณี พ.ร.ก.กู้เงิน 400,000 ล้านบาท ยังเป็นเรื่องที่ไม่เคยผ่านการพิจารณาของสภามาก่อน จึงมองว่าไม่ควรมีเหตุให้เกิดข้อขัดข้องในการตั้งคณะกรรมาธิการติดตามตรวจสอบ
ทั้งนี้ สำหรับข้อดีและข้อเสียของการตั้ง กมธ.วิสามัญเพื่อติดตามการใช้จ่ายงบประมาณตาม พ.ร.ก.กู้เงิน 400,000 ล้านบาทนั้น มองว่าแทบไม่มีข้อเสีย เนื่องจากเป็นกลไกที่เปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายเข้ามาร่วมตรวจสอบการใช้เงินของรัฐ คือทุกคน ทุกฝ่ายก็ช่วยกันดู จำนวนเงินไม่น้อย เป็นเงินกู้ด้วย และไม่น่าจะมีข้อเสียอะไร
สำหรับความคาดหวังจากการตั้ง กมธ.วิสามัญครั้งนี้ คือการช่วยติดตาม ประเมิน และตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ รวมถึงตรวจสอบประสิทธิภาพของการใช้เงินกู้ว่ามีการรั่วไหลไหม ได้รับผลกระทบดีตามที่คาดหวังไว้ไหม อันนี้ก็คงต้องช่วยจัดประเมินและตรวจสอบ
อย่างไรก็ตาม สำหรับสภาผู้แทนราษฎรเตรียมพิจารณา จะเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 4 มิถุนายนนี้ โดยนายพริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน ที่พรรคฝ่ายค้านเห็นตรงกันว่าควรมีการตั้ง กมธ.วิสามัญเพื่อตรวจสอบการใช้เงินกู้ 4 แสนล้านบาท แม้กระบวนการพิจารณา พ.ร.ก.จะยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ แต่รัฐบาลได้เริ่มดำเนินการใช้จ่ายงบประมาณแล้ว จึงจำเป็นต้องมีกลไกตรวจสอบจากรัฐสภา

โอฬาร ถิ่นบางเตียว
อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา
การตั้งกรรมาธิการวิสามัญในเรื่องสำคัญๆ ถือว่ามีความจำเป็นเกี่ยวกับการตรวจสอบของฝ่ายค้านและ ส.ส. ทั้งที่มีกรรมาธิการอยู่แล้วก็ตาม แต่กรรมาธิการจะดูแลภาพรวมในประเด็นนั้นๆ หากมีกิจกรรมหรือนโยบายที่เกิดขึ้นใหม่ก็สมควรที่จะตั้งกรรมาธิการวิสามัญเข้าไปตรวจสอบ หรือรวบรวมข้อมูลเพื่อนำไปสู่กรรมาธิการชุดใหญ่ เพื่อพิจารณาอีกชั้นหนึ่ง เพราะจะให้กรรมาธิการชุดใหญ่ทำทุกเรื่องคงเป็นไปไม่ได้ จะเกิดความล่าช้า อาจจะเกิดผลกระทบต่อการหาข้อมูลรอบด้าน รวมถึงความลึกของข้อมูล เพราะฉะนั้นจึงจำเป็นต้องตั้งกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมา เพื่อทำหน้าที่รวบรวมข้อมูลแล้วนำมาเสนอต่อกรรมาธิการชุดใหญ่อีกครั้งหนึ่ง
เกี่ยวกับการตั้งกรรมาธิการวิสามัญตรวจสอบกู้เงิน 4 แสนล้านบาท ถือว่ามีความจำเป็น เพราะเป็นนโยบายเกี่ยวกับการกู้เงิน ถึงแม้ว่าจะมีกรรมาธิการชุดปกติทำหน้าที่อยู่แล้วก็ตาม หากมีการตั้งกรรมาธิการเฉพาะขึ้นมา ติดตามงบประมาณกู้เงิน 4 แสนล้านบาทเป็นเรื่องที่ดี ในการติดตามงบประมาณว่าเป็นไปตามวัตถุประสงค์หรือไม่ สอดคล้องกับโครงการหรือผลที่ออกมาคุ้มค่าหรือไม่ และมีความจำเป็นมากน้อยแค่ไหน เนื่องจากเป็นโครงการที่กำหนดขึ้นมาใหม่
เงินกู้ 2 แสนล้านบาทมาดำเนินการ เกี่ยวกับนโยบายไทยช่วยไทยพลัส คงไม่มีปัญหา ส่วนงบประมาณ 2 แสนล้านบาทหลัง โครงการส่วนใหญ่ไม่เกี่ยวข้องกับประชาชน ในเรื่องนี้จะต้องอยู่กับการชี้แจงของรัฐบาล หากดูมิติทางการเมือง หรือโครงสร้างองคาพยพ คิดว่าการใช้งบประมาณส่วนหลังนี้ จะต้องผ่านเหมือนกัน แต่รัฐบาลจะต้องชี้แจงว่า 2 แสนล้านบาทหลัง มีผลกับภาพรวมเศรษฐกิจอย่างไร ทำไมรัฐบาลจึงต้องกู้ เพื่อวางเมกะโปรเจ็กต์หรือโครงการขนาดใหญ่ ที่จะทำโครงสร้างพลังงานเปลี่ยนแปลง อย่างไรก็ตามขึ้นอยู่กับรัฐบาลจะชี้แจงข้อมูลหลักฐานต่างๆ จึงมีความจำเป็น จะต้องตั้งกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาตรวจสอบ เพื่อกำกับติดตามตรวจสอบให้รอบด้าน
ซึ่ง 2 แสนล้านบาทที่จะนำไปปฏิรูปพลังงาน เรื่องนี้จึงถูกสังคมตั้งคำถามขึ้นมาว่า เงินส่วนนี้มีความจำเป็นเร่งด่วนหรือไม่ ทำให้มีความจำเป็นจะต้องตั้งกรรมาธิการวิสามัญมาตรวจสอบว่า โครงการนี้ทำได้จริงหรือไม่ ต้องยอมรับว่าโครงสร้างทางการเมือง ทำให้มองไปเหมือนกับการกู้เงิน 2 แสนล้านบาทมีลักษณะพวกมากลากไป เพราะ ส.ส.หรือ ส.ว.ก็ดี มีความโน้มเอียงไปสู่พรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง หรือเข้าข้างรัฐบาล เพราะฉะนั้นการตั้งกรรมาธิการวิสามัญจะต้องได้สัดส่วนกับพรรคฝ่ายค้าน พรรคร่วมฝ่ายค้าน อย่างน้อยเป็นการถ่วงดุล ไม่ให้มองว่าการทำโครงการแบบพวกมากลากไป
การตีตกญัตติการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อตรวจสอบและศึกษาโครงการแลนด์บริดจ์ (Land Bridge) หากมองไปแล้วก็เหมือนกับพวกมากลากไปเหมือนกัน อย่างไรก็ตามหากสังคมมองโครงการใดมีปัญหา หรือไม่เห็นพ้องต้องกัน สังคมยังต้องการการศึกษาอย่างรอบด้าน ถึงแม้จะอ้างว่ามีเสียงข้างมาก แต่ก็ต้องฟังเสียงส่วนน้อยบ้างเหมือนกัน การปัดตกการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อตรวจสอบและศึกษาโครงการแลนด์บริดจ์ จึงถูกวิพากษ์วิจารณ์ไปในทางลบ เป็นการตัดสินใจแบบพวกมากลากไปเช่นกัน
ในความเป็นจริงรัฐบาลมีความได้เปรียบอยู่แล้ว เพราะมีเสียงข้างมาก แต่ควรทำแบบยืดหยุ่น ควรปล่อยให้มีการตั้งกรรมาธิการวิสามัญ หลังจากนั้นไปใช้กระบวนการต่างๆ ที่รัฐบาลได้เปรียบ ค่อยดำเนินการทีหลังก็ได้ และยังเป็นการลดความกดดันจากกระแสสังคมได้อีกด้วย แต่การปัดตกตั้งแต่ต้น จึงเป็นการเพิ่มระดับความไม่พอใจของสังคม ทำให้มีข้อวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งไม่เกิดผลดีต่อรัฐบาล
ถ้าให้มองว่าหากมีการสร้างโครงการแลนด์บริดจ์ ส่วนตัวมองว่ายังไม่ชัดเจน แต่รัฐบาลพยายามดึงดันที่จะสร้าง ทั้งที่ผลการศึกษายังไม่รอบด้าน รอบคอบ เมื่อเป็นแบบนี้มองว่าคล้ายกับโครงการอีอีซี ถ้าทำอะไรไม่รอบคอบ รอบด้าน อาจจะเกิดผลประโยชน์ให้กับผู้ที่ไปกว้านซื้อที่ดิน ขายที่ดินต่อในราคาแพง แต่กระบวนการพัฒนาจริงๆ ไม่ได้เกิดขึ้น ในเรื่องนี้หากโครงการเกิดขึ้นจริงแล้วเกิดความเสียหาย การแก้ไขปัญหาก็แก้ไม่ได้ เพราะเป็นนโยบาย เว้นแต่พรรคฝ่ายค้านสามารถเอาผิดกับกลุ่มคนที่กำหนดนโยบายได้
ทุกวันนี้รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ก็ลอยนวลจากโครงการอีอีซี ทั้งที่มีปัญหาเกิดขึ้น หากโครงการแลนด์บริดจ์มีปัญหาเกิดขึ้นมาอีก ฝ่ายค้านก็จะต้องดำเนินการทางกฎหมาย ที่ทำให้ผู้ดำเนินการโครงการแลนด์บริดจ์ แล้วทำให้เกิดความเสียหาย จะต้องไม่ลอยนวล เพราะเมื่อรับชอบแล้วจะต้องรับผิดด้วย
ยอมรับว่าโครงการอีอีซีมีปัญหา แต่ไม่สามารถแก้ไขได้ เพราะมีกฎหมายครอบอยู่ หากต้องการแก้ปัญหาก็จะต้องไปยกเลิก พ.ร.บ.อีอีซี เพราะมีผลถึงระดับจังหวัด ทั้งหน่วยราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เมื่อเลิก พ.ร.บ.อีอีซีแล้ว หน่วยราชการและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จะได้มีอำนาจไปแก้ไขปัญหา ผมก็กลัวเหมือนกันหากภาคใต้มีการพัฒนาพื้นที่พิเศษ ถ้าลอกมาจาก พ.ร.บ.อีอีซี จะทำให้เกิดปัญหาได้เหมือนกัน เพราะกฎหมายมีความซับซ้อนมาก และยังเปิดโอกาสให้ผู้บริหารผิดพลาด ไม่ถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอีกด้วย
ส่วนการตั้งกรรมาธิการวิสามัญนั้น มองว่าไม่ต้องตั้งทุกโครงการ แต่ดูที่ความจำเป็นและส่งผลกระทบต่อสังคมมากน้อยเพียงใด ถ้าไม่กระทบก็ให้กรรมาธิการสามัญพิจารณาไป ส่วนโครงการไหนดูแล้วว่ามีผลกระทบต่อสังคม ประชาชน ขาดการศึกษาอย่างรอบด้าน มีผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้อง มีความสุ่มเสี่ยงที่จะคอร์รัปชั่น ควรจะต้องตั้งกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาร่วมกันพิจารณา เพื่อให้เกิดความรอบคอบ ป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

